รถเอยทำไมไม่ติด...และไม่อึดอัด

  • warning: array_map(): Argument #2 should be an array in /home/greenwor/domains/greenworld.or.th/public_html/web/modules/system/system.module on line 1050.
  • warning: array_keys() expects parameter 1 to be array, null given in /home/greenwor/domains/greenworld.or.th/public_html/web/includes/theme.inc on line 1845.
  • warning: Invalid argument supplied for foreach() in /home/greenwor/domains/greenworld.or.th/public_html/web/includes/theme.inc on line 1845.
ก้อนทอง ลุร์ดซามี

รถเอยทำไมไม่ติด...และไม่อึดอัด

ก้อนทอง ลุร์ดซามี

.
.
.
.

.
.
.
.
.
.
.
.
.
.

.
.
.
.
.
.
.
.

ถนนหนทางที่มาเลเซียเป็นระบบทางหลวงสากล ถ้าจะเลี้ยวไปที่ไหนต้องขับออกตามแยกที่กำหนดไว้ ไม่เปิดโอกาสให้เลี้ยวตามใจฉันเหมือนอย่างที่บ้านเรา เมื่อครั้งที่มาถึงเมื่อสิบปีก่อน รู้สึกว่าถนนแต่ละสายกว้างขวาง ไม่อึดอัด มีพื้นที่มากมายจนต้องออกปากถาม แต่คุณสามีบอกว่า ถนนประเทศไหนๆ ก็มาตรฐานความกว้างพอๆ กันทั้งนั้นแหละ เพราะต้องให้แน่ใจว่ารถบรรทุก รถบัสทั้งหลายวิ่งได้อย่างปลอดภัย

เอ...งั้นทำไมมันถึงรู้สึกกว้างได้ขนาดนี้ล่ะ พอสังเกตรถที่อยู่รายรอบ แหม...รถคันเล็กรุ่นนี้น่ารักจริง เอ๊ะ...แบบนั้นก็ดี โอ้ว...คันนั้นแบบสองประตู อ้าว...คันนั้นหน้าตาเหมือนรถมินิเลย กว่าจะรู้สึกตัวอีกที ก็พบว่าตัวเองนั่งอยู่ท่ามกลางรถขนาดเล็กหลากหลายรุ่นและยี่ห้อ รถแบบคอมแพคขนาดปกติมีมากเป็นอันดับต่อมา รถหรูหราคันใหญ่เทอะทะ มีให้เห็นบ้างประปราย ส่วนรถกระบะ รถเอสยูวีที่มีลักษณะแบบเอนกประสงค์แต่สร้างบนโครงใหญ่แบบรถบรรทุกนั้นมีแทบนับคันได้

คงจะเป็นเพราะเหตุนี้ ช่องว่างระหว่างรถบนถนนจึงมีที่เหลือกว้างขวาง นักบิดทั้งหลาย ซึ่งมีไม่มากหนาแน่นอย่างกรุงเทพฯ จึงมีพื้นที่ให้ขับอย่างสบายๆ ระหว่างถนนสองเลนคู่ ไม่ต้องทำตัวประหนึ่งเล่นเกมส์รถบังคับที่ต้องเอี้ยวตัวไปมา แถมวิธีวิ่งรถพยาบาลของที่นี่ก็น่าสนใจ เพราะเขาจะแทรกตัวมาระหว่างถนนสองเลน หน้าที่ของพลเมืองและรถเมืองที่ดี ก็ขยับแอบไปด้านข้างๆ เปิดทางให้รถพยาบาลขับไปได้สบายๆ ไม่มีการวิ่งสวนเลนโผล่ให้ตกใจ

ในขณะเดียวกัน ชุมชนใหม่ๆ ที่ผุดขึ้นราวดอกเห็ดตามชานเมือง มีลักษณะเป็นหมู่บ้าน “แซทเทิลไลท์” ความเป็นดาวเทียมที่ว่านี่มาจากการออกแบบให้แต่ละโครงการหมู่บ้านมีทุกอย่างเสร็จสรรพในตัวเอง ถ้าโครงการไหนเสร็จสมบูรณ์ จะมีตั้งแต่ธนาคาร ซูเปอร์มาร์เก็ต คลีนิคทำคลอด ตลาดสดยามเย็น โรงเรียนอนุบาลไปจนถึงโรงเรียนมัธยม ปั๊มน้ำมัน และร้านขายของสารพัดรูปแบบ ในแต่ละโครงการ มีที่พักอาศัยสำหรับคนทุกระดับชั้น ตั้งแต่อพาร์ตเมนต์ราคาถูก บ้านเรือนแถวชั้นเดียว สองชั้น บ้านแฝด ไปจนถึงบ้านเดี่ยวขนาดใหญ่ อันเป็นการสร้างความหลากหลายในสังคมเล็กๆ ทำให้มีคนจากทุกระดับอาศัยอยู่ รองรับการสร้างงานในแต่ละชุมชน ซึ่งจะช่วยลดการเดินทางออกไปทำงานไกลบ้าน

แม้ว่าจะมีความท้าทายเกิดขึ้นเนื่องจากยังมีระบบรถเมล์ไม่มากพอ เส้นทางที่วิ่งไม่ตอบสนองคนในชุมชนดาวเทียมที่ยังทำงานในกรุงกัวลาลัมเปอร์และเมืองริมขอบอย่างเปตาลิง จายา หรือสุบังจายา ส่วนหน่วยสนับสนุนแบบเป็นกันเองอย่างรถสองแถว รถกะป้อ หรือมอเตอร์ไซค์รับจ้างอย่างบ้านเราก็ไม่มี คนที่อยู่ในหมู่บ้านดาวเทียมทั้งหลาย ห่างกลางเมืองออกไป 40-50 กิโลเมตร จึงจำเป็นต้องมีพาหนะในการเดินทางมากกว่า 1คัน เพื่อรับส่งสมาชิกในบ้านที่มีตารางชีวิตแตกต่างกันไป

รถทั้งหลายมักจะเป็นรถคอมแพค หรือรถคันเล็ก จอดเคียงคู่ในแต่ละบ้านได้อย่างพอเหมาะพอดี ซึ่งบริษัทผลิตรถยนต์ของรัฐอย่างโปรตอน (Proton) หรือเพอโรดัว (Perodua) ได้ผลิตรถขนาดเล็กออกมารองรับกลุ่มเป้าหมายนี้อย่างต่อเนื่องมาโดยตลอด

ที่น่าสนใจอีกอย่างหนึ่ง คือการผลิตรถยนต์ของที่นี่ โมเดลเดิม รุ่นเดิม ครองตลาดนานเกือบสิบปีกว่าจะเปลี่ยนโฉมแต่ละครั้ง อย่างรถคันเล็ก 4ประตูที่ชื่อคันชิล (แปลว่า กระจง) ยอดนิยมอันดับหนึ่งในหมู่คุณแม่บ้านและนักศึกษาซึ่งเป็นรถตระกูลเดียวกับรถมิร่า 2ประตูที่เมืองไทยเคยมี มีอายุการผลิตยาวนานถึง 15ปี (ปี 1994-2009) ปรับโฉมครั้งเดียวเมื่อปี 2003 นับว่าเป็นการช่วยบรรเทากิเลสของการถอยรถใหม่เพื่อความทันสมัยไปได้มากโข เนื่องจากรถที่ซื้อเมื่อสิบกว่าปีก่อน เป็นรถที่มีหน้าตาทำนองเดียวกับรถที่เพิ่งถูกถอยออกมาบนถนน ทุเลาผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมไปได้อีกหลายตลบ

เพราะในการผลิตรถขนาดมาตรฐาน 1คัน อย่างน้อยๆ ก็มีของเสียจากกระบวนการผลิตหลุดออกมาสู่โลกถึง 26.5 ตัน และสร้างมลพิษทางอากาศถึง 922 ล้านลูกบาศก์เมตรก่อนที่จะออกมาปล่อยควันบนถนนเสียอีก ข้อมูลเหล่านี้อาจดูแล้วคิดว่ามีตัวเลขสูงคล้ายเป็นการเขียนเสือขู่ แต่หากลองคิดให้ถี่ถ้วนว่า ในรถ 1 คัน ที่มีชิ้นส่วนต่างๆ ถึง 4 พันชิ้นมาประกอบกัน รวมเอาการผลิตและการเดินทางของชิ้นส่วนเหล่านั้นจากบริษัทผู้ผลิตชิ้นส่วนทั้งหลายมารวมไว้ในข้อมูลดังกล่าว จะพบว่าตัวเลขที่แจ้งไว้ไม่ได้เกินความเป็นจริงเลย

เมื่อปี 2009ที่ผ่านมา มีรถผลิตออกมาใหม่ทั่วโลกมากถึง 52 ล้านคัน และขณะที่เราคุยเรื่องนี้กัน ข้างนอกถนนทั่วโลกมีรถไม่น้อยกว่า 600 ล้านคันวิ่งขวักไขว่ ส่งผลให้ภูมิทัศน์ของชุมชนทุกขนาดทุกระดับทั่วโลกเปลี่ยนแปลง ปรับเปลี่ยนไปตามสภาพของถนนอย่างไม่น่าเชื่อ

ประสบการณ์ใกล้ตัว...เป็นเรื่องของสมัยเด็กๆ ปิดเทอมหน้าร้อนทีไรก็ได้ติดตามคุณตากลับไปเยี่ยมบ้านเกิดที่ตำบลผักไห่ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ซึ่งเป็นบ้านริมคลองตาลานที่แยกมาจากแม่น้ำน้อย ใช้เวลาเดินทางครึ่งค่อนวัน ทั้งรถจากกรุงเทพฯ ไปถึงบางไทร และต่อเรือเมล์จากบางไทรเข้าไปถึงท่าน้ำหน้าบ้าน

แล้วอยู่มาปีหนึ่ง การเดินทางก็สั้นลงอย่างน่าใจหาย รถของคุณลุงพาคุณตาเข้าไปจอดเทียบถึงบันไดหลังบ้าน ทำให้ต้องวิ่งผ่านคอกเจ้าทุยผู้ไม่ชอบเด็กกรุงตั้งแต่วันแรกที่ไปถึง นอกจากนี้ วัดวาอารามหลายแห่ง มีการปรับหันพระประธานในพระอุโบสถ จากที่เคยผินพระพักตร์ไปทางแม่น้ำ ก็กลับหันมาทางถนนแทน ทำให้ภาพวาดฝาผนังมีความหมายกลับตาลปัตร ผิดแผกไปจากคติความเชื่อเดิม ที่ส่วนมากจะนิยมเขียนภาพด้านหลังพระประธานเป็นเรื่องของพุทธประวัติ ไตรภูมิ ประสูติ ตรัสรู้ ปรินิพพาน ในขณะที่ด้านหน้าพระประธาน จะเป็นภาพมารผจญก่อนตรัสรู้ เพราะถือว่าคนที่เข้ามาในโบสถ์ ได้ผ่านมารผจญจากโลกภายนอก เข้ามาพบพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์...

คราวต่อไป ถ้าไปเที่ยววัดที่อยู่ริมน้ำ และมีถนนอยู่ด้านหลังวัด ลองสังเกตดูก็แล้วกันว่าพระประธานตั้งอยู่ในทิศทางเดิมจากตอนที่สร้างหรือไม่ เพื่อเป็นข้อพิสูจน์ว่า ถนนที่สร้างขึ้นมาทีหลัง มีอิทธิพลต่อความเชื่อ และความเป็นอยู่ของคนได้มากขนาดไหน

ในมาเลเซียเอง ช่วง 3-4 ปีมานี้ ปัญหารถติดเริ่มขยายวงกว้างและระยะเวลาในการเดินทางก็ต้องใช้เพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด หน้าตาของรถก็เริ่มมีขนาดใหญ่ขึ้น อีกไม่นาน ถ้าระบบรถเมล์และรถไฟฟ้ายังไปไม่ถ้วนทั่ว ผู้เขียนคงได้มีโอกาส “ย้อนยุค” เหมือนครั้งที่อยู่กรุงเทพฯ เป็นแน่แท้

เอาล่ะ...ได้เวลาออกไปร่วมกระแสรถไหลแล้ว จะขี่ “กระจง” คันน้อยไปรับเจ้าตัวจ้อยกลับจากโรงเรียนกับเขาบ้างล่ะ