ปาร์ตี้ ของขวัญ และโลกร้อง (ไห้)

  • warning: array_map(): Argument #2 should be an array in /home/greenwor/domains/greenworld.or.th/public_html/web/modules/system/system.module on line 1050.
  • warning: array_keys() expects parameter 1 to be array, null given in /home/greenwor/domains/greenworld.or.th/public_html/web/includes/theme.inc on line 1845.
  • warning: Invalid argument supplied for foreach() in /home/greenwor/domains/greenworld.or.th/public_html/web/includes/theme.inc on line 1845.
ก้อนทอง ลุร์ดซามี

ปาร์ตี้ ของขวัญ และโลกร้อง (ไห้)

ก้อนทอง ลุร์ดซามี

บ่ายวันหนึ่ง ลูกชายคนโตวิ่งหน้าระรื่นเข้ามาบอกทันทีที่เจอกันที่หน้าประตูโรงเรียน ว่าเพื่อนสาวเชิญไปงานวันเกิดสุดสัปดาห์นี้ พร้อมๆ กับเพื่อนในแก๊งเดียวกันร่วมสิบคน... ทำให้การล่าหาของขวัญวันเกิดตามมาติดๆ โชคดีหน่อย ที่หนุ่มน้อยคิดเองว่าอยากจะทำสร้อยข้อมือให้สาวเจ้า... ร้านขายลูกปัดใกล้บ้านจึงเป็นทางออกที่น่ารักน่าเอ็นดู โดยเฉพาะกับกระเป๋าสตางค์ของผู้เป็นแม่

วัฒนธรรมการจัดงานวันเกิดให้ลูกๆ ของคนที่มาเลเซียแพร่หลายถ้วนทั่วทุกหย่อมหญ้า มีตั้งแต่การนำขนมเค้กมาเลี้ยงเพื่อนๆ ที่โรงเรียนให้อิ่มหนำสำราญกัน หากตรงกับวันหยุดหรือเวลาสะดวกก็เป็นการจัดงานที่บ้าน หรือเหมาบริการร้านอาหารฟาสต์ฟู้ดที่มีทั้งเกมส์และชุดอาหารโดนใจเด็กๆ

ครั้งแรกที่ได้รับบัตรเชิญก็เก้ๆ กังๆ คิดไม่ตกว่าจะสรรหาของขวัญให้เจ้าของวันเกิดอย่างไร เพราะเดายากเหลือเกินว่าจะชอบอะไรบ้าง มีอะไรแล้วบ้าง...ดังนั้นของขวัญจากบ้านเรา จึงเป็นแบบที่ลูกทำเองบ้าง หรือให้เจ้าตัวเลือกซื้อให้เพื่อนด้วยงบจำนวนไม่มากบ้าง ซึ่งส่วนมากเมื่อไปถึงงานแล้ว ของขวัญจากบ้านเราจึงเป็นประหนึ่งถูกไฟฉายย่อส่วนให้ขนาดและความอลังการเลือนหายไปในทันที

ก่อนจะกลับบ้าน บรรดาแขกรับเชิญทั้งหลายจะได้รับ “ถุงของขวัญ” (มีชื่อเฉพาะกิจว่าเป็น “ปาร์ตี้แบก”) ที่เป็นถุงพลาสติกลายการ์ตูนตัวโปรดของเจ้าของงาน ใส่ขนมนมเนยแจกติดไม้ติดมือแขกตัวน้อยกลับบ้านไปด้วย ในถุงเหล่านั้น มีทั้งขนมกรุบกรอบที่บรรจุในซองขนาดเล็ก ลูกอม เจลลี่ เครื่องเขียน ของเล่นกะโหลกกะลา โดยขนมกว่าครึ่งในถุง เป็นของที่ไม่เคยอนุญาตให้เด็กๆ ได้ลิ้มลองมาก่อน ดูเหมือนความรู้เรื่องโภชนาการและสิ่งแวดล้อมของผู้ปกครองที่นี่ ยังอยู่ในระดับที่ “ต้องเพิ่มความรู้อย่างเร่งด่วน” และที่น่าเป็นห่วงกว่านั้นคือ ครูหรือผู้บริหารโรงเรียนอนุบาลก็ไม่มีความรู้มากพอที่จะทำหน้าที่กรองและสกัดกั้นเจ้าขนมกรุบกรอบทั้งหลาย ดังนั้น ในวันที่มีงานเลี้ยงก่อนปิดภาคเรียน จึงกลายป็นการรวมพลขนมจากเด็กๆ รับกลับมาบ้านอย่างน้อย 18 ชิ้น (ตามจำนวนนักเรียนในห้อง) เป็นเสบียงได้กว่า 9 เดือน (ตามโควต้าที่อนุญาตให้ทานได้เดือนละไม่เกิน 2 ครั้ง)

ยังไม่นับบรรจุภัณฑ์ของขนมเหล่านั้นที่เป็นถุงพลาสติก อาจเคลือบฟอยล์ หรืออยู่ในกล่องกระดาษ แต่การเดินทางก็จบท้ายเป้าหมายเดียวกันคือหลุมฝังกลบ  ทำให้โลกต้องแบกภาระซบหน้าอยู่กับถุงต่างๆ ยาวนานนับร้อยปี  เรื่องตลกแต่ขำไม่ออกเกิดขึ้นเมื่อปีที่แล้วคือ ผู้ผลิตขนมมันฝรั่งทอด SunChips  ยี่ห้อดังที่มีขายในอเมริกาและแคนาดา ได้วางตลาดผลิตภัณฑ์ดังกล่าวในถุงที่ผลิตจากใยพืช พิสูจน์ว่าย่อยสลายได้ ซึ่งเป็นผลงานจากการค้นคว้าที่ใช้เวลาถึง 4 ปี อันเป็นการแสดงความรับผิดชอบต่อการจัดการถุงบรรจุมันทอดที่ขายดิบขายดียี่ห้อนี้ แต่บังเอิญว่าถุงรุ่นนี้ มีเสียงกรอบแกรบเกินความกรุบกรอบของขนม จนผู้บริโภคบ่นครวญ เนื่องจากเสียงที่เกิดจากการเอื้อมมือเข้าไปหยิบมันฝรั่งจากถุงแต่ละชิ้นนั้นดังไม่น้อยกว่า 98 เดซิเบล อรรถรสในการดูทีวีจึงลดลงไปจนชวนหงุดหงิด มีรายหลายทำเรื่องฟ้องร้อง แต่บริษัทก็ยังคงมุ่งมั่นที่จะใช้ถุงรุ่นย่อยสลายได้ต่อไป โดยมีการประชาสัมพันธ์ให้ความรู้ทางสื่อหลากหลายมิติ ข้อความหลักที่ถูกใจคือ “Yes, the bag is loud, that's what change sounds like." ทำนองว่า “ถูกต้องคร้าบ ถุงส่งเสียงดังแบบนี้ ก็เหมือนกับเสียงของความเปลี่ยนแปลงที่ต้องดังไม่ใช่รึ”

นึกไปถึงเมืองไทย เมื่อ 7-8 ปีที่แล้ว หน่วยงานภาครัฐ สถาบันการแพทย์ องค์กรเอกชน เปิดประเด็นเรื่องสารอาหารน้อย น้ำตาลมาก พลังงานว่างเปล่าที่ได้จากขนมกรุบกรอบเหล่านี้อย่างชัดเจน พร้อมคำแนะนำให้ครู ผู้ปกครองรับทราบและเข้าใจ ความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในโรงเรียนที่เมืองไทยจึงเกิดขึ้นอย่างน่ารัก ผสมผสานอยู่ในการเรียนรู้เรื่องสิ่งแวดล้อมและอนุรักษ์พลังงาน อาหารว่างในโรงเรียนหลายแห่ง เปลี่ยนหน้าตามาเป็นขนมเพื่อสุขภาพเอร็ดอร่อย เครื่องดื่มสมุนไพรชื่นใจ บรรจุภัณฑ์ที่ใส่ขนมก็หันกลับมาสู่วิถีกระทงใบตอง และแก้วน้ำแบบล้างแล้วใช้ได้อีก ส่งผลให้จำนวนขยะไร้สาระลดลงตามไปด้วย

สลับฉากกลับมาที่นี่ เรื่องที่ยังคงค้างคาใจคนต่างด้าวคนนี้คือ ทุกวันจะเห็นคนที่โดยสารอยู่ในรถยนต์บนถนนอย่างน้อย 1 ราย ทิ้งขยะลงถนนและข้างทางอย่างไร้สำนึกและไม่เกรงใจใคร กินเสร็จ ดื่มหมด ท่านก็ลดกระจกลงแล้วโยนสู่พื้นถนน วิญญาณตาวิเศษเข้าสิงทันที จนเป็นเหตุให้มีการบีบแตรใส่แบบไม่มีเหตุผลทางการจราจร ก็แหม...ห่วงแต่ให้รถตัวเองสะอาดโดยไม่สนใจถนนและบาทวิถี หรือสุขภาวะของคนอื่นๆ เลยรึ และแน่นอน ขยะที่ลงพื้นเหล่านั้นก็หนีไม่พ้นถุงใส่ขนมกรุบกรอบ กล่องและกระป๋องเครื่องดื่ม และที่เป็นผู้ร้ายอันดับหนึ่งคือกล่องโฟมใส่อาหารพร้อมช้อนพลาสติก

สถานการณ์การจัดการขยะในมาเลเซียยังห่างไกลจากบ้านเรานัก กลไกอันซับซ้อนที่มีอยู่ในเมืองไทยผ่านกระบวนการคนคุ้ยขยะ ซาเล้ง ธนาคารขยะในโรงเรียน ร้านรับซื้อของเก่ารายย่อย เรื่อยไปจนถึงโรงงานแปรรูปขยะกลับมาเป็นวัตถุดิบนานาชนิด ขาดหายไปจากความรู้ความเข้าใจของประชาชนที่นี่ ตัวอย่างง่ายๆ กระป๋องเครื่องดื่มซึ่งถือได้ว่าเป็นของมีค่ามาก (กิโลกรัมละ 38-43 บาท) ที่เมืองไทยจะไม่มีให้เห็นหลงเหลือในถังขยะริมถนนหรือตามทางเดิน แต่ที่นี่ไม่มีใครรู้ราคา หรืออาจจะรู้แต่ไม่สะดวกที่จะเก็บจำนวนมากๆ แล้วส่งไปขาย เพราะไม่รู้ว่าขายได้ที่ไหน จึงเห็นเกลื่อนถนนและปะปนอยู่ในถุงขยะตามบ้าน

เท่าที่เห็น กลไกลรีไซเคิลที่เป็นที่รู้จักกันดีมากที่นี่ คือรถบรรทุกเล็กรับหนังสือพิมพ์ ซึ่งประกาศแต่ว่า “กระดาษเก่า กระดาษเก่า” ไม่ได้รวมมิตรแบบ “มีขวด เศษเหล็ก หนังสือพิมพ์มาขาย” อย่างบ้านเรา วันก่อนเพิ่งจะลองเรียกใช้บริการด้วยความอยากรู้วิธีปฏิบัติการของรถแบบนี้ ปรากฏว่าเฮียทำท่าอิดออดก่อนรับซื้อทีวี 21 นิ้ว ปริ้นท์เตอร์ และเครื่องเล่นดีวีดีไปสามชิ้นในราคาเหมารวม 50 บาท บ่นว่าหนักรถแต่ไม่คุ้มราคา!

อีกกระบวนการหนึ่งที่ดูดี แต่ทำไม่ได้จริง คือการตั้งตู้รับของบริจาควางไว้เป็นจุดๆ ตามชุมชนต่างๆ เพื่อรับหนังสือ เสื้อผ้าเก่า คอมพิวเตอร์ ถ้ามีจำนวนมากๆ ก็เรียกให้รถมารับได้ แต่เท่าที่สังเกตดูกล่องโฟมใส่อาหาร ถุงน้ำดื่ม เป็นฝ่ายมานอนรออยู่ตามตีนตู้เรื่อยไป เพราะระบบที่คิดการมาจากข้างบน ไม่สามารถทะลุวิธีปฏิบัติในความเป็นจริงได้ คนทั่วไปจึงไม่รู้ว่าของอะไรที่ไม่ควรเอาไปวางที่ตู้บริจาค เอ๊ะ.. แล้วถ้าไม่วางตรงนั้น จะไปวางที่ไหนได้

ที่เห็นแล้วพอจะเกิดความหวังขึ้นมาบ้าง ก็คงเป็นศูนย์รวมของแต่ละย่านชุมชนที่มีคนออกมาตั้งจุดรับของรีไซเคิลเดือนละครั้ง กลุ่มคนที่มาช่วยกันแยกมักจะเป็นวัยเกษียณอายุ คุยกันไป แยกของเป็นกองๆ ไป แก้เหงาให้ตัวเองและช่วยแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อมให้ชุมชน

.....

วันเกิดของสองหนุ่มใกล้เข้ามาทุกที เดี๋ยวๆ ก็มีรายชื่อเพื่อนที่จะเชิญมาให้ดูบ้าง พรรณารายการของที่อยากจะมีในถุงปาร์ตี้บ้าง ทำให้ผู้เป็นแม่กุมขมับ ลูกชายคนโตเห็นแม่ทำหน้ายุ่งๆ จึงมายื่นขอเสนอว่า วันเกิดปีนี้ไปจัดที่สวนสาธารณะก็ได้ เชิญเพื่อนๆ มาซัก 10 คน แล้วให้แม่สอนกิจกรรมธรรมชาติอย่างที่เคยสอนเด็กๆ ในค่ายที่เจ้าตัวไปร่วมด้วย เอ...เข้าท่าแฮะ... ใช้ทุนส่วนตัวแบบไม่ต้องเป็นภาระทุนทางธรรมชาติ