มาตรฐานใฝ่ต่ำ

  • warning: array_map(): Argument #2 should be an array in /home/greenwor/domains/greenworld.or.th/public_html/web/modules/system/system.module on line 1050.
  • warning: array_keys() expects parameter 1 to be array, null given in /home/greenwor/domains/greenworld.or.th/public_html/web/includes/theme.inc on line 1845.
  • warning: Invalid argument supplied for foreach() in /home/greenwor/domains/greenworld.or.th/public_html/web/includes/theme.inc on line 1845.
ดร.สรณรัชฎ์ กาญจนะวณิชย์

มาตรฐานใฝ่ต่ำ

ดร.สรณรัชฎ์ กาญจนะวณิชย์

ฉันอยู่บนโลกใบนี้มาครึ่งศตวรรษ เป็นชาวกรุงเทพฯ ย่านสุขุมวิทมาแต่กำเนิด

สมัยเด็กๆ เรามีทุ่งนา บึงบัว และคูริมทางเป็นสนามเด็กเล่น เราเก็บผักระหว่างทางเดินกลับบ้านจากโรงเรียนอนุบาลมาแกล้มน้ำพริกมื้อเย็น เราเล่นระเบิดเมล็ดต้อยติ่ง ไล่ช้อนปลาในฤดูน้ำหลาก หน้าหนาวมีหมอกลงเป็นสายสีขาวเย็นฉ่ำกลางนา ถึงหน้าร้อนตัวอ่อนชีปะขาวก็คลานขึ้นมาจากน้ำสะอาด สยายปีกบินขึ้นมารวมฝูงจับคู่ผสมพันธุ์ จนกระจกหน้ารถกลายเป็นสีขาว ไปทะเลใกล้ๆ กรุงเทพฯ ก็มีฉลามว่ายอยู่รอบโขดหินริมฝั่งที่เรากะเทาะหอยนางรมกิน ในหน้าหอยทับทิม หาดชะอำยาวเหยียดทั้งแนวจะกลายเป็นสีชมพูสุดลูกหูลูกตา

20-30 ปีต่อมา ฉลามฝูงนั้นก็หายไป และหาดชะอำก็แทบไม่มีหอยเหลือ

ฉันบอกคนรุ่นน้องว่าฉันเป็นคนเมืองรุ่นสุดท้ายที่โตมากับธรรมชาติ เข้าถึงชีวิต “ป่า” ได้ง่าย เป็นชีวิตและสภาพแวดล้อมที่ไม่ถูกมนุษย์ควบคุมจนเชื่อง โดยไม่ต้องดั้นด้นแสวงหาตามอุทยานฯ ไกลๆ

แต่คนรุ่นปู่ได้ยินคงขำ ปู่เคยเล่าให้พ่อฟังว่าสมัยปู่เป็นเด็ก ดงป่ายังเป็นผืนยาวจากเขาจรดทะเล หาดแถวศรีราชาบางทีก็มีเสือโคร่งลงมาเดินเล่น ไม่ไกลจากที่ฉันยืนดูฉลาม

สมัยปู่ เรามีป่าเยอะแยะ จึงมุ่งสร้างเมืองเป็นที่อยู่อาศัยของมนุษย์ ป่าเท่ากับเถื่อน เมืองเท่ากับเจริญ ปลอดภัยจากเสือสิงห์กระทิงแรด

ถึงรุ่นพ่อแม่ หลังสงครามโลกครั้งที่สอง เข้าสู่ยุคพัฒนาสนองบริโภคนิยม เราเชียร์คนถางป่าว่าเป็นนักสร้างบ้านแปลงเมืองผู้ทำคุณประโยชน์แก่สังคม พระเอกหรือเพื่อนพระเอกนิยายรุ่นนั้นหลายคนบุกเบิกทำไร่ยิงสัตว์ป่า แมนมั่กๆ

คนรุ่นผู้เขียนส่วนใหญ่โตมาไม่ห่างไกลจากธรรมชาตินักก็จริง แต่เมื่อเริ่มแตกเนื้อหนุ่มสาวก็เริ่มลิ้มรสความสะดวกสบายของเทคโนโลยีสมัยใหม่ในชีวิตประจำวัน ประเภทวิถีมอดคอน (modern convenience) ทั้งหลาย ความหรูหราความสบายอะไรที่เคยมีเฉพาะในโรงแรมห้าดาว ซึ่งเดิมมีอยู่ไม่กี่แห่ง ก็เริ่มเอามาติดตั้งในบ้านส่วนตัวกัน จนมอดคอนทั้งหลายกลายเป็นความปกติ จากเดิมที่เคยได้รับความสะดวกขั้นพื้นฐานเช่นไฟฟ้า น้ำประปา ชักโครก มุ้งลวดกันยุง มอดคอนทันสมัยเริ่มหมายถึงเครื่องปรับอากาศและการออกแบบบ้านที่อุดร่องช่องโหว่สนิทมิดชิด ทุกอย่างสะอาดเรี่ยมปลอดฝุ่นและเชื้อโรคใดๆ ปกป้องชีวิตจากธาตุดินน้ำลมไฟที่เราไม่ได้ควบคุม

คนรุ่นถัดมาจึงโตมากับสภาพแวดล้อมที่เราปราบจนเชื่อง เขาชื่นชมธรรมชาติในความเป็นสีเขียวชุ่มใจสบายตา และเลิฟสุดๆ คือการเสพวิวงดงามผ่านกระจกหรือริมระเบียงที่มีห้องแอร์อยู่ใกล้ๆ ไว้หลบภัยจากธรรมชาติส่วนที่ไม่พึงปรารถนา

เมื่อสิ่งแวดล้อมวิกฤตจนกลายเป็นกระแสโลกที่เมินเฉยกันไม่ได้ สังคมก็เริ่มคิดดูแลธรรมชาติ แต่เราดันคุยกันไม่ค่อยจะรู้เรื่อง

สิ่งที่คนกลุ่มหนึ่งมองว่าดีพอแล้ว อีกกลุ่มว่าไม่ดีพอ สิ่งที่คนรุ่นหนึ่งมองว่าเป็นมาตรฐานแห่งความปกติสุข คนอีกรุ่นส่ายหน้าและพยายามทำใจกับความป่วยไข้ของโลกและสังคม

คนมอดคอนมองว่ามีต้นไม้เขียวๆ สนามเขียวๆ กระถางเขียวๆ ก็กรีนแล้ว พอแล้ว

ดังนั้น ถ้าสร้างเขื่อนน้ำท่วมป่าที่หนึ่ง ก็ไปปลูกต้นไม้ทดแทนอีกที่หนึ่งก็ถูกต้องดีแล้ว

หาดทรายสะอาดไม่มีขยะก็ยอดเยี่ยมที่สุดแล้ว ไม่มีหอยก็ไม่เป็นไร อันนั้นเป็นของแถม เหมือนลูกเชอรรี่สีแดงบนไอติม ไม่ต้องมีก็ได้

และคนมอดคอนที่เก๋สุดๆ เพราะรักธรรมชาติ อภิเชดธรรมชาติมากมาย คือคนที่มีรสนิยมตามนิยามการตลาด “หรูอย่างยั่งยืน” (sustainable luxury) กลุ่มนี้แลดูว่าใกล้ชิดธรรมชาติมากกว่ามอดคอนโหลๆ เพราะชื่นชอบวัสดุธรรมชาติและรู้จักถอดรองเท้าเหยียบพื้นทราย

แต่เมื่อชีปะขาวในแม่น้ำโขงขึ้นมาจากน้ำ บินรวมฝูงเพื่อผสมพันธุ์ คนมอดคอนกลับโวยวาย ไม่อยากให้มีชีปะขาว ทั้งๆ ที่การมีชีปะขาวบ่งบอกว่าน้ำในแหล่งน้ำยังสะอาดอยู่

หรือเมื่อมูลนิธิโลกสีเขียวลุกขึ้นสำรวจไลเคนในกรุงเทพฯ เพื่อตรวจสอบคุณภาพอากาศที่เราหายใจกันเข้าไปในปอดทุกวัน “ผู้ใหญ่” ในเมืองไทยก็บอกกับผู้เขียนว่า ทำไมเป็นคนเวอร์อย่างนี้ จะให้กรุงเทพฯ อากาศดีพอขนาดมีไลเคนเลยเชียวหรือ มันเป็นไปไม่ได้

จากเดิมที่เราเคยมีอากาศสดชื่นหายใจ ไลเคนอยู่ได้ เราก็อยู่ได้โดยไม่เป็นมะเร็งปอด ในวันนี้เราลดมาตรฐานคุณภาพอากาศหายใจว่าเอาแค่ปลอดสารตะกั่วและมีสารก่อมะเร็งอื่นๆ ต่ำกว่าตัวเลขที่ใครก็ไม่รู้กำหนดก็พอ

ปัจจุบันนี้เราคิดว่าการที่ต้นไม้ไม่มีไลเคนเกาะเป็นเรื่องปกติ ทั้งๆ ที่ธรรมชาติที่ปกติต้องมีไลเคนขึ้นเต็ม ธรรมชาติที่ปกติจึงกลายเป็นสิ่งผิดปกติในสังคมมอดคอนไป

เราคิดว่าหาดขาวสวยสะอาดคือธรรมชาติปกติ แต่หาดเปล่าๆ ไม่มีชีวิตไม่ใช่ความปกติ

เราเคยกันพื้นที่ป่าให้เป็นป่าอนุรักษ์ส่วนหนึ่ง และป่าสงวนไว้ใช้สอยอีกส่วนหนึ่ง โดยมีระเบียบการฟื้นฟูปลูกป่าทดแทนทุกครั้งที่ใช้ แต่เราไม่ได้ทดแทน เราบุกรุกไปเรื่อยๆ แล้วก็หันมาขีดเส้นแบ่งใหม่ จนพื้นที่ป่าเหลือน้อยลงทุกที

เมื่อเราทำธรรมชาติพัง เราปรับตัวและลดมาตรฐานความอุดมสมบูรณ์ ขีดเส้นใหม่ว่าแต่นี้จะไม่ให้ต่ำไปกว่านี้ และเมื่อมันต่ำลงไปเกินขีดนั้น เราก็ว่าไม่เป็นไร มาขีดกันใหม่ ที่แล้วมาให้มันแล้วไป แต่จะไม่ทำให้ต่ำกว่านี้อีกแล้วนะ

ทุกครั้งที่เราปรับตัว ความเคยชินของเราจะสร้างมาตรฐาน “ความปกติ” ฐานใหม่ขึ้นมา

ทุกวันนี้ เรายังคงใฝ่ต่ำลงไปเรื่อยๆ

ถึงเวลาหรือยังที่เราจะมักใหญ่ใฝ่สูงกันกว่านี้ เพราะความปกติสุขของธรรมชาติ คือความปกติสุขของชีวิตเรา