แลก (กับการ) เปลี่ยน (แปลง)

  • warning: array_map(): Argument #2 should be an array in /home/greenwor/domains/greenworld.or.th/public_html/web/modules/system/system.module on line 1050.
  • warning: array_keys() expects parameter 1 to be array, null given in /home/greenwor/domains/greenworld.or.th/public_html/web/includes/theme.inc on line 1845.
  • warning: Invalid argument supplied for foreach() in /home/greenwor/domains/greenworld.or.th/public_html/web/includes/theme.inc on line 1845.
ก้อนทอง ลุร์ดซามี

แลก (กับการ) เปลี่ยน (แปลง)

ก้อนทอง ลุร์ดซามี

บ้านที่เคยอยู่สมัยเด็กๆ เป็นบ้านที่อยู่เกือบท้ายซอย การรอคอยพ่อค้าแม่ค้าที่เร่ขายของเข้ามาถึง จึงเป็นเรื่องที่ทำให้วันหยุดภาคเรียนแต่ละวันผ่านไปอย่างมีสีสัน และกระตุ้นให้ต้องคอยคิดว่าจะหาเงินผ่านมือคล่องๆ ได้อย่างไร เพื่อที่จะได้มีทุนซื้อลอดช่องน้ำกะทิ ข้าวเหนียวตัดชิ้นโต หรือได้ข้าวไข่เจียวมาเสริมระหว่างมื้อ

ซาเล้งที่มาพร้อมกับเสียงและคำเรียกมาตรฐานว่า “มีขวววววด เศษเหล็ก หนังงงงงสือพิมพ์มาขาย” จึงกลายเป็นนายทุนรายใหญ่อันดับต้นๆ ขวดน้ำปลา ขวดซีอิ๊ว ไม่เคยมีโอกาสได้อ้อยสร้อยอยู่ในเข่งท้ายครัวนานเท่าไหร่ เช่นเดียวกับหนังสือพิมพ์และหนังสือเรียนเก่าๆ ที่แม่ลงทุนซื้อให้ตอนเปิดภาคเรียน และลูกกตัญญูช่วยเก็บขายครบทุกเล่มเพื่อเป็นทุนส่วนตัว

อีกรายหนึ่งเป็นรถกระบะเก่าๆ คลุมผ้าใบแน่นหนาด้านข้าง นานๆ จะมาที พร้อมเสียงประกาศ “ไข่ ไข่ ไข่ แลกเสื้อเก่า” เป็นรถที่สร้างความตื่นเต้นให้พอสมควร เสื้อผ้าเก่าๆ โดยเฉพาะชุดนักเรียน เป็นเป้าหมายแรกของการคุ้ยลิ้นชัก เพราะนั่นหมายความว่า จะได้ข้าวไข่เจียวเป็นอาหารเพิ่มระหว่างวัน จำอัตราการแลกไม่ได้ว่ากี่ชุดต่อไข่กี่ฟอง รู้แต่ว่าคุ้ม เพราะไม่งั้นก็ต้องถูกส่งลงลังไปเก็บไว้ในห้องเก็บของเฉยๆ

เป็นอันว่ารู้จักที่จะแลกเปลี่ยนของเก่าเป็นของใหม่ตั้งแต่ยังเด็ก แม้ว่าตอนนั้นจะยังไม่รู้จักคำว่ารีไซเคิลก็ตาม

.....

สองสามสัปดาห์ที่ผ่านมา...พื้นที่ที่เป็นบ้านของไก่ป่า (ฝูงที่เคยเขียนถึงในตอน “แบ่งปันกันอยู่”) อันมีถิ่นพำนักอยู่ตรงกระจุกป่าละเมาะริมไฮเวย์ที่ต้องขับผ่านไปที่ทำงานนั้น จู่ๆ ก็ราบเรียบเตียนโล่งด้วยรถแบคโฮที่เข้ามาไถหย่อมต้นไม้ราบไป ทำให้มองเห็นพื้นที่สนามกอล์ฟด้านหลังป่าละเมาะถนัดตา พอสัปดาห์ถัดมา เสาเข็มท่อนใหญ่ๆ กับกองซีเมนต์บล็อกก็มากองบนดินสีแดงๆ ชวนให้ฉงนว่าพื้นที่หย่อมนั้นกำลังจะถูกเปลี่ยนไปเป็นอะไร

มาวันนี้ ถึงบางอ้อ... ป้ายโครงการรถไฟฟ้าใต้ดินถูกนำมาแปะตามแนวกำแพงกั้นเขตก่อสร้างออกจากถนน เป็นการประกาศการก่อสร้างรถไฟฟ้าใต้ดินตามกำหนดที่ “ทางการ” ลั่นวาจาไว้ว่า จะเริ่มการก่อสร้างในวันที่ 16 กรกฎาคม โดยมีการตัดสินใจบนพื้นฐานการศึกษาผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมที่ถูกจัดทำในระยะเวลาอันรวดเร็วเกินกว่าความเร็วของรถไฟใต้ดิน ไม่ต้องมีการทำประชาพิจารณ์ หรือเปิดโอกาสให้ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทั้งหลายลุกขึ้นมาส่งเสียงคัดค้าน กระบวนการแบบมีส่วนร่วมถูกฝังดินตามรางรถไฟไปติดๆ เป็นอันว่าต้องยอมรับการเปลี่ยนแปลงที่ต้องแลกไก่ป่าและนกในเมืองกับการพัฒนาระบบขนส่งมวลชน

เด็กกรุงเทพฯ อย่างผู้เขียน เติบโตมากับระบบรถเมล์ของกรุงเทพฯ ที่มีหลายสายหลายเส้นทาง ย้ายไปอยู่มุมไหนของกรุงเทพฯ ก็ยังสามารถนั่งรถเมล์ต่อเดียวไปโรงเรียนแถวปากคลองตลาดได้ มีบ้างที่ต้องนั่ง 2 ต่อ แต่เป็นต่อสั้นๆ ที่ต้องไปจับรถที่สนามหลวง

แต่ระบบรถเมล์ที่กัวลาลัมเปอร์และรัฐสลังงอร์ที่ล้อมรอบอยู่นั้น ถูกจัดระเบียบแบบไม่มีพื้นฐานบนความเป็นจริง อดีตลูกน้องคนหนึ่ง บ้านอยู่ห่างจากออฟฟิศราวๆ 20 กิโลเมตร ทั้งสองพื้นที่ จัดว่าเป็นแหล่งคนอยู่อาศัยและพื้นที่ธุรกิจชัดเจน เปรียบคล้ายๆ สำโรงกับสยาม แต่ต้องต่อรถเมล์และรถไฟฟ้า ถึงสามต่อ โดยเฉพาะต่อหลังที่วิ่งแค่วันละ 2 เที่ยว เช้า 1 เย็น 1 ขนาดว่าที่นี่ไม่มีสถานการณ์รถติดตลอดเวลาแบบกรุงเทพฯ โดยเฉพาะพื้นที่ด้านนอกใจกลางเมืองกัวลาลัมเปอร์อย่างบ้านเธอและออฟฟิศ เธอยังต้องใช้เวลาในการเดินทางเที่ยวละ 2 ชั่วโมง ซึ่ง 75 เปอร์เซ็นต์ของเวลานั้นคือการรอรถและเดินไปต่อรถ เธอจึงต้องกลายเป็นอดีตลูกน้องไปด้วยความจำเป็น

ที่เขียนมานี่ ใช่ว่าจะออกโรงมาต่อต้านการก่อสร้างระบบขนส่งมวลชน แต่สิ่งที่เป็นห่วงคือการวางแผนเชื่อมกับระบบที่มีอยู่เดิม การวางเส้นทางที่เหมาะสม และการจัดสรรพื้นที่จอดรถตามสถานีปลายทางต่างๆ ซึ่งไม่สมดุลกับแผนที่คาดว่าจะให้มีจำนวนผู้ใช้เพิ่มขึ้นจากเดิมราวๆ 4 แสนเที่ยวต่อวันไปเป็น 2 ล้านเที่ยวต่อวันในปี 2020 เพราะคนส่วนมากไม่ได้พำนักอยู่ในพื้นที่ใกล้เคียงกับสถานีรถไฟ แต่จะต้องเดินทางเข้ามาเพื่อใช้บริการด้วยพาหนะส่วนตัวที่ไม่มีที่จอดรถหรือรถเมล์ที่มีไม่พอ

ลองนึกถึงเวลาฝนตก หยดน้ำที่อยู่ใกล้แม่น้ำลำคลอง จะไหลลงสู่ทางน้ำไหลได้สะดวกรวดเร็ว ในขณะที่หยดน้ำจำนวนมหาศาลที่อยู่ไกลจากทางน้ำไหล จะตกค้างขังเป็นแอ่งตามพื้นดิน เปรียบเหมือนกับผู้โดยสารที่อยู่ไกลเส้นทางเดินรถไฟฟ้า ตกค้างอยู่ตามจุดเชื่อมต่อของระบบขนส่งมวลชนสาธารณะประเภทต่างๆ  ในช่วงเวลาเร่งด่วนตอนเช้าและเย็น

แม้ว่ากัวลาลัมเปอร์จะไม่เจอน้ำท่วมแบบน้องวาฬที่มาเที่ยวคราวละ 3-4 เดือน แต่ถ้าไม่แก้ไขระบบขนส่งมวลชนให้มีความเป็นจริงกว่านี้ อาจเจอปรากฏการณ์ใหม่ “คนติด” เป็นลักษณะคล้ายน้องแมวน้ำที่ชอบออกันอยู่ตามท่าเรือ โขดหินต่างๆ กระจุกรวมตัวกันก็ได้