อยากเลิกเกลียดมอเตอร์ไซค์

  • warning: array_map(): Argument #2 should be an array in /home/greenwor/domains/greenworld.or.th/public_html/web/modules/system/system.module on line 1050.
  • warning: array_keys() expects parameter 1 to be array, null given in /home/greenwor/domains/greenworld.or.th/public_html/web/includes/theme.inc on line 1845.
  • warning: Invalid argument supplied for foreach() in /home/greenwor/domains/greenworld.or.th/public_html/web/includes/theme.inc on line 1845.
ดร.สรณรัชฎ์ กาญจนะวณิชย์

อยากเลิกเกลียดมอเตอร์ไซค์

ดร.สรณรัชฎ์ กาญจนะวณิชย์

ใครๆ ก็เกลียดมอเตอร์ไซค์

ทั้งคนขับรถ คนเดิน คนขี่จักรยาน และแม้แต่ผู้ใช้บริการมอเตอร์ไซค์แท็กซี่เวลาที่ไม่ได้ใช้บริการ

ทุกคนล้วนมีเรื่องราวประสบการณ์เฮงซวยรายวันกับมอเตอร์ไซค์ คนขับรถเจอมอไซค์ปาดซ้ายปาดขวาเฉี่ยวรถเป็นประจำ บางทีทำหูช้างหักแล้วเผ่นเลย แต่ถึงอย่างไรคนนั่งรถก็ยังมีรถทั้งคันห่อหุ้มปกป้องอยู่ คนใช้ถนนที่โดนกระทบมากที่สุดแน่นอนว่าเป็นคนที่อ่อนแอกว่า ได้แก่ คนเดินและคนขี่จักรยาน

มาลองร่ายรายการความประพฤติน่ารังเกียจของมอเตอร์ไซค์กันดู

- ขึ้นมาวิ่งบนฟุตบาท อันนี้เป็นความเลวอันดับหนึ่ง และนับวันดูจะเลวร้ายขึ้นทุกที ไม่กี่ปีก่อนยังรู้สึกว่าเวลามอไซค์ขึ้นมาแล่นบนฟุตบาทยังมีทีท่าเกรงใจคนเดินกันอยู่บ้าง ทำตัวเป็นแขกผู้มาเยือน มีการรอคนเดิน หรือเลี่ยงลงถนนเมื่อประจันหน้ากัน หรือเมื่อเรายกมือถือขึ้นถ่ายรูป ยังละอายวิ่งลงถนนไป แต่เมื่อไม่มีใครทำอะไร และแม้แต่ตำรวจยังขี่มอไซค์โลดแล่นบนฟุตบาทเสียเอง ปัจจุบันเหล่ามอเตอร์ไซค์จึงถือเป็นเรื่องปกติที่เขาจะขึ้นมาวิ่งเล่นปร๋อได้ตามสบาย โดยเฉพาะเวลารถติด ด้วยสปีดที่เร็วขึ้นๆ ทุกที และด้วยจำนวนที่มากขึ้นทุกวัน คนเดินมีสภาพเหมือนเดินฝ่าฝูงแตนยักษ์ ทั้งจ่อหน้าเสยหลังแถมปีปแตรไล่ วันก่อนฉันยังโดนเฉี่ยวเฉียดจนลมวูบผ่านหวืออย่างแรง ถ้าบังเอิญเดินเฉหลบท่อไปนิ้วเดียวคงได้ไปนอนโรงพยาบาล

- ยึดเลนจักรยานเป็นของตัวเอง เลนจักรยานบนถนนสาทรปัจจุบันนี้กลายเป็นของมอไซค์แล้ว เมื่อก่อนพวกเขาแค่เข้ามาวิ่งบนเลนจักรยาน แต่เดี๋ยวนี้ถึงกับออกปากตะโกนไล่จักรยานให้หลบขึ้นไปบนฟุตบาท จนจักรยานที่เคยเพิ่มจำนวนขึ้นบนถนนสาทรเริ่มหดหายไป แน่นอนว่าตำรวจไม่ทำอะไรเพื่อช่วยเหลือจักรยานเลย

- ฝ่าไฟแดงตามสี่แยก อันนี้เป็นธรรมเนียมปฏิบัติประจำมาช้านาน

- ขี่ย้อนศร แซะเข้าทางซ้ายของคนขี่จักรยานที่ปั่นมาตามลู่ทางปกติเพื่อบีบให้จักรยานต้องเป็นฝ่ายเสี่ยงรถยนต์ อ้อมมอไซค์ออกมาทางขวา

- ไม่เคยจอดให้คนข้ามถนนตามทางม้าลาย ไม่เคยเห็นเลยแม้แต่คันเดียว

ว่าไปแล้ว ชีวิตและพฤติกรรมของมอเตอร์ไซต์มีอะไรคล้ายๆ กับหนูท่อ (จริงๆ ชื่อที่ถูกต้องคือ “หนูท้องขาว” แต่ชื่อ “หนูท่อ” ได้อารมณ์สอดคล้องกับชื่อทางวิทยาศาสตร์ Rattus rattus มากกว่า) มันเป็นสัตว์ที่ปรับตัวได้ดีเยี่ยมในทุกสภาพ ซอกแซกไปที่ไหนก็ได้ และสร้างความเดือดร้อนไปทั่ว เก่งกาจรุกรานเข้าไปยึดได้ทุกถิ่นที่ไม่มีสัตว์ผู้ล่า ตั้งตัวเป็นผู้ล่ารังแกสัตว์เล็กสัตว์น้อยอื่นๆ แทน

ดังนั้น ทางเดินและทางจักรยานที่ กทม. ทำขึ้นมาจึงมักมีบันไดชันหรือเสาปักขวางกั้นเพื่อป้องกันมอเตอร์ไซต์รุกล้ำ ซึ่งหมายความว่าคนพิการนั่งรถเข็นเข้าออกไม่ได้ หลายแห่งคนขี่จักรยานก็ยกจักรยานไม่ไหว ทางที่ทำขึ้นมาก็เลยไม่มีคนใช้ประโยชน์ จน กทม. สรุปว่าไม่มีคนอยากขี่จักรยาน

ฉันไม่เคยชอบคนที่ชอบรังแกคนอ่อนแอกว่า ฉันจึงเป็นคนเมืองอีกคนหนึ่งที่มีปฎิกิริยาตอบโต้ไม่ชอบมอเตอร์ไซค์ บางครั้งถึงขั้นเป็นปากเสียงกับมอเตอร์ไซค์ที่ทำตัวเป็นมาเฟียแถวบ้านละเมิดสิทธิคนเดิน จนคนใกล้ชิดหวั่นใจในในสวัสดิภาพ

ก็ฉันไม่อยากยอมรับสภาพเพราะสยบต่อความกลัว

แล้วความโกรธ ความเกลียดล่ะ? ทำไมเราจะยอมตกอยู่ใต้อำนาจมัน?

วันนี้ฉันจึงพยายามเข้าใจมอเตอร์ไซค์ ลองนั่งที่นั่งพวกเขาดูบ้าง

มอเตอร์ไซค์เป็นพาหนะคล่องตัว กินพื้นที่ถนนไม่มากเช่นเดียวกับจักรยาน แต่มันมีกำลังแรง (และปล่อยมลพิษ) เช่นเดียวกับรถยนต์ การจราจรแทบทั่วโลกจึงจัดสรรมอเตอร์ไซค์ไว้กับรถยนต์ แต่ก็ไม่ได้สิทธิเดียวกับรถยนต์ เราห้ามมอเตอร์ไซค์ขึ้นทางด่วน ห้ามขึ้นสะพานหรืออุโมงค์ข้ามทางแยก มอเตอร์ไซค์ต้องแล่นตามพื้นธรรมดาไปรอติดไฟแดง การจราจรบอกให้มอเตอร์ไซค์ใช้เลนซ้าย แต่ในเมื่อรถยนต์เข้าไปใช้ทุกเลน ทั้งเลนซ้ายเลนขวาเลนกลางจนปิดกั้นการสัญจรไปทั้งถนน ทั่วทั้งเมือง จะไปหวังให้มอเตอร์ไซค์อยู่แต่เลนซ้ายได้อย่างไร ในเมื่อมีช่องให้แทรกไปได้ระหว่างรถเขาก็ไปสิ ฉันขี่จักรยานฉันก็แทรก จะหยุดจอดดมไอเสียที่ตัวเองไม่ได้เป็นผู้ปล่อยไปทำไม

ในเมื่อนโยบาย การออกแบบถนน ตลอดจนกฎระเบียบจราจรคิดถึงแต่รถยนต์เป็นหลัก มองมอเตอร์ไซค์เป็นเพียงชนชั้นล่างตัวคล่องๆ ไว้วิ่งทำธุระ ตั้งแต่ส่งเอกสารจนถึงลั่นไกปืน แน่นอนว่ามอเตอร์ไซค์ก็ต้องช่วยตัวเอง กูไปไหนได้กูก็ไปตามศักยภาพ

เคยเฉลียวใจบ้างไหมว่าในสื่อทุกวันนี้เราแทบไม่ได้ยินเสียงของมอเตอร์ไซค์ในฐานะคนใช้ถนนเลย

เมื่อกี้ฉันจึงไปแวะนั่งคุยกับวินมอไซค์ในซอยหลังบ้านมา เราคุยถึงปัญหาคนเดินและมอเตอร์ไซค์ เมื่อฉันถามว่าถ้าจัดสรรเลนให้มอเตอร์ไซค์ใช้ร่วมกับรถเมล์ โดยห้ามรถยนต์อื่นๆ เข้ามาใช้จะโอเคไหม ทีแรกเขาตกใจมาก พูดทันทีว่าเป็นไปไม่ได้หรอกในเมืองไทย แต่พอพิจารณาสักพักก็บอกว่าเข้าท่าดีเหมือนกัน

เราคงต้องคุยกันอีกเยอะ แต่ก่อนอื่นต้องเริ่มยอมรับข้อเท็จจริงว่าบ้านเรามีมอเตอร์ไซค์มากมาย ไม่เหมือนเมืองฝรั่งที่ไม่จำเป็นต้องคิดถึงมอเตอร์ไซค์กันเท่าไหร่ รถจดทะเบียนในกรุงเทพ 30 เปอร์เซ็นต์เป็นมอเตอร์ไซค์ เราจึงควรออกแบบการจราจรเพื่อมอเตอร์ไซค์บ้าง อย่าลืมว่าถนนเป็นพื้นที่สาธารณะเพื่อการสัญจร ซึ่งทุกคนร่วมกันจ่ายภาษีทำนุบำรุง ทำไมเราจึงปล่อยให้ทั้งสังคมคิดว่ามันเป็นของรถยนต์เท่านั้น

ที่รถติดบ้าคลั่งทุกวันนี้ก็ไม่ใช่เพราะรถยนต์ทำให้ติดหรอกหรือ?

ลองให้ที่ทางและสิทธิแก่มอเตอร์ไซค์ เพื่อหยุดมอเตอร์ไซค์ละเมิดสิทธิผู้อื่น