สุดเส้นขอบฟ้า

ก้อนทอง ลุร์ดซามี

สุดเส้นขอบฟ้า

ก้อนทอง ลุร์ดซามี

ทุกวันนี้ บรรยากาศเมืองหลวงที่กัวลาลัมเปอร์กำลังมีการเปลี่ยนแปลงแบบหายใจตามเกือบไม่ทัน พอดีกับเป็นช่วงที่เดินทางบ่อยๆ หายจากบ้านไป 4-5 วัน พอกลับมา เอ๋... โครงสร้างตึก 18 ชั้นข้างบ้านนี่มันขึ้นตระหง่านมาตั้งแต่เมื่อไหร่

พาลให้นึกไปถึงเมื่อครั้งที่ย้ายมาอยู่ที่มาเลเซียใหม่ๆ ชอบใจมากเวลาที่รถขึ้นสะพานข้ามสี่แยกต่างๆ เพราะเปิดโอกาสให้ได้มองเห็นเมืองในมุมที่กว้างไกลสุดสายตา ไกลไปถึงแนวเขาทางด้านฝั่งตะวันตกของเมือง และในวันที่ท้องฟ้าโปร่งปราศจากหมอกควัน เกนติ้งไฮแลนด์ก็เหมือนอยู่ใกล้แค่เอื้อม

มาวันนี้ ทั้งคอนโดและสำนักงานที่เป็นอาคารสูงแข่งกันผุดขึ้นมาเร็วอย่างน่าใจหาย จะโทษว่าฝนที่นี่ตกบ่อยจนทำให้ตึกเหล่านี้ผุดขึ้นมาราวกับดอกเห็ดก็ไม่ใช่ จะบอกว่าอัตราประชากรเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็วก็ไม่จริง เพราะนับตั้งแต่ปี 2001 เป็นต้นมา อัตราการเพิ่มประชากรลดลงอย่างต่อเนื่องจาก 1.96% มาเป็น 1.56% ในปี 2011 ตามเทรนด์ของกระแสโลกพัฒนาไปติดๆ นั่งมองแต่ละตึกแล้วก็ได้แต่สะท้อนใจ ที่สร้างเสร็จแล้วก็ใช่ว่าจะมีคนเข้าไปใช้พื้นที่เต็มร้อยเปอร์เซ็นต์ โดยเฉพาะอาคารสำนักงานสมัยใหม่ที่ตั้งชื่อเก๋ไก๋เกาะกระแส เช่น SOHOอันมาจากคำย่อ Small Office, Home Office จนให้นึกเป็นห่วงโฮมออฟฟิศที่นั่งทำงานอยู่ทุกวันนี้ว่าท้ายที่สุดก็จะหายไปจากภูมิทัศน์และความสนใจของคน ซึ่งผู้เขียนเคยสาธยายความดีของโฮมออฟฟิศไปแล้ว ใน “ออฟฟิศในฝันของคนเมือง”

ยังไม่พอ... รัฐบาลมาเลเซียกำลังเดินหน้าวางแผนก่อสร้างตึกสูง 100 ชั้น ที่ชื่อวาริซัน เมอร์เดกา (Warisan Merdeka)ซึ่งเป็นตึกที่ได้งบประมาณมาจากปี 2011 ถึง 5 พันล้านริงกิต (คูณ 10 ก็จะได้เป็นเงินไทยโดยประมาณ) คิดเป็น 2.36 เปอร์เซ็นต์ของงบบริหารประเทศ ในขณะที่งานด้านสิ่งแวดล้อมรับไปแค่ 0.9 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น ส่วนงบประมาณปี 2013 ที่เพิ่งออกมาเมื่อสัปดาห์ที่แล้วนั้น เน้นไปทางด้านดูแลการเติบโตของเศรษฐกิจและความเป็นอยู่ให้ทันโลกมัลติมีเดียของประชาชน กวาดสายตาทั่วเอกสารไปหลายรอบแล้วก็ไม่เห็นงบดูแลสิ่งแวดล้อม ป่าไม้ หรือทรัพยากรธรรมชาติเลย น่าเป็นห่วงจริงๆ

คำถามมากมายถูกตั้งขึ้นมาว่า จะสร้างตึกวาริซัน เมอร์เดกาขึ้นมาเพื่อประโยชน์อันใด ซึ่งนายกรัฐมนตรีคนปัจจุบัน ท่านตอบไว้ว่า ต้องการสร้างให้เป็นหน้าเป็นตาแก่ประเทศ และเพื่อเปลี่ยนเส้นขอบฟ้าของกรุงกัวลาลัมเปอร์ให้มีตึกสูงระฟ้ามากขึ้น และด้วยความสูง 600 เมตร ตึกนี้จะตระหง่านขึ้นมาเป็นอันดับสามของตึกสูงที่สุดในโลก... เจอตอบคำถามมาแบบนี้ แนวการทำงานแบบผักชีโรยหน้าของเรา จึงแพ้ทาง “ผักเซลเลอรี่เป็นหน้า(เป็นตา)” ไปในทันที 

เรื่องที่น่าเป็นห่วง คือเบื้องหลังการทำงานซึ่งจะต้องใช้เวลาถึง 5 ปีกว่าจะแล้วเสร็จ... 2013 เป็นปีที่จะเริ่มก่อสร้าง ไปเสร็จสิ้นลงในปี 2018 ผลกระทบจากการก่อสร้างตึกสูงลิบลับขนาดนี้ ตามมาเป็นบัญชียาวเหยียด ไหนจะรถบรรทุกที่นำอุปกรณ์และวัสดุก่อสร้างเข้ามายังพื้นที่ ไหนจะพื้นที่การจราจรที่ต้องเสียไปขณะมีการล้อมรั้วก่อสร้าง จำนวนทรัพยากรที่ต้องถูกใช้เพื่อการก่อสร้าง พลังงานทั้งไฟฟ้าและน้ำ ฝุ่นควันจากการก่อสร้าง แถมยังมีโรงเรียนถึง 4 แห่งในพื้นที่รอบๆ ซึ่งปกติรถก็ติดยาวเหยียดในช่วงรับ-ส่ง ฯลฯ

ลำพังทุกวันนี้ จำนวนรถจดทะเบียนในพื้นที่รัฐสลังงอร์ (เปรียบเหมือนกรุงเทพและปริมณฑล) กับกรุงกัวลาลัมเปอร์ (เปรียบเหมือนกรุงเทพชั้นในและกลาง) มีไม่น้อยกว่า 7 ล้านคัน และไม่มีทีท่าจะหยุดนิ่งที่ตัวเลขนี้ สังเกตได้จากป้ายทะเบียนที่เปลี่ยนหลักอย่างรวดเร็ว

ฤาจะต้องใช้เหตุผลทางฮวงจุ้ยเข้ามาช่วยบอกว่าการสร้างตึกสูงเสียดฟ้าแบบนี้ ไม่ได้เสริมราศีบ้านเมืองแต่อย่างใด ตามที่ผู้เชี่ยวชาญด้านฮวงจุ้ย มาสเตอร์ ลีเชงโฮ บอกไว้ว่า ตึกหลังนี้จะได้รับพลังหยางมากเกินไป เพราะเมื่อพระอาทิตย์ขึ้นจากขอบฟ้า ตึกวาริซัน เมอรเดกาจะได้รับแสงอาทิตย์ก่อนใครเพื่อน พลังงานจากแสงอาทิตย์พุ่งเข้ามาเต็มๆ นั้นใช่ว่าจะดีนัก เพราะตามหลักสมดุลแห่งพลังงาน อะไรที่มากเกินไปจะทำให้ไม่อยู่ในสมดุลตามธรรมชาติ ส่งผลกระทบต่อบ้านเมืองได้

เสียดายเหลือเกิน…เงิน 5 พันล้านริงกิตนั้น น่าจะถูกนำมาใช้เพื่อสร้างห้องสมุดพร้อมหนังสือและสื่อความรู้แบบล้ำยุคสุดๆ ซักร้อยแห่งทั่วประเทศ จ่ายเป็นค่าเวนคืนพื้นที่จากศูนย์การค้าเก่าๆ ตึกร้างๆ เอามาทำเป็นพื้นที่สีเขียวกลางเมืองเพิ่มอีกซัก 10 แห่ง แต่ละแห่งปลูกไม้ดอกปลูกกล้วยเอาไว้ให้นกให้กระรอกได้มาแวะเก็บกิน

คราวนี้ เวลาขึ้นสะพานข้ามแยกในปี 2020 นั้น เมื่อมองออกไปไกลๆ ตะปุ่มตะป่ำของยอดไม้ที่พยายามจะพุ่งทะยานระฟ้าแข่งกับตึก ก็จะทำให้เส้นขอบฟ้าของเมืองไม่เต็มไปด้วยรูปทรงเรขาคณิตเพียงอย่างเดียว..

เอ้า... ตื่นจากฝันได้แล้ว...

 

Share this

อ่านเรื่องย้อนหลัง

18 ส.ค. 2557
 

creative-commonsแสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน 3.0 ประเทศไทย
พัฒนาเว็บไซต์โดย โอเพ่นดรีม