มาด้วยกัน ไปด้วยกัน

  • warning: array_map(): Argument #2 should be an array in /home/greenwor/domains/greenworld.or.th/public_html/web/modules/system/system.module on line 1050.
  • warning: array_keys() expects parameter 1 to be array, null given in /home/greenwor/domains/greenworld.or.th/public_html/web/includes/theme.inc on line 1845.
  • warning: Invalid argument supplied for foreach() in /home/greenwor/domains/greenworld.or.th/public_html/web/includes/theme.inc on line 1845.
ก้อนทอง ลุร์ดซามี

มาด้วยกัน ไปด้วยกัน

ก้อนทอง ลุร์ดซามี

.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.

ปีการศึกษาใหม่ของที่มาเลเซียผ่านมาได้หนึ่งเดือน ผู้เขียนสนุกสนานกับการทำหน้าที่ส่งลูกๆ ของตัวเองและของเพื่อนร่วมซอยรวมกันเป็น “สี่สหาย” ไปโรงเรียนพร้อมกันทุกเช้า เพราะเป็นช่วงที่ได้(แอบ)ฟังเด็กๆ คุยกันเกี่ยวกับเรื่องที่โรงเรียน เท่าที่ผ่านมา เรื่องเด่นประจำเดือนมกราคมคงเป็นเรื่องที่เพื่อนร่วมชั้นเรียนเล่าให้ฟังว่า ลูกชายคนเล็กถูกย้ายมานั่งติดกับโต๊ะครูเพราะคุยจ้อทั้งวัน คนถูกย้ายไม่รู้สึกรู้สาอะไร บอกว่าดี เวลาส่งงานไม่ต้องลุกเดินให้เมื่อย ประหยัดพลังงานขา เพราะยื่นส่งให้ครูได้ทันที... อืมม...

แม้ว่ากิจกรรมหลังเลิกเรียน จะแตกต่างกันไป ทำให้คาร์พูลขากลับบ้านไม่ลงตัวเท่าไหร่ กระนั้นแม่ๆ ของสองบ้านก็ยังพยายามแบ่งรอบกันไปรับ รุ่นโตกิจกรรมเลิกช้าบ้านฉันไปรับ ส่วนรุ่นเล็กเลิกเร็วบ้านเธอไปรับ สะดวกด้วยกันทั้งสองฝ่าย ใครติดธุระอื่นใดก็รับส่งแทนกันได้ ไม่ได้เกรงใจกันเกินกว่าเหตุ คาร์พูลที่บ้านจึงประสบความสำเร็จด้วยดีมาตั้งแต่ปีที่แล้ว แต่สลับกันกับพ่อของเพื่อนบ้าน ที่ทำหน้าที่ไปส่งตอนเช้า ผู้เขียนทำหน้าที่รับกลับบ้านในบางวัน

ระบบคาร์พูลที่นี่ดูเป็นธรรมชาติและลงตัวได้ง่าย เพราะเด็กๆ เข้าเรียนตามโรงเรียนที่อยู่ใกล้บ้าน โอกาสที่เพื่อนร่วมซอยร่วมหมู่บ้านจะอยู่โรงเรียนเดียวกันจึงมีค่อนข้างสูง ตอนไปส่งที่หน้าโรงเรียน ก็มีผู้ปกครองอีกหลายคนที่ต้อนเด็กๆ หน้าตาและผิวพรรณบ่งบอกชัดเจนว่าไม่ใช่ลูกตัวเองลงจากรถ (กรณีของผู้เขียนเอง เวลาต้อนเด็กๆ ลงจากรถ คนที่ไม่รู้จักคงนึกว่าเป็น “ป้าขับรถ” มาส่งเด็กๆ เพราะไม่มีใครหน้าตาเหมือนคนขับซักคน)

เท่าที่สังเกต นักศึกษามหาวิทยาลัยก็ใช้ระบบนี้มาก เพราะมหาวิทยาลัยมักจะตั้งอยู่โดดๆ ไม่มีรถเมล์วิ่งผ่านอึกทึกครึกโครมหลายสายอย่างมหาวิทยาลัยในกรุงเทพฯ (ที่ใครอยู่มุมไหนของเมืองก็สามารถนั่งรถทอดเดียวไปเรียนได้ แถมยังได้รอรถกันที่ป้ายเดียวนั่นแหล่ะ)  ทำให้นักศึกษาที่มาเลเซียต้องเลือกพักตามอพาร์ทเมนท์ในบริเวณใกล้เคียง แต่ไกลเกินกว่าจะเดินไปเรียน วิธีแชร์ค่าน้ำมันและค่าบำรุงรักษารถให้แก่เจ้าของรถจึงสะดวกกว่าที่จะต้องคอยง้องอนให้แท็กซี่ไปส่ง เพราะแท็กซี่ที่นี่ไม่ชอบวิ่งระยะใกล้ ส่วนเรื่องขี่จักรยานไปเรียนนั้นดูแล้วก็น่าจะเป็นไปได้ ตั้งแต่สถิติการฉกชิงวิ่งราว การลักพาตัว และการโจรกรรมตามท้องถนนพุ่งสูงขึ้น เป็นข่าวให้เห็นรายวันและได้ยินรายชั่วโมงอย่างต่อเนื่อง จึงไม่ชวนให้รู้สึกปลอดภัยต่อการเดินทอดน่องนัก

ในร่างแผนเมืองกัวลาลัมเปอร์ปี 2020 ได้พูดถึงการลดจำนวนยานพาหนะที่ใช้คนเดียว (Single Occupancy Vehicles) ด้วยการสร้างแรงจูงใจให้กับเจ้าหน้าที่ของรัฐและพนักงานบริษัทใหญ่ๆ ที่ใช้ระบบคาร์พูล เช่น ลดค่าที่จอดให้รถที่ลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการ เพราะตามอาคารกลางเมืองค่าจอดรถสูงถึงวันละ 200 บาท ซึ่งมีการตั้งความหวังไว้ว่า หากลองยกตัวอย่างให้รถที่ใช้คนเดียวจำนวน 120,000 คัน เปลี่ยนมาคาร์พูลกันคันละ 3 คน นั่นหมายความว่าจำนวนรถบนถนน จะลดลงมาเหลือเพียง 40,000 คันในทันทีทันใด... อืมม์... ฝันจะเป็นจริงได้ไหมนะ

ผู้เขียนบังเอิญไปปะเข้ากับเวปไซต์แห่งนี้ http://www.carpoolworld.com ซึ่งให้ข้อมูลไว้ว่า ในเดือนมกราคมปี 2556 ที่ผ่านมานี้ จากจำนวนผู้ที่ลงทะเบียนเป็นสมาชิก 23 คน ที่ใช้การเดินทางแบบคาร์พูลผสมกับการเดินทางด้วยระบบสาธารณะอื่นๆ นั้น สามารถกำจัดระยะทางที่ต้องเดินทางลำพังไปได้ถึง 54,000 กิโลเมตร และลดปริมาณคาร์บอนไดออกไซด์ลงไป 18,500 กิโลกรัม ว้าว... แค่คน 23 คน แต่สร้างผลบวกให้แก่สิ่งแวดล้อมได้อย่างเห็นๆ ขนาดนี้เลย แล้วถ้าคนกรุงเทพฯ หันมาทำแบบนี้บ้างเพื่อลดจำนวนรถกว่า 5 ล้านคันที่วิ่งบนถนน ให้เหลือซักครึ่งนึงก็คงจะดี พื้นที่ถนนของกรุงเทพฯ ที่รองรับรถได้แค่ 2 ล้านคันนั้น คงพอจะมีโอกาสได้มองเห็นท้องฟ้าบ้าง

ระบบคาร์พูลที่เมืองไทยในอดีตอาจไม่ได้ผลเท่าไหร่นัก เพราะยุ่งยากเกรงใจที่ต้องนัดแนะกันล่วงหน้า หากมีเหตุจำเป็นต้องเลื่อนนัดก็ต้องโทรแจ้งกันไม่สะดวกใจ... แต่ยุคนี้ เทคโนโลยีในการสื่อสารก้าวหน้ามาถึงจุดที่สามารถแชร์รูปถ่ายจากกระจกหน้าห้องน้ำได้ทันที และมีความรวดเร็วขนาดที่มีคนกดไลค์ไปแล้ว 20 รายก่อนจะทำธุระขับถ่ายเสร็จเสียอีก จึงน่าที่จะจับเอาทวิตเตอร์ อินสตาแกรม เฟซบุค และโซเชียลมีเดียอื่นๆ มาใช้ให้เป็นประโยชน์มหาศาลแบบนี้ดูบ้างก็น่าจะเข้าที

จะติดตามรอดูสถานะทางเฟซบุคต่อไป เผื่อจะเริ่มมีใครอัพเดทว่า “ม.เกษตร ไปลำสาลี รถออกหน้าประตู 1 สี่โมงเย็น ว่าง 2 ที่” จะได้ส่งใจไปร่วมรำลึกความหลังเส้นทางกลับบ้านด้วย