ทำไมต้องซ่อม

  • warning: array_map(): Argument #2 should be an array in /home/greenwor/domains/greenworld.or.th/public_html/web/modules/system/system.module on line 1050.
  • warning: array_keys() expects parameter 1 to be array, null given in /home/greenwor/domains/greenworld.or.th/public_html/web/includes/theme.inc on line 1845.
  • warning: Invalid argument supplied for foreach() in /home/greenwor/domains/greenworld.or.th/public_html/web/includes/theme.inc on line 1845.
ก้อนทอง ลุร์ดซามี

ทำไมต้องซ่อม

ก้อนทอง ลุร์ดซามี

โทรศัพท์มือถือรุ่นเกือบฉลาดที่ผู้เขียนใช้มา 3 ปี จู่ๆ ก็หันมาสั่งตัวเองให้ปิดเครื่องไปซะเฉยๆ บางทีก็ติดเครื่องเองขึ้นมาใหม่ คล้ายกับนึกถึงคนใช้งานขึ้นมาได้ ผู้เขียนจึงต้องตัดสินใจจัดการกับโทรศัพท์เครื่องนี้

คนรอบข้างต่างก็ยุยงส่งเสริมให้ซื้อเครื่องใหม่แบบที่ปาดหน้าจอได้ ถ่ายรูปใหญ่เต็มจอได้ ทุกคนให้เหตุผลคล้ายๆ กันว่า หากส่งเครื่องเก่าไปซ่อมอาจจะต้องเสียค่าซ่อมแพงเกินไป เครื่องใหม่ย่อมคุ้มกว่า ซึ่งความคิดเหล่านี้ ไม่ได้เกิดจากพื้นฐานความคิดที่ฟุ่มเฟือย แต่มีที่มาจากการที่เครื่องใช้ไฟฟ้าและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์จำนวนมาก ไม่สามารถส่งไปซ่อมได้ง่ายๆ หรือถ้าซ่อมได้ ค่าซ่อมก็แพงกว่าราคาของเครื่องใหม่

ผู้เขียนเองไขว้เขวอยู่พักใหญ่ก่อนตัดสินใจส่งเครื่องไปยังศูนย์บริการ เจ้าหน้าที่ที่รับเครื่องไปและบอกว่าขอเวลาเช็คดูก่อนว่าซ่อมได้หรือไม่ หากได้ก็จะโทรมาแจ้งราคาค่าซ่อมก่อนลงมือจัดการ เล่นเอานอนไม่หลับอยู่หลายคืน

ระหว่างที่โทรศัพท์ถูกส่งเข้าอู่ซ่อม ผู้เขียนได้หยิบเครื่องสำรองรุ่นขาวดำมาใช้ให้เป็นที่ขำขันของคนรอบข้าง เพราะไม่มีลูกเล่นในการเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตหรือรับภาพสีใดๆ ทั้งสิ้น แต่ผู้เขียนกลับพบว่าการที่ลูกเล่นของโทรศัพท์ไม่แพรวพราว กลับเป็นลาภอันประเสริฐ เพราะที่ออฟฟิศรู้ว่าผู้เขียนอ่านอีเมล์จากโทรศัพท์ไม่ได้ หากมีอะไรเร่งด่วนก็ให้โทรมา ซึ่งก็ไม่มีใครโทร เพราะไม่มีอะไรที่เร่งด่วนขนาดนั้น ผลพลอยได้คือใช้เวลากับเทคโนโลยีน้อยลง สนใจชีวิตในโลกไซเบอร์น้อยลง

วันหนึ่ง ต้องขึ้นรถไฟฟ้าไปประชุม และเนื่องจากไม่ต้องทำเป็นธุระยุ่งด้วยการเช็คอีเมลบนโทรศัพท์เพราะไม่มีจะให้เช็คนั้น ผู้เขียนมีเวลาได้มองความเป็นไปที่อยู่ตรงหน้า และก็พบว่า คนเกือบทั้งตู้โดยสาร ถ้าไม่ฟังเพลง ส่งข้อความ หรือเช็คเฟสบุคจากโทรศัพท์ ก็อ่านข่าวอ่านหนังสือจากแท็บเล็ต กลับมาค้นข้อมูลดูพบว่าในมาเลเซียมีจำนวนผู้ใช้สมาร์ทโฟนสูงถึง 7.7 ล้านคน ในขณะที่ประชากรวัย 15 - 54 ปี ซึ่งมีอยู่ราวๆ 17 ล้านคน ถือว่าเป็นกลุ่มที่ตามติดเทคโนโลยีใหม่ๆ เพราะอยู่ในวัยเรียนและวัยทำงานที่สามารถเดินทางไปไหนมาไหนได้เอง การที่เห็นคนเกือบทั้งตู้โดยสารใช้สมาร์ทโฟนจึงไม่ชวนให้แปลกใจแต่อย่างใด

               

ห้าวันผ่านไป เจ้าหน้าที่โทรมาบอกว่าระบบซอฟท์แวร์มีปัญหา ต้องรีฟอร์แมทเครื่องพร้อมติดตั้งระบบใหม่ทั้งหมด จะซ่อมหรือไม่ เพราะจะคิดค่าซ่อม 500 บาท! โอ้ว.. ถูกใจและถูกค่าเสียหาย กรุณาจัดการซ่อม ณ บัดนาว

ระหว่างรอให้เครื่องซ่อมเสร็จ ความรู้สึกภูมิใจ ดีใจ คล้ายๆ วานรได้แก้วมันถาโถมเข้ามาหาอย่างช่วยไม่ได้ ความดีใจที่ไม่ต้องเสียเงินซื้อเครื่องใหม่มีมากพอๆ กับที่รู้สึกว่าไม่ต้องสร้างภาระให้โลกเพิ่มขึ้น ก็อ่านบทความ อ่านข่าวมาเยอะแยะแล้วว่าโทรศัพท์แต่ละเครื่องใช้ต้นทุนทางสิ่งแวดล้อมและสังคมมากมายขนาดไหน

อาจจะฟังดูเป็นการกล่าวหาที่เกินจริง ถ้าหากจะบอกว่าเจ้าของเครื่องสมาร์ทโฟนแต่ละคนเป็นส่วนหนึ่งของสงครามนองเลือดในคองโก ที่ถูกขโมยแร่โคลเทน (Coltan)มูลค่ากว่า 250 ล้านดอลล่าร์สหรัฐโดยกองทัพรวันดา เพราะโคลเทนมีคุณสมบัติในการทนต่อความร้อน จึงเป็นส่วนประกอบสำคัญในการผลิตตัวเก็บประจุที่นำมาใช้ในเครื่องโทรศัพท์  ในขณะที่อีกมุมหนึ่งของโลก เรากำลังมีส่วนทำลายคุณภาพน้ำของแม่น้ำในจีนกว่า 43 เปอร์เซ็นต์ของแม่น้ำที่มีการตรวจสอบคุณภาพ โดยรายงานจากรัฐบาลจีนพบว่า แม่น้ำเหล่านั้นไม่เหมาะแก่การสัมผัสกับมนุษย์เพราะมีสารตะกั่วการปนเปื้อนอยู่ ซึ่งนี่เป็นเพียงตัวอย่างเล็กๆ ที่เกิดจากการผลิตชิ้นส่วน 2-3 ชิ้น ในเครื่องโทรศัพท์เท่านั้นเอง

ความซับซ้อนของระบบซัพพลายเชนที่ผู้ผลิตสินค้าแต่ละชนิดต้องพึ่งพาส่วนประกอบจากทุกมุมโลก ทำให้ผู้บริโภคต้องมีความตระหนักต่อการตัดสินใจเลือกซื้อสินค้า ด้วยผลกระทบในเชิงลบได้แผ่เป็นวงกว้างข้ามทวีปข้ามซีกโลกไกลสุดลูกหูลูกตาวันหนึ่งข้างหน้า อย่าได้ตกใจและโทษใครที่ไหนหากมันจะย้อนกลับส่งผลแก่เราโดยฉับพลัน

.....

ว่าแล้วก็หันไปมองเจ้าโทรศัพท์ที่อยู่กันมาสามปีแล้วด้วยความสำนึก และหวังว่าจะอยู่ด้วยกันต่อไปนานๆ สาธุ

 

ที่มาภาพประกอบ:
http://www.nytimes.com
http://www.thestar.com.my