เทศกาลรื่นเริง..ของใคร?

ก้อนทอง ลุร์ดซามี

เทศกาลรื่นเริง..ของใคร?

ก้อนทอง ลุร์ดซามี

ช่วงนี้ เกาะติดสถานการณ์ความเคลื่อนไหวของสังคมออนไลน์จากเมืองไทยแนบแน่น และดูเหมือนว่าเดือนกันยายนปีนี้จะมีความคึกคักเป็นพิเศษ มีงานที่เกี่ยวข้องกับสิ่งแวดล้อมใหญ่ๆ ถึงสามงาน ทั้งงานระดับประเทศอย่างการเดินเท้าเพื่อคัดค้าน EHIA ของคุณศศิน เฉลิมลาภ งานระดับเมืองหลวงอย่าง Car Free Dayและงานท้องถิ่นคืองานร่วมใจทำภูเก็ตให้สะอาด

แอบดีใจตามประสาคนที่ไม่ได้อยู่ในบ้านเกิดเมืองนอน ว่าคนไทยออกมาเคลื่อนไหวและสนใจในเรื่องของสิ่งแวดล้อมมากขึ้น  ยิ่งมีโซเชียลมีเดียและสื่อออนไลน์ ยิ่งช่วยทำให้ข่าวที่ถูกบดบังมีความชัดเจนขึ้นและถึงมือผู้รอรับข่าวสารได้ง่ายขึ้น...

ขณะเดียวกันก็อดที่จะกังวลไม่ได้ว่า ในเวลาที่งานต่างๆ กำลังขับเคลื่อนไปข้างหน้านั้น เรากลับลืมผลกระทบของตัวเองกับการเข้าไปมีส่วนร่วม ที่เห็นชัดก็คงเป็นจำนวนของบรรจุภัณฑ์แบบใช้แล้วทิ้งเกิดขึ้นเป็นผลพวงตามมาจำนวนมากมาย ทั้งกล่องโฟมใส่อาหาร กล่องเครื่องดื่ม และขวดน้ำพลาสติก

งานนี้ คนที่มีความสุขที่สุด คงไม่พ้นบริษัทผู้ผลิตของเหล่านั้น ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดที่สุดคือ น้ำดื่มบรรจุในขวดพลาสติก ซึ่งมีรายงานเกี่ยวกับธุรกิจน้ำดื่มที่ระบุไว้ว่า ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา ตลาดน้ำดื่มมีอัตราการเติบโตถึง 20-30% มูลค่าการตลาดสูงถึง 23,000 ล้านบาท ตัวเลขนี้น่าตกใจมาก เพราะนั่นไม่ได้หมายความว่าเราหันมาดื่มน้ำเปล่าเพิ่มขึ้น แต่กลายเป็นว่าเราไม่รู้จักเตรียมตัวก่อนออกนอกบ้าน ไม่พกขวดน้ำประจำตัวที่บรรจุน้ำดื่มจากบ้าน ไม่เตรียมล่วงหน้าว่าถ้าไปเดินตามตลาดนัดหรือห้างสรรพสินค้าแล้วเราจะรู้สึกคอแห้ง อยากดื่มน้ำ พอหิวน้ำ ก็ซื้อน้ำจากขวดพลาสติกดื่มเป็นเรื่องปกติ ตรงกันข้ามกับสิ่งที่ผู้เขียนสังเกตเห็นที่มาเลเซียคือ  ไม่เพียงแต่เด็กนักเรียนเท่านั้นที่พกขวดน้ำหรือกระติกน้ำไปโรงเรียน ยังเลยไปถึงหนุ่มๆ สาวๆ พกขวดน้ำไปเรียนที่มหาวิทยาลัย ผู้ใหญ่วัยทำงานต่างก็ถือขวดน้ำของตัวเองไปทำงาน คนที่นี่รู้สึกว่าเป็นการไม่ฉลาดเอาเสียเลย หากว่าต้องไปซื้อน้ำเปล่าดื่มระหว่างทาง ยกเว้นแต่ว่าน้ำในขวดหมดหรือมีเหตุจำเป็นอื่นๆ

ตอนนี้ เราเข้ามาอยู่ในไตรมาสสุดท้ายของปีกันแล้ว บรรยากาศเทศกาลต่างๆ มาจ่อรอเยอะแยะไปหมด ทั้งงานประเพณีลอยกระทง งานบุญออกพรรษา งานหลวงวันเฉลิมฯ และงานรื่นเริงสากลส่งท้ายปีใหม่ สิ่งที่หนีไม่พ้นแน่ๆ คือเมื่อมีงานเทศกาลมาก การสร้างขยะก็จะเพิ่มตามมาด้วย ประสบการณ์ตรงเกิดขึ้นเมื่อสิบปีที่แล้ว ครั้งที่ขึ้นไปเที่ยวดอยตุงในช่วงวันเฉลิมฯ เดือนธันวาคม ซึ่งเป็นช่วงพีคของการท่องเที่ยวเพราะอากาศเย็นสบาย ดอกไม้สวยงามสะพรั่ง ผู้เขียนไปถึงปลายวันหยุด ตกใจกับสภาพขยะที่ถูกทิ้งอยู่ตามไหล่ทางสองข้างถนนลาดยางไกลเป็นกิโลๆ ขยะกองอยู่เป็นหย่อม ดูจากสภาพก็พอจะเดาได้ว่าพอทานเสร็จ ดื่มเสร็จ ก็จ่อมทิ้งไว้ข้างๆ รถ ก่อนจะก้าวขึ้นรถปิดประตูจากไป เศร้าใจที่คนเหล่านี้สามารถดั้นด้นฝ่าระยะทางขึ้นไปชมความงามของดอยตุงได้ แต่กลับทิ้งความน่าเกลียดเอาไว้อย่างไม่ไยดี

เคยคิดหรือสงสัยไหม ว่าเวลาที่ไปเที่ยวตามสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ ทำไมเราจึงสามารถนำอาหารและขนมสารพัดชนิดไปรับประทานได้ แต่กลับไม่สามารถนำขยะเหล่านั้นติดตัวกลับมาทิ้งมาจัดการที่บ้านได้ ทั้งๆ ที่น้ำหนักของสัมภาระตอนขาไปมากกว่าขากลับหลายเท่านัก

เคยคิดหรือสงสัยไหม ว่าหากทุกคนที่ไปเที่ยวงานเทศกาลต่างๆ พกกล่องอาหารเพื่อไปใส่อาหารที่ซื้อตามงานออกร้าน พกขวดใส่น้ำดื่มจากบ้านไปคนละใบ เราจะช่วยลดปริมาณขยะที่เกิดขึ้นในงานเหล่านั้นไปได้กี่กอง และที่ต้นทาง จะชะลอปัญหาน้ำเสีย มลภาวะจากโรงงานผลิต และน้ำมันค่าขนส่งไปได้อีกเท่าไหร่

โจทย์แรกสำหรับเดือนตุลาคมนี้ที่อยากจะฝากไว้ คือการไปทำบุญวันออกพรรษา ให้ลดการจัดสรรภัตตาหารที่บรรจุในกล่อง ถาด หรือจานโฟมเพื่อไปถวายพระภิกษุ และอย่าลืมพกขวดน้ำประจำตัว (แบบที่ใช้ซ้ำได้โดยไม่เป็นอันตราย) ติดตัวไปคนละหนึ่งขวด

โจทย์ที่สอง คืองานลอยกระทงในเดือนพฤศจิกายน หากตั้งใจจะไปลอยเพื่อขอขมาพระแม่คงคาที่ได้ใช้น้ำและทิ้งสิ่งปฏิกูลลงไปในน้ำ ก็ขอให้เป็นการขอขมาอย่างถึงแก่น กระทงที่จะนำมาลอย ต้องทำมาจากวัสดุธรรมชาติ อย่าหลงกลไปกับใบตองแปะแผ่นโฟม หรือตะปูเหล็กตอกหมุดกลีบบัวและดอกไม้ ที่จริงดอกบัวดอกเดียวก็สามารถใช้เพื่อบรรลุวัตถุประสงค์ของการลอยได้แล้ว

จำได้ไหม เราใช้ทรัพยากรเกินโควต้าโลกไปตั้งแต่เดือนสิงหาคม ตอนนี้ ต่างก็ใช้ชีวิตประจำวันอยู่ในสภาวะสร้างหนี้ให้แก่โลก อย่าร่วมกิจกรรมต่างๆ โดยไม่คิดถึงผลกระทบของการกระทำของตัวเอง เพราะจะกลายเป็นว่าเราชวนกันมากระหน่ำซ้ำเติมสร้างภาระโลกทิ้งทวนในไตรมาสสุดท้ายกันอย่างขาดสติ

 

ภาพประกอบ
AFP
www.http://pantip.com/topic/31015933

Share this

อ่านเรื่องย้อนหลัง

18 ส.ค. 2557
 

creative-commonsแสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน 3.0 ประเทศไทย
พัฒนาเว็บไซต์โดย โอเพ่นดรีม