ภูมิแพ้กรุงเทพฯ

ก้อนทอง ลุร์ดซามี

ภูมิแพ้กรุงเทพฯ

ก้อนทอง ลุร์ดซามี

อากาศส่งท้ายปีใหม่ หนาวได้ใจจริงๆ ผู้เขียนมีโอกาสได้เดินทางไปเชียงใหม่ตอนกลางเดือนธันวาคม สองวันสุดท้ายก่อนกลับมาเลเซีย ได้สัมผัสกับลมหนาวที่เข้ามาเยือนหลังลมฝนผ่านไป พอกลับมาถึงบ้าน ปะทะลมร้อนและฝุ่นหนาในบ้านที่ทิ้งไปนาน อาการภูมิแพ้ก็มาทักทายให้ได้จามน้ำหูน้ำตาไหลอยู่ครึ่งค่อนวัน เป็นเพราะคุณเพื่อนบ้านหลังตรงข้ามทั้งด้านหน้าและด้านหลังพร้อมใจกับปรับปรุงต่อเติมบ้าน ฝุ่นก่อสร้างจึงสามัคคีมากองรวมกันอุ่นหนาฝาคั่งที่บ้านผู้เขียน แต่หลังดูดฝุ่นทำความสะอาดบ้าน อาการแพ้ก็หายไป ไม่เป็นภูมิแพ้เรื้อรัง

แต่ว่าที่กรุงเทพฯ ยังคงเป็นสวรรค์ของนักช้อปเหมือนเดิม ยากที่จะหายาป้องกันภูมิแพ้มากินเหลือเกิน ในช่วง 2-3 วัน ที่ผู้เขียนพาครอบครัวไปเดินซื้อของใช้จำเป็นตามรายการที่จดไว้ตั้งแต่อยู่บ้าน เพื่อป้องกันไม่ให้มีการซื้อของตามแรงกระตุก ก็พบว่าเป็นบททดสอบที่ท้าทายมาก เพราะสมุนน้อยสองคนที่เดินตาม จะคอยมากระตุกถามเป็นครั้งๆ ทุกๆ 3 นาที เช่นถามว่า ขอซื้อพวงกุญแจนี่ได้ไหม ขอซื้อของเล่นหน้าตาแปลกๆ แบบที่ไม่เคยเห็นนี่ล่ะ กล่องนี่ซื้อได้ไหม ฯลฯ

มิน่าล่ะ สินค้าหลายรายการจึงทำการตลาดเรียกร้องความสนใจจากเด็ก เพราะรู้ว่าเด็กๆ ไม่ต้องชั่งใจคิดมาก อยากได้อะไรก็ขอ พ่อแม่อยากให้ลูกมีความสุขก็ซื้อให้ ที่ซื้อตัดรำคาญก็หลายอยู่ การเจาะตลาดไปที่เด็กจึงได้ผลมากจริงๆ

มีบางรายที่เกินขอบเขตซึ่งผู้เขียนไม่เห็นด้วย เช่น ในห้างสรรพสินค้าเครือข่ายใหญ่ที่มาเลเซีย มีการนำแท่นเสียบอมยิ้มมาวางตรงที่ลูกค้าต้องยืนต่อคิวตามเคาน์เตอร์จ่ายเงิน ล่อใจให้เด็กที่ต้องรอผู้ปกครองจ่ายเงินเรียกร้องขออมยิ้ม แน่นอนที่กว่า 50% ของกลุ่มเด็กเหล่านั้นมีอมยิ้มอยู่ในมือเรียบร้อย ส่วนใหญ่ พ่อแม่ซื้อให้เพราะทนการเซ้าซี้ของลูกๆ ไม่ไหว ก็ทั่วบริเวณนั้น มีเพียงเจ้าอมยิ้มเท่านั้น ที่เป็นเป้าหมายสายตาที่เด็กๆ เข้าใจได้ กรณีนี้ผู้เขียนคิดว่าเป็นการยัดเยียดน้ำตาลให้เด็กโดยไม่จำเป็นเลย

เด็กเมืองส่วนใหญ่ บริโภคขนมไร้ประโยชน์ ทานอาหารฟาสต์ฟู้ดและดื่มน้ำอัดลมหรือน้ำผสมน้ำตาลในรูปแบบของน้ำผลไม้เป็นประจำ และยังจมจ่อมอยู่แต่หน้าจอคอมพิวเตอร์หรือแท็บเล็ตต่างๆ ดูแล้วแทบจะพูดได้ว่าไม่มีกิจวัตรประจำวันส่วนใดเลยที่จะช่วยสร้างภูมิคุ้มกันให้แก่ร่างกาย การเจ็บไข้ได้ป่วยด้วยสาเหตุเล็กๆ น้อยๆ จึงเป็นเรื่องปกติที่พบเห็นได้ทั่วไป และลงเอยด้วยวิธีรักษาที่เติมสารเคมีจากยาชนิดต่างๆ เข้าไปในร่างกายเพิ่มขึ้นอีก

ส่วนประกอบของร่างกายเด็กเมืองจึงน่าจะเต็มไปด้วยไขมัน สารเคมีจากอาหารแปรรูปและยารักษาโรค และยังมีน้ำตาลจากอาหารและเครื่องดื่มเป็นแหล่งฟูมฟักเชื้อโรคต่างๆ อย่างอิ่มเอมสำราญใจ พอเจอกับมลพิษในเมือง จึงไม่แปลกที่ร่างกายจะไม่มีภูมิคุ้มกันตามธรรมชาติ เพราะไม่แข็งแรงพอที่จะสร้างระบบกำจัดสารเคมีแปลกปลอมออกจากร่างกาย ทำให้ต้องลุกขึ้นมาร้องเพลงภูมิแพ้กรุงเทพกันเป็นแถวๆ

.....

วันเกิดครบ 8 ขวบปีนี้ของลูกชายคนเล็ก ผู้เขียนจัดเป็นปาร์ตี้เดินป่าในเมืองให้กับกลุ่มเพื่อนๆ ของหนุ่มน้อย หลังจากพบกันด้วยอาหารมื้อเช้าแล้ว คณะเด็กเมืองกลุ่มเล็กก็พากันเข้าไปที่สถาบันวิจัยป่าไม้ หรือที่รู้จักกันตามชื่อย่อว่า FRIM ซึ่งมีเส้นทางเดินป่าระยะทางสั้นๆ ราวๆ 2-3 กิโลเมตร นำไปสู่สะพานเดินบนเรือนยอดไม้ (Canopy Walk) ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ ต่างก็สนุกสนานผสมความขลุกขลักในการเดินขึ้นและลงเขาตามเส้นทางในป่า
 

การจัดปาร์ตี้วันเกิดแบบลุยป่านี้ นอกจากจะเปิดโอกาสให้เด็กเมืองที่เป็นเพื่อนๆ ของลูกได้มีโอกาสเข้าใกล้ธรรมชาติมากขึ้นแล้ว กลับกลายเป็นว่าผู้ปกครองของเด็กๆ ที่มาร่วมเดินนี้ ก็ไม่เคยมีใครย่างกรายมาที่นี่เลย ทั้งๆ ที่อยู่ห่างจากเมืองที่อยู่ไม่เกิน 20 กิโลเมตร จึงไม่น่าแปลกใจ ที่เด็กเมืองกลุ่มตัวอย่างกลุ่มนี้จึงเป็นโรคภูมิแพ้กันมากพอสมควร ไม่เป็นไร ผู้เขียนจะค่อยๆ จับมาสร้างภูมิคุ้มกัน

จัดงานวันเกิดปีนี้ ลองมาเปลี่ยนบรรยากาศของงานกัน ออกจากตึกรามบ้านช่องแล้วจูงมือกันไปสวนลุมพินี ไปเดินป่าที่เขาใหญ่ หรือไปขี่จักรยานที่สวนรถไฟ ให้โอกาสตัวเองได้แบ่งปันความสุขกับธรรมชาติดูบ้างก็คงดี...

Share this

อ่านเรื่องย้อนหลัง

18 ส.ค. 2557
 

creative-commonsแสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน 3.0 ประเทศไทย
พัฒนาเว็บไซต์โดย โอเพ่นดรีม