ส้มสูก ลูกอัลมอนด์ และผึ้งน้อย

ก้อนทอง ลุร์ดซามี

ส้มสูก ลูกอัลมอนด์ และผึ้งน้อย

ก้อนทอง ลุร์ดซามี

ช่วงเทศกาลตรุษจีน เป็นช่วงที่ผู้เขียนสังเกตเห็นว่าปริมาณส้มแมนดารินที่ถูกนำเข้ามาจากเมืองจีนวางขายตามตลาดและซุปเปอร์มาร์เก็ตนั้นมีจำนวนมากที่สุด คนเชื้อสายจีนจะพากันซื้อเป็นลังๆ เพื่อไปทำพิธีไหว้และแจกจ่ายญาติมิตร ตามธรรมเนียมที่ว่าส้มเป็นสัญลักษณ์ของความมั่งคั่ง ธรรมเนียมดั้งเดิมเล่าไว้ว่า ผู้มาเยี่ยมมาไหว้จะมอบส้มหนึ่งคู่ให้แก่เจ้าบ้านที่ไปเยี่ยม ขณะเดียวกันเจ้าบ้านก็จะมอบส้มหนึ่งคู่กลับมาให้แก่ผู้ไปเยี่ยมเช่นกัน ถือเป็นการอวยพรกลับให้มั่งคั่งรุ่งเรือง ดังนั้น ส้มที่นำมาใช้ไหว้และให้ผู้อื่นจึงต้องอยู่ในสภาพดี ตามซุปเปอร์มาร์เก็ตจะมีส้มหลุดลังที่ฉีกขาดจากการโยนระหว่างขนส่งมากองรวมขายเป็นกิโลในราคาถูก เปิดโอกาสให้คนที่ไม่ได้ฉลองเทศกาลตรุษจีนอย่างผู้เขียนได้เลือกซื้อมารับประทานอย่างเอร็ดอร่อย เลือกผลส้มไปก็คิดได้ว่า ถ้าเช่นนั้น ผลส้มที่ขายกันตามตลาดทั่วโลกคงมีมากเกินกว่าจะนับกันหวาดไหว เอ... ต้องปลูกกันกี่ไร่กี่เฮคแตร์กันล่ะนี่

ที่เมืองจีนเอง ถือเป็นแหล่งผลิตส้มแมนดารินรายใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่ง และด้วยความใหญ่โตของขนาดสวนส้มที่กว้างไกลสุดลูกหูลูกตานี้ ทำให้การพ่นยาปราบศัตรูพืชและยาฆ่าเชื้อรา เป็นการพ่นแบบฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ สวนจึงเงียบกริบไร้เสียงแมลงหรือนกเข้ามากล้ำกราย เอ๊ะ... ถ้าอย่างนั้นแล้ว “ใคร” จะเป็นคนผสมเกสรดอกส้มให้เกิดผลส้มตามมาล่ะ

คำตอบมาเฉลยในสารคดีชื่อ "More than honey" ซึ่งเป็นสารคดีที่ผลิตโดยผู้กำกับชาวสวิสชื่อ Marcus Imhoof ซึ่งแสดงให้ความสัมพันธ์ของผึ้งกับมนุษยชาติ โดยดำเนินเรื่องผ่านโลกของผึ้งที่ถูกเลี้ยงแบบธุรกิจครอบครัวจากประเทศในยุโรป และแบบระดับอุตสาหกรรมที่มีการนำผึ้ง “ออนทัวร์” ไปทำหน้าที่ผสมเกสรตามไร่อัลมอนด์ในอเมริกา

ที่น่าสนใจนอกเหนือไปจากประเด็นที่เกี่ยวกับวิถีชีวิตของผึ้งเลี้ยงแล้ว ยังสะท้อนให้เห็นถึงวัฏจักรในการเจริญเติบโตของสังคมแบบที่ไม่มีขีดกำหนด ซึ่งจะล่มสลายเมื่อถึงจุดหนึ่ง ด้วยวิกฤตการณ์หรือความหายนะเหล่านั้นถือเป็นส่วนหนึ่งของวัฏจักรที่กระตุ้นให้สังคมมีวิวัฒนาการ บ่อยครั้งที่มีตัวช่วยมาจากหนทางที่ไม่ได้คาดฝันมาก่อน

ในช่วง 15 ปีที่ผ่านมา โคโลนีของผึ้งจำนวนมากมายถูกทำลายโดยไม่ทราบสาเหตุ ผึ้งตามท้องถิ่นประมาณ 50-90% ขึ้นอยู่กับว่าเป็นส่วนไหนของโลก สูญหายไปเฉยๆ อย่างไม่มีร่องรอย ไม่แม้แต่กลับมาตายที่รัง

หลังจากที่ได้มีการศึกษากันอย่างจริงจังเกี่ยวกับผึ้งพันธุ์ที่พบทางยุโรปและอเมริกา (ไม่ดุร้ายเท่าผึ้งหลวง) โดยนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยแมรี่แลนด์และกรมการเกษตรของสหรัฐอเมริกา ก็ได้พบตัวการใหญ่ของการสังหารหมู่ครั้งนี้ ที่มาจากส่วนผสมของยาปราบศัตรูพืชและยาฆ่าเชื้อราที่ตกค้างอยู่ตามเกสรดอกไม้ที่ผึ้งไปเก็บน้ำหวานมาหล่อเลี้ยงรัง เมื่อผึ้งได้รับสารเคมีเหล่านี้เข้าไป กลับเปิดโอกาสให้ปรสิตตัวกะจิดริดที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่าที่ชื่อ Nosema ceranae ซึ่งเป็นสิ่งมีชีวิตเซลล์เดียวในอาณาจักรเห็ดรานั้น เข้าทำร้ายได้ง่ายขึ้น เพราะมีภูมิต้านทานลดลงถึงสามเท่าเมื่อเทียบกับผึ้งที่ไม่ได้ร้บสารเคมี

ในการทำสวนอัลมอนด์ของสหรัฐอเมริกาที่ผ่านมา จะมีการเตือนไม่ให้พ่นยาปราบศัตรูพืชเวลาใกล้กับช่วงที่ผึ้งมาทำหน้าที่ผสมเกสรตอนดอกไม้บาน แต่ไม่มีการประกาศเกี่ยวกับการใช้ยาฆ่าเชื้อรา เพราะเห็นว่าไม่ได้มีผลต่อการฆ่าแมลง กว่าจะรู้ว่ายาฆ่าเชื้อราเป็นผู้ร้ายตัวเอกก็เล่นเอาผึ้งตายยกรังไปเรียบ ผลผลิตของอัลมอนด์จากสหรัฐอเมริกานั้นครอบคลุมตลาดทั่วโลกถึง 80% หากไม่มีผึ้งมาผสมเกสรแบบนี้ ผลผลิตที่ได้คงน้อยลง ส่งผลให้ราคาอัลมอนด์สูงขึ้น ... มิน่าล่ะ อัลมอนด์ที่ผสมอยู่ในซีเรียลที่ทานตอนเช้ามันจึงได้บางลงๆ หลงดีใจไปว่าผลิตเพื่อเอาใจคนฟันฟางไม่แข็งแรง

แต่ส้มที่ผลิตมาจากเมืองจีน ซึ่งไม่มีที่ท่าว่าจะน้อยลงแต่อย่างใดนั้นแสดงว่าการผสมเกสรดำเนินไปด้วยดี ว่าแต่ผสมโดยใครล่ะ ... คำตอบมาเฉลยในสารคดีชุดดังกล่าวว่า “คนงาน” ในสวนส้มได้ทำหน้าที่เป็น ”ผึ้งงาน” ไปเรียบร้อย มือหนึ่งถือเกสรที่ซื้อมาจากร้านการเกษตร อีกมือก็แตะป้ายตามดอกส้มแต่ละดอกอย่างรวดเร็ว ทั้งหมดนี้ต้องปีนบันไดเขย่งเอื้อมไปตามกิ่งต่างๆ ด้วย

หลายๆ คนที่กลัวผึ้งต่อย หากได้ดูสารคดีชุดนี้อาจจะเกิดความเห็นอกเห็นใจผึ้งมากขึ้น คราวนี้เวลาเห็นผึ้งบินมาใกล้ๆ จะรีบยกมือไหว้ขอบคุณที่สู้อุตส่าห์ตรากตรำทำงานตลอดอายุขัยช่วยให้มนุษย์ตัวโตๆ อย่างเราได้กินดีมีสุข ขอบคุณค่ะคุณผึ้ง...

Share this

อ่านเรื่องย้อนหลัง

18 ส.ค. 2557
 

creative-commonsแสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน 3.0 ประเทศไทย
พัฒนาเว็บไซต์โดย โอเพ่นดรีม