เรื่องเก่าเล่าใหม่...ไม่ฟินซักที

  • warning: array_map(): Argument #2 should be an array in /home/greenwor/domains/greenworld.or.th/public_html/web/modules/system/system.module on line 1050.
  • warning: array_keys() expects parameter 1 to be array, null given in /home/greenwor/domains/greenworld.or.th/public_html/web/includes/theme.inc on line 1845.
  • warning: Invalid argument supplied for foreach() in /home/greenwor/domains/greenworld.or.th/public_html/web/includes/theme.inc on line 1845.
ก้อนทอง ลุร์ดซามี

เรื่องเก่าเล่าใหม่...ไม่ฟินซักที

ก้อนทอง ลุร์ดซามี

แล้วเราก็ก้าวข้ามผ่าน “วันเกินโควต้าโลก” ไปอีกหนึ่งรอบ แต่ปีนี้ วันเกินโควต้าโลกขยับขึ้นมาอีกหนึ่งวัน ตรงกับวันที่ 19 สิงหาคม ซึ่งก็หมายความว่า นับจากวันที่ 20 สิงหาคมเป็นต้นมาเรากำลังอาศัยอยู่บนโลกด้วยทรัพยากรและข้าวของที่หยิบฉวยจากอนาคตมาใช้โดยไม่ได้นั่งไทม์แมชชีนไปขออนุญาตลูกหลานของใครเลย

ผู้เขียนรู้สึกเหมือนว่าการพร่ำพูดเรื่องเกี่ยวกับการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ได้กลายเป็นเรื่องเก่าเล่าใหม่ที่ตกเทรนด์ไปแล้ว เป็นเรื่องที่ไม่น่าตื่นตาใจอะไรอีกต่อไป จึงไม่น่าแปลกใจที่ปีนี้ งานเฉลิมฉลองวันคุ้มครองโลกหรือวันสิ่งแวดล้อมจะผ่านเลยไปอย่างเงียบเหงา พร้อมๆ กับข้อความสร้างความตระหนักที่มีกำลังและอิทธิพลน้อยกว่าท่อนฮุคของเพลงขอใจเธอแลกเบอร์โทร

แล้ววันหนึ่ง ก็สบโอกาสได้ไปดูหนังเรื่อง “ลูซี่” เนื้อหาเป็นอย่างไร จะไม่นำมาเผยในบทความนี้ให้เสียอรรถรสของคนที่ยังไม่ได้ดูจะขอเล่าแค่ว่าสะดุดใจเข้ากับประโยคหนึ่งที่พูดโดย Professor Norman (แสดงโดย Morgan Freeman) เขาบอกว่า “We humans are more concerned with having than with being” สั้นๆ ง่ายๆ แต่คมเพราะตอกย้ำชัดเจนว่ามนุษย์ไม่ได้แค่ดำรงอยู่เพียงเพื่ออยู่ แต่กลับอยู่เพราะอยากมีอยากได้ คล้ายๆ กับเป็นคำตอบให้คำถามคลาสสิคของโลกสิ่งแวดล้อมทั้งหลาย เช่น ทำไมเราจึงมีปัญหาในการจัดการขยะ ทำไมเราจึงสูญเสียทรัพยากรของโลกรวดเร็วราวผีเสื้อขยับปีก ทำไมคุณภาพชีวิตจึงแย่ลงทั้งๆ ที่เทคโนโลยีก้าวหน้า

กลางเดือนกันยายนนี้เอง มีข่าวคราวเกี่ยวกับคนงานอย่างน้อย 13 คน ที่ทำงานในสายการผลิตโทรศัพท์รุ่นล่าสุดของไอโฟน ล้มป่วยเป็นมะเร็งในเม็ดเลือดขาว เขาเหล่านี้เป็นเด็กหนุ่มอายุ 20 ต้นๆ เท่านั้น จากการสอบสวนเบื้องต้น ชี้ไปที่สารเคมีที่ใช้ในการประกอบตัวเครื่องระยะสุดท้ายสองชนิด คือ เบนซีน และ เอ็น-เฮกเซน ว่าเป็นต้นเหตุของการคร่าชีวิตคนงานเหล่านี้ ซึ่งแม้ว่าทางบริษัทแอปเปิลจะระงับการใช้สารเคมีทั้งสองชนิดไปเมื่อต้นเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา แต่ก็ยังคงต้องสังเกตผลกระทบที่สะสมในคนงานที่เหลือว่าจะออกฤทธิ์เมื่อไหร่

การสร้างสิ่งอำนวยความสะดวก (และสิ่งฟุ้งเฟ้อ) เพื่อคนกลุ่มหนึ่งได้กลายเป็นการแลกสุขภาพและชีวิตของคนอีกกลุ่มแบบนี้ ยิ่งทำให้ผู้เขียนกลายเป็นคนขี้บ่นยิ่งขึ้นไปอีก รู้ดีว่าการเลือกใช้ของจำพวกนี้เป็นสิทธิส่วนบุคคล ที่ผ่านมาได้แต่พยายามอย่างยิ่งยวดที่จะไม่ตกเป็นหนึ่งในวังวนของการบริโภคอย่างไม่ลืมหูลืมตา เมื่อไหร่ที่ต้องเปลี่ยนก็เพราะจำเป็น โทรศัพท์เครื่องที่อยู่กันมา 4 ปี เพิ่งลาจากไปเมื่อเดือนที่แล้วหลังจากไม่สามารถซ่อมได้อีกเนื่องจากไม่มีชิ้นส่วนรองรับ เสียใจมากพอๆ กับตอนถูกแฟนทิ้งเลยทีเดียว

มาเจอข่าวนี้ รู้สึกว่าวัตถุนิยมล้ำเส้นความเป็นความตายของมนุษย์อย่างเลือดเย็น มือที่กำโทรศัพท์กลายเป็นมือที่กำคอคนที่ประกอบเครื่องในโรงงาน กระนั้นผู้คนก็พากันรอที่จะเปลี่ยนโทรศัพท์ทันทีที่รุ่นใหม่ล่าสุดออกมา

ดูเหมือนว่า เราจะไม่ได้เป็นหนี้แค่โลกที่เลี้ยงดูเราอยู่ คราวนี้เรายังเป็นหนี้ชี้วิตคนที่สร้างของเหล่านี้มาให้เราได้ใช้ด้วย

ผู้เขียนไม่ถึงกับล้าหลังทางเทคโนโลยี แม้ว่าจะเพิ่งเปลี่ยนเครื่องเป็นรุ่นปาดไปมาได้ เพราะหน้าที่การงานเรียกร้องให้ต้องสามารถตอบคำถามได้เกือบทันทีทันควันในบางครั้ง แต่คิดอยู่เสมอๆ ว่าความสามารถและความฉลาดของโทรศัพท์เหล่านี้ เกินความจำเป็นของมนุษย์

จากการที่มนุษย์ผู้ชายเคยมองไปข้างหน้าเพื่อล่าเหยื่อและมนุษย์ผู้หญิงมองไปรอบๆ เพื่อให้แน่ใจว่าบริเวณรอบถ้ำที่อาศัยอยู่ทั้งข้างในและข้างนอกนั้นปลอดภัยต่อลูกๆ ตอนนี้ ทั้งหมดต่างก็ก้มหน้าเพ่งสายตาอยู่ที่หน้าจอ อีกหน่อยสัญชาตญาณเกี่ยวกับระยะทางและมิติสัมพันธ์ของมนุษย์คงลดน้อยลง ไปไหนมาไหนก็ต้องพึ่งเครื่องบอกพิกัดบวกกับตัวช่วยในการคำนวณให้รู้เวลาที่จะไปถึง เซลล์สมองไม่ต้องจำบ้านเลขที่หรือจุดสังเกตตามถนนหนทาง ไม่ต้องจำหน้าใครว่าหน้าตาเป็นอย่างไร มีแอพพลิเคชั่นมาช่วยหาว่ายืนอยู่ตรงไหน ห่างออกไปกี่เมตร

เอาเถอะ แม้ว่าจะมีเหมือนคนอื่นๆ เขาแล้ว แต่ก็จะพยายามไม่ก้มหน้าก้มตามองแต่โทรศัพท์ นอกเหนือจากที่เล่ามาข้างบนแล้ว อีกเหตุผลหนึ่งก็คือ ก่อนหน้านี้ เคยสังเกตคนที่ใช้บรรดาสมาร์ทโฟนทั้งหลายแล้วนึกว่าพวกเขาคงกินดีอยู่ดี เพราะเวลาก้มหน้าดูโทรศัพท์เห็นคางตั้งสามสี่ชั้น ดูไปดูมาชักไม่แน่ใจ เอาเป็นว่ายังไม่อยากเหนียงยานเพราะโทรศัพท์เครื่องใหม่น่ะ