แผนที่ต้นไม้

  • warning: array_map(): Argument #2 should be an array in /home/greenwor/domains/greenworld.or.th/public_html/web/modules/system/system.module on line 1050.
  • warning: array_keys() expects parameter 1 to be array, null given in /home/greenwor/domains/greenworld.or.th/public_html/web/includes/theme.inc on line 1845.
  • warning: Invalid argument supplied for foreach() in /home/greenwor/domains/greenworld.or.th/public_html/web/includes/theme.inc on line 1845.
ก้อนทอง ลุร์ดซามี

แผนที่ต้นไม้

ก้อนทอง ลุร์ดซามี

เคยสงสัยไหม ว่าต้นไม้ใหญ่แถวๆ บ้าน ยืนอยู่ตรงนั้นมานานแค่ไหน และที่สำคัญจะอยู่ต่อไปอีกนานเท่าไหร่ แม้ว่าอาจจะช้าเกินไปที่จะรู้ว่าต้นไม้ที่ถนนหน้าบ้านยืนดูความเปลี่ยนแปลงของเมืองมาตั้งแต่เมื่อไหร่ ข่าวดีคือจะมาบอกว่าไม่สายเกินไปที่จะจดบันทึกเก็บไว้วันนี้ เพื่อให้รุ่นลูกรุ่นหลานรู้สึกตัวได้หากต้นไม้ที่ถนนหน้าบ้านหายไป

ผู้เขียนมีโอกาสได้ไปเรียนรู้เกี่ยวกับการทำบันทึกแผนที่ต้นไม้ (Tree Mapping) ผ่านทาง http://pericopsis.org/ ซึ่งเป็น platform บนโลกอินเตอร์เน็ตในลักษณะของ Wiki ที่แก้ไขข้อมูลได้ง่าย โดยทำหน้าที่เป็นฐานข้อมูลในการระบุตำแหน่งของต้นไม้ที่มีการจำแนกชนิดเอาไว้ ไหนๆ ก็อยู่ในยุคของกูเกิ้ลกันโดยถ้วนหน้า การค้นหาชื่อต้นไม้ไม่ว่าจะเป็นชื่อครอบครัว ชื่อสามัญ หรือชื่อวิทยาศาสตร์ ก็อยู่แค่ปลายนิ้วเท่านั้น ฐานข้อมูลไม่หวังให้ทุกคนต้องรู้ลึกไปถึงชื่อวิทยาศาสตร์ แค่ได้ชื่อครอบครัว ระบบก็ยอมรับแล้ว เพราะความที่เปิดกว้างแบบ Wiki วันดีคืนดีหากมีคนรู้ลึกกว่าคนที่บันทึกไว้คราวแรก ก็จะสามารถแก้ไขให้ข้อมูลเพิ่มเติมได้

ใครที่สนใจจะเข้ามามีส่วนร่วมในการบันทึกข้อมูลของต้นไม้บนฐานข้อมูลนี้ ก็สามารถลงทะเบียนและใช้งานได้ทันที ไม่เจาะจงว่าต้องเป็นผู้เชี่ยวชาญเรื่องต้นไม้และพันธุ์พืช เพราะ platform นี้เปิดกว้างให้คนทั่วไปได้มีส่วนร่วมในการอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพจริงๆ ที่ผ่านมา เรามักจะได้ยินหน่วยงานต่างๆ ทั้งระดับประเทศ ภูมิภาค หรือระดับโลก บอกให้รู้ว่าความหลากหลายทางชีวภาพกำลังอยู่ในขั้นวิกฤติแค่ไหน และพูดกันเสมอๆ ว่าอยากให้ทุกคนมีความตระหนักและมีส่วนร่วมในการคุ้มครองอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพเหล่านั้น คนฟังส่วนมากก็ได้แต่เกาศีรษะแกรกๆ ไม่รู้ว่าจะเข้าไปมีส่วนร่วมในกิจกรรมอะไรบ้าง สุดท้ายจึงลงเอยด้วยการเฮละโลกันไปปลูกต้นไม้ โดยอาจไม่รู้และไม่เข้าใจด้วยว่า เจ้าต้นไม้ที่หย่อนลงไปในดินต้นนั้น มันอาจจะไม่ได้มีประโยชน์ในเชิงของการรักษาพันธุ์และความหลากหลายทางชีวภาพเลย... ทำไมน่ะหรือ

สมมติว่านำต้นยางนาชนิดเดียวกัน 10 ต้น ที่เพาะเมล็ดมาจากต้นพ่อแม่พันธุ์ต้นเดียวกันไปปลูกในพื้นที่บริเวณเดียวกัน เมื่อมีการผสมเกสรเกิดขึ้นระหว่างต้นทั้งสิบนั้น ก็จะให้ผลไม่ต่างอะไรกับพี่น้องท้องเดียวกันแต่งงานกัน ซึ่งเปิดโอกาสให้ความถดถอยทางพันธุกรรม (Inbreeding Depression) เกิดขึ้นกับรุ่นลูกของต้นยางนาทั้งสิบต้นนั้น ความหลากหลายในระดับยีนจะค่อยๆ หายไป ทำให้ต้นไม้มีความต้านทางต่ำต่อการเกิดโรคระบาด หรือการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ หากภาวะโลกร้อนออกฤทธิ์แบบจังๆ ก็ให้เตรียมโบกมือลาต้นไม้ที่มีความถดถอยทางพันธุกรรมเหล่านั้นไปได้เลย

ระบบฐานข้อมูลในการบันทึกแผนที่ต้นไม้นี้ มีการระบุตำแหน่ง GPS ด้วยว่าต้นไม้นั้นอยู่ที่ไหน หากว่ามีการนำเมล็ดพันธุ์จากต้นไม้ (ต้นแม่) นั้นไปปลูกที่อื่น ก็สามาระระบุในฐานข้อมูลได้ว่า เมล็ดพันธุ์นี้ท่านได้แต่ใดมา ในอนาคต หากมีใครมาเก็บเมล็ดจากต้นลูกไปปลูก ก็สืบเสาะได้ว่าเทือกเถาเหล่ากอนั้นมาจากหนใด จะได้หลบเลี่ยงไม่เอาต้นหลานไปปลูกใกล้กับต้นพี่น้องอื่นๆ เพื่อลดโอกาสการเกิดความถดถอยทางพันธุกรรมไปได้

ที่น่าสนใจคือ ฐานข้อมูลแสดงให้เห็นด้วยว่าในพื้นที่หนึ่งๆ มีต้นไม้ประเภทไหนมากเป็นพิเศษ อย่างที่ Shah Alam ซึ่งเป็นเมืองหลวงของรัฐสลังงอร์ที่มาเลเซียนี้ จากจำนวนต้นไม้ 5,518 ต้นที่มีการบันทึกไว้นั้น พบว่าปาล์มครองแชมป์ไม้ปลูกด้วยจำนวนมากถึง 386 ต้น ตามมาด้วยมะม่วง 313 ต้น และอันดับสามคือต้นบูชิดา 255 ต้น ในขณะที่ไม้ปลูกยากทานอร่อยอย่างมังคุดมีอยู่แค่ 20 ต้นเท่านั้น

หากมีข้อมูลต้นไม้ในกรุงเทพหรือเมืองหลวงของประเทศเพื่อนบ้าน ก็คงจะน่าสนใจไม่น้อยว่าคนเมืองหลวงนิยมปลูกไม้ผล ไม้ดอก หรือไม้ประดับมากกว่ากัน ถือว่าเป็นการรู้จัก “อาเซียน” ในอีกมุมมองหนึ่ง

บทเรียนที่น่าสนใจอีกเรื่องหนึ่งสำหรับคนที่มีหัวเอนเอียงไปทางการอนุรักษ์อย่างผู้เขียนคือ รัฐบาลหรือเทศบาลที่ดูแลเมืองใดๆ ก็ตาม เหตุผลหลักในการบริหาร “เมือง” คือจัดการให้เป็นพื้นที่ให้ประชาชนอยู่อาศัย หากผู้บริหารเมืองลงมือปลูกต้นไม้พันธุ์ที่มาจากป่า ต้องใช้เวลา 50-100 ปีกว่าต้นไม้จะเติบโตแข็งแรง ไม่มีรัฐบาลไหนรอได้นานขนาดนั้น เพราะไม่คุ้มค่าในการลงทุน ต่างจากการปลูกไม้ดอกไม้ประดับที่ใช้เวลา 2-5  ปี ก็เห็นผลของการปลูกการดูแล ถือว่าเป็นการลงทุนต่ำ แต่ให้ผลสูง อืม...

ระบบการบันทึกแผนที่ต้นไม้เปิดโอกาสให้สมาชิกที่ลงทะเบียนสามารถเข้าไปแก้ไขข้อมูลเกี่ยวกับต้นไม้ของคนอื่นได้  โดยจะส่งอีเมล์ไปแจ้งแก่ผู้บันทึกคนแรกให้รู้ว่าข้อมูลของตนถูกแก้ไขอย่างไร และบนฐานข้อมูลเองก็จะแสดงให้เห็นด้วยว่ามีความเปลี่ยนแปลงของข้อมูลอย่างไรบ้าง ซึ่งหากว่าคุณบังเอิญเดินไปตามหาต้นไม้ต้นนั้นและพบว่ามันถูกตัดทิ้งไปจะด้วยเหตุใดก็ตาม ก็สามารถเข้าไปในฐานข้อมูลเพื่อแจ้งว่าต้นไม้นั้นตายแล้ว จะได้มีคนช่วยกันร้องไห้ไว้อาลัย

หวังว่าคงไม่ได้เห็นอาการ “ตายราบเป็นหน้ากลอง” ของต้นไม้บนถนนวิทยุหรือถนนเชียงใหม่-ลำพูน (ถนนต้นยาง) แสดงบนแผนที่นี้นะ