ไกลยังไงก็ใกล้กัน

ก้อนทอง ลุร์ดซามี

ไกลยังไงก็ใกล้กัน

ก้อนทอง ลุร์ดซามี

จั่วหัวเรื่องไว้คล้ายๆ กับว่าปีใหม่นี้ผู้เขียนจะเปลี่ยนมาเขียนเชิงนิยายรัก แต่ครั้นจะตั้งว่าเป็นนิยายรักติ่มซำ ก็เกรงว่าจะไม่มีใครอยากอ่านต่อ เว้นแต่ว่ากำลังหิว...

ติ่มซำถือว่าติดอันดับเมนูอาหารเช้ายอดฮิตของมาเลเซียพอสมควร แม้ว่าจะเป็นอาหารที่มีผู้รับประทานในวงจำกัดคือกลุ่มคนจีนและคนที่ทานหมูได้เท่านั้น แต่ถ้าหากเป็นร้านอร่อยมีชื่อเสียงมานาน ก็จะมีคนเข้าแถวยืนรอกันแน่นขนัด โดยเฉพาะวันหยุดสุดสัปดาห์ โชคดีที่ใกล้ๆ บ้านผู้เขียน มีร้านอร่อยอยู่ 2-3 ร้านดังนั้นการพาเด็กๆ ไปทานติ่มซำเป็นอาหารเช้าวันหยุดจึงไม่ยากเย็นเกินไป พอหาโต๊ะได้ นั่งลงปุ๊บพนักงานของร้านจะเวียนกันมาเป็นระยะๆ แบกเข่งยักษ์ใส่อาหารหลากหลายประเภท บางเข่งเป็นอาหารนึ่งอย่างฮะเก๋า ขนมจีบ ลูกชิ้นปลา บางเข่งเป็นอาหารตุ๋นอย่างตีนไก่ ซี่โครงหมู บางเข่งก็เป็นอาหารทอดอย่างเผือกสอดไส้ ซาลาเปาทอด (ที่มีงาโรย) อูยยยย นึกแล้วก็หิวอีก

เมื่อตอนสิ้นปี ขับรถขึ้นไปเที่ยวเมืองไทย มีโอกาสได้แวะทานติ่มซำเป็นอาหารเช้าถึง 2 ที่ คือที่สงขลาและสุราษฎร์ธานี ครอบครัวผู้เขียนอดแปลกใจไม่ได้ว่า ทำไมติ่มซำที่ขายในร้านทั้งสองจังหวัดมีอาหารหน้าตาและรสชาติแนวเดียวกันมาก มาถึงบางอ้อก็ตอนที่เพื่อนเจ้าถิ่นบอกว่า เดี๋ยวนี้ใครๆ ก็เปิดร้านติ่มซำกันได้ง่าย เพราะสามารถซื้อของจากบริษัทที่ผลิตอาหารสำเร็จรูปมาจัดใส่เข่งแล้วนึ่งขายได้เลย มาพร้อมน้ำจิ้มรสชาติต่างๆ... จึงเป็นอันว่าไม่ว่าจะอยู่จังหวัดไหนๆ ไกลกันยังไง ก็สามารถทานฮะเก๋ารสชาติเดียวกันได้แล้ว เพียงแค่บอกพิกัดร้านติ่มซำใกล้บ้านเพื่อนแต่ละคนในแต่ละจังหวัด แล้วนัดสไกป์ระหว่างทาน ก็จะได้รสชาติแบบเดียวกันสบายๆ

ในสถานการณ์ปกติ ก็คงไม่เป็นไร แต่นึกไปถึงปี 2554 ที่น้ำท่วมหนัก จำได้ว่าร้านอาหารที่มีสาขาทั่วประเทศบางร้านอย่างร้านบะหมี่ญี่ปุ่นแห่งหนึ่งที่มีสาขาในจังหวัดตรัง ก็ถึงกับต้องหยุดกิจการชั่วคราว เพราะโรงงานที่ผลิตวัตถุดิบที่ใช้ในการประกอบอาหารในอยุธยาถูกน้ำท่วมราบเรียบ

ล่าสุด เมื่อปลายเดือนธันวาคมที่ผ่านมานี้ สถานการณ์น้ำท่วมในรัฐต่างๆ ของมาเลเซียโดยเฉพาะในรัฐกลันตัน ตรังกานู เปรัค และปาหัง ที่น้ำท่วมหนักถึงขนาดทำลายสถิติเดิมไปหลายรายการ อย่างเช่นที่อุทยานแห่งชาติทามัน นาการา (Taman Negara) ซึ่งสถิติเดิมที่น้ำท่วมเมื่อปีค.ศ.1971 คือ 74 เมตรนับจากริมตลิ่งที่อยู่ข้างล่างลง น้ำท่วมขึ้นมาเกือบถึงพื้นร้านอาหารของรีสอร์ทเลยทีเดียว มาคราวนี้ ระดับน้ำในแม่น้ำเทมบีลิ่งขึ้นสูงถึง 75.76 เมตร สูงกว่าสถิติเดิม 1.76 เมตร ฟังดูแล้วอาจจะไม่มากเท่าไหร่ แต่หากเทียบกับความสูงของคน นั่นคือสูงท่วมหัวคนเอเชียโดยเฉลี่ยเลยทีเดียว คราวนี้ น้ำท่วมเลยระดับขึ้นไปจนเกือบถึงหลังคาของร้านอาหาร จึงต้องมีการอพยพนักท่องเที่ยวที่ติดค้างอยู่ที่นั่นทันทีที่ครัวแตก

ภาพ : www.themalaysianinsider.com

เพราะเหตุนี้ ปีการศึกษาใหม่จึงต้องเลื่อนเปิดเทอมออกไปอีกหนึ่งสัปดาห์ ผู้เขียนสบโอกาสจัดงานวันเกิดให้ลูกชายคนเล็กที่บ้าน เชิญเพื่อนๆ มาไม่กี่ครอบครัว ไปจ่ายตลาดเตรียมทำอาหารเลี้ยงเพื่อนๆ

ที่แผงขายผักเจ้าประจำ ผู้เขียนเลือกผักกาดขาวมาหนึ่งหัว โหระพาสองกำ และต้นหอมอีกกำใหญ่ คนขายชั่งน้ำหนักเสร็จแล้วใส่ถุงยื่นมาให้ พอบอกราคามาผู้เขียนถึงกับผงะ “ยี่สิบริงกิต” สองร้อยบาทเนี่ยนะ อุแม่เจ้า เกิดอะไรขึ้น

มาถามไถ่ได้ความจากบรรดาแม่ๆ เพื่อนลูก ราคาผักแพงสูงลิ่วก็เพราะน้ำท่วม ผักกลุ่มไหนที่เข้ามาจากเมืองจีนราคาก็พลอยสูงขึ้นไปด้วย เพราะความต้องการจากผู้บริโภคเพิ่มขึ้น แต่ปริมาณของซัพพลายที่ส่งมายังคงเดิม

ที่ร้านอาหารฟาสต์ฟู้ดแห่งหนึ่ง แปะป้าย Sold out บนสินค้าหลายรายการชวนให้สงสัยว่าเกิดอะไรขึ้นพอเดินเข้าไปดูใกล้ๆ ปรากฏว่าทั้งเมนู เหลืออยู่แค่ 2-3 รายการผู้เขียนถามพนักงานว่าเพราะอะไรของพวกนี้จึงขายหมด ทั้งๆ ที่วันนั้นไม่ใช่วันหยุดและเพิ่งเป็นเวลาเที่ยงเท่านั้นเอง น่าเสียดายที่พนักงานและผู้จัดการร้านตอบได้แค่ว่า ของไม่ส่งเข้าร้านมา 2 วัน

แม้จะไม่ได้คำตอบ แต่ผู้เขียนก็อดย้อนนึกไปถึงร้านบะหมี่ญี่ปุ่นที่เมืองตรัง ที่ต้องปิดชั่วคราวเพราะผลกระทบจากน้ำท่วม เหตุผลน่าจะไม่หนีกันซักเท่าไหร่ เสียดายที่คนเมืองและคนที่ย้ายมาอยู่ในเมือง จำนวนมากตัดขาดตัวเองจากโลกรอบๆ ราวกับว่าตราบใดที่น้ำไม่ท่วมในเมืองที่ตัวเองอยู่เล้ว ก็ไม่คิดมากว่าจะเดือดร้อนอะไรหรือไม่ เมืองใหญ่ยังคงทำหน้าที่เป็นลูกโป่งโอบอุ้มคนในเมืองได้ ลืมแล้วกระมัง ว่าเดี๋ยวลูกโป่งก็จะแตกหากเกินจุดที่จะอุ้มไหว

ว่าแล้วก็กลับบ้านมาจัดส่งเสื้อผ้าทั้งของเด็กและผู้ใหญ่ ส่งไปช่วยสมทบเพื่อนที่กำลังขนของไปแจกให้คนในพื้นที่ที่ถูกน้ำท่วม แยกขนาดและประเภท พร้อมเขียนระบุไว้อย่างดิบดี หวังว่าคนแจกจ่ายจะไม่ไปฉีกถุงแล้วโยนกองรวมไว้ให้มาเลือกกันเองแบบที่เห็นๆ ตามหน้าหนังสือพิมพ์

ส่งของไปให้คนที่อยู่ไกลๆ แบบนี้แล้ว ก็ได้แต่หวังว่าโลกของคนเมืองกับคนรอบๆ จะขยับเข้ามาใกล้กันเพิ่มอีกนิดนึง

Share this

อ่านเรื่องย้อนหลัง

18 ส.ค. 2557
 

creative-commonsแสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน 3.0 ประเทศไทย
พัฒนาเว็บไซต์โดย โอเพ่นดรีม