ทำไมเราต้องมีต้นไม้ใหญ่ทั่วเมือง

  • warning: array_map(): Argument #2 should be an array in /home/greenwor/domains/greenworld.or.th/public_html/web/modules/system/system.module on line 1050.
  • warning: array_keys() expects parameter 1 to be array, null given in /home/greenwor/domains/greenworld.or.th/public_html/web/includes/theme.inc on line 1845.
  • warning: Invalid argument supplied for foreach() in /home/greenwor/domains/greenworld.or.th/public_html/web/includes/theme.inc on line 1845.
ดร.สรณรัชฎ์ กาญจนะวณิชย์

ทำไมเราต้องมีต้นไม้ใหญ่ทั่วเมือง

ดร.สรณรัชฎ์ กาญจนะวณิชย์

ในยุคที่คนทุกสี ทุกชนชั้น ทุกอาชีพ รู้จักคำว่าโลกร้อน จึงนับว่าเป็นเรื่องแปลกที่ทั้งรัฐและธุรกิจชั้นนำยังตัดต้นไม้ใหญ่ในเมืองกันแบบไม่คิดอะไรมาก ขนานไปกับนโยบายลมปากเพิ่มพื้นที่สีเขียวและซีเอสอาร์ปลูกต้นไม้ในชนบทเพื่อลดโลกร้อนกันหน้าตาเฉย

คุณค่าของต้นไม้เป็นเรื่องสิ่งแวดล้อมพื้นฐานที่สุดที่มนุษย์ต้องเข้าใจ ต้นไม้ไม่ใช่แค่วิว ไม่ใช่แค่สีเขียวสวยงาม ไม่ใช่แค่สัญญลักษณ์แสดงความ “รักษ์ธรรมชาติ”แต่ต้นไม้คือชีวิต ให้อากาศหายใจ จำเป็นอย่างยิ่งยวดโดยเฉพาะในเมืองที่ปล่อยมลภาวะกันมากมาย

ต้นไม้ใหญ่โตเต็มที่หนึ่งต้นสามารถผลิตออกซิเจนให้มนุษย์หายใจได้ 8-10 คนต่อวัน กะคร่าวๆ ถ้ามีราว 500 ต้นจะดูดซับคาร์บอนไดออกไซด์ที่รถยนต์ธรรมดาขับ 20,000 กิโลเมตร/ปี และถ้าต้นไม้นั้นอยู่ในเมืองก็จะดูดซับคาร์บอนไดออกไซด์ได้มากกว่าอีกหลายเท่า แถมยังดักซับฝุ่นละอองพิษขนาดเล็กอื่นๆ ที่เข้าไปอุดถุงลมปอดเราได้

เมื่อเปรียบเทียบถนนขนาดเดียวกัน ถนนไม่มีต้นไม้ใหญ่จะมีฝุ่นละอองมากกว่าถนนมีต้นไม้ใหญ่ถึง 5เท่า ร่มเงาของต้นไม้ช่วยกรองแสงแดดและรังสีอุลตร้าไวโอเล็ตบนท้องถนน จึงช่วยลดการผลิตโอโซนระดับผิวดินจากไอเสียรถยนต์ ซึ่งเป็นพิษต่อระบบทางเดินหายใจของเรา เป็นสาเหตุของหมอกควันเทาๆ ที่ทำลายวิสัยทัศน์ในเมือง

น่าสนใจว่าเมื่อต้นปีนี้มูลนิธิโลกสีเขียวและกลุ่มอาสาสมัครเยาวชนทำการสำรวจไลเคน ซึ่งเป็นตัวบ่งชี้คุณภาพอากาศในบริเวณสวนลุมพิณี พบว่าแม้ใจกลางสวนจะมีสภาพพอใช้ได้ แต่บริเวณรอบสวนใกล้ริมถนนอากาศจะแย่และพบไลเคนน้อย ยกเว้นด้านที่ติดกับถนนวิทยุ พบไลเคนดีกว่าด้านอื่น

การที่พบไลเคนบนนถนนวิทยุมากกว่าถนนด้านอื่นแสดงถึงคุณภาพอากาศที่ดีกว่า ทั้งๆ ที่จำนวนรถยนต์ก็ไม่ได้หนาแน่นน้อยไปกว่ากัน แต่ถนนวิทยุโดดเด่นตรงแนวต้นก้ามปูขนาดใหญ่ทั้งริมทางและบนเกาะกลาง แผ่กิ่งก้านสาขาปกคลุมร่มรื่นไปทั้งถนน ต้นก้ามปูเหล่านี้เป็นปัจจัยสำคัญในการลดปริมาณมลภาวะที่บรรดารถยนต์กระหน่ำกันปล่อยออกมา

ถ้านึกภาพไม่ออกว่ามลภาวะที่ว่านี่มันแย่เพียงใด ก็ลองดูข้อมูลเชิงเปรียบเทียบเป็นน้ำจิ้ม ประเทศเดนมาร์กเพิ่งสำรวจข้อมูลล่าสุดของเขาออกมาว่าคนตายจากการหายใจเอามลพิษไอเสียรถยนต์มีมากถึง 3,400 คนต่อปี มากกว่าการตายจากอุบัติเหตุบนท้องถนนถึง 10 เท่า อันนี้เป็นสภาพของประเทศที่สร้างเมืองให้คนอยู่ การจราจรโดยรถยนต์ไม่หนาแน่นติดขัด มีคนขี่จักรยานมากเป็นอันดับต้นๆ ของโลก แล้วอากาศในเมืองสำหรับรถอยู่อย่างกรุงเทพฯ ของเราล่ะมันจะส่งผลกระทบต่อสุขภาพเราขนาดไหน

และถ้าคิดว่าหนีมลพิษเข้าไปอยู่ในรถติดแอร์ได้ ก็ขอให้คิดใหม่ เพราะเครื่องกรองอากาศในรถติดแอร์ไม่สามารถกรองละอองพิษขนาดเล็กมากได้ ยังไงมันก็เข้ามาในรถและเข้าไปอุดถุงลมปอดคุณอยู่ดี

ลำพังการส่งเสริมรถปล่อยควันพิษเต็มเมืองของเราก็สะท้อนสติไม่สมประกอบของสังคมเราอยู่แล้ว แต่มาเที่ยวตัดต้นไม้ซ้ำเติมอีก มันเหมือนเจาะรูห่วงชูชีพที่โยนลงมาช่วยคนจะจมน้ำยังไงไม่ทราบ

ฉันกำลังพูดถึงฝีมือคนตัดหัวต้นไม้ริมถนนสุขุมวิทช่วงแถวๆ ซอย 45เมื่อเดือนก่อนจนกุดเป็นตอโด่ ไม่เหลือกิ่ง ไม่เหลือก้าน ไม่มีใบ แต่หาเรื่องซื้อกอกล้วยไม้มาแปะแผลคอขาดไว้แบบขอไปที

กำลังคิดถึงชะตากรรมต้นก้ามปูใหญ่รุ่นคุณลุงในซอย 35ที่แขวนอยู่บนเส้นด้าย รอลุ้นการตัดสินใจของนักธุรกิจเครือห้างเอ็มโพเรียมและไบเทคว่าจะตัดฟันไปสร้างห้างกันหมดทุกต้นหรือไม่

กำลังนึกถึงโครงการพัฒนาปรับปรุงตรอกซอยของ กทม. ในย่านนี้ที่ไล่ตัดต้นไม้ใหญ่ในซอย เพื่อดาดคอนกรีตตามไหล่ทางแล้วปลูกไม้พุ่มเล็กๆ แซมแทนที่ เสียดายที่สุดคือตรอกแยกในซอย 38เมื่อสองปีก่อนมันเคยเป็นถนนไม่กี่แห่งในละแวกนี้ที่ยังมีคูน้ำหลงเหลืออยู่ มีก้ามปูต้นใหญ่ๆ ขึ้นอยู่ตามทาง

ซอยบ้านของฉันก็เกือบโดนเหมือนกัน เราจึงบวชต้นไม้ริมทางทั้งซอย และต้องนำเรื่องไปถึงคุณอภิรักษ์ ผู้ว่า กทม. ในสมัยนั้น กว่าจะยกเลิกโครงการ “ปรับปรุง” ซอยได้

ทุกวันนี้ซอยของเราจึงเป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจของคนละแวกใกล้เคียง แวะเข้ามาวิ่งออกกำลัง แวะพาหมามาเดิน ซอยนี้ไม่ยาวมาก แค่ประมาณ 200 เมตรเท่านั้น แต่มีนกมาอาศัยอยู่มากกว่า 20 ชนิด รวมถึงนกหายากในกรุงอย่างนกแซวสวรรค์หางยาว นกกะรางหัวขวาน ตลอดจนนกสีสันจัดจ้านอย่างพญาไฟเล็กและขมิ้นท้ายทอยดำ

พวกมันแห่มาอยู่ในซอยนี้เพราะกลายเป็นโอเอซิสกลางย่านสุขุมวิท ดงคอนโดและพื้นปูน ร่มเงาต้นไม้ยังลดอุณหภูมิผิวถนน พื้นคอนกรีต และอาคารข้างเคียง ทำให้เย็นลง จึงช่วยประหยัดพลังงานโดยไม่ต้องเสียสตางค์ค่าก่อสร้างเพิ่มฉนวนกันความร้อนบนกำแพงตึก ทั้งหมู่ไม้ช่วยซับคลื่นเสียง ลดเสียงดังในเมือง

งานวิจัยหลายชิ้นก็แสดงให้เห็นว่าผู้ป่วยที่มีหน้าต่างเห็นวิวต้นไม้จะหายเร็วกว่าคนไข้ที่ไม่เห็นต้นไม้ พนักงานก็ทำงานได้ผลดีกว่าในที่ที่มีต้นไม้ และผลไม้จากต้นไม้ในเมืองยังสามารถนำมาจัดสรรเป็นธนาคารอาหารให้แก่ชาวเมืองรายได้ต่ำอีกด้วย

นี่ยังไม่พูดถึงบทบาทในการปรับปรุงสภาพดิน เพิ่มสสารอินทรีย์ให้ดินซึมซับน้ำดีขึ้น ลดภาวะน้ำท่วม ฯลฯ คุณค่าของต้นไม้สาธยายได้อีกสิบหน้ากระดาษ

การเพิ่มพื้นที่สีเขียวในเมืองที่ทำได้ง่ายและจำเป็นมากๆ จึงเป็นการปลูกหรือรักษาต้นไม้ขนาดใหญ่ริมถนนตรอกซอกซอย ยิ่งเราก่อมลภาวะกันมากเท่าไหร่ เรายิ่งต้องการมันมากเท่านั้น การปลูกต้นไม้ใหญ่ในกรุงควรเป็นกติกาข้อบังคับด้วยซ้ำไป ไม่ใช่เป็นกิจกรรมประดับพีอาร์

ในเมื่อ กทม. ดูจะไม่มีความรู้ความสามารถ – และที่สำคัญ ไม่มีความใส่ใจ – ที่จะดูแลแต่งกิ่งต้นไม้ให้งอกพ้นสายไฟฟ้าเติบใหญ่แผ่กิ่งก้านสาขาเป็นร่มเงาเย็นให้บ้านเมือง กทม. ก็สมควรพิจารณาตนเอง ก่อนประชาชนจะสิ้นความอดทน

เพราะพวกเราเบื่อจ่ายภาษีให้พวกคุณถลุงเล่นกันเต็มทีแล้ว