สุกก่อนห่าม

รศ.ดร. แก้ว กังสดาลอำไพ

สุกก่อนห่าม

รศ.ดร. แก้ว กังสดาลอำไพ

สังคมไทยเป็นสังคมที่มีการเปลี่ยนแปลงเสียจนผู้เขียนซึ่งพยายามทำใจให้เป็น อุเบกขา ต้องคอยกดรีโมทโทรทัศน์หนีข่าวอุจาดทั้งทางการเมืองและสังคม จนมีความรู้สึกว่า ใกล้ถึงเวลาซื้อรีโมทโทรทัศน์อันใหม่อีกแล้ว เนื่องจากมันถูกใช้งานหนักมาก

เรามีข่าวอุจาดทางสังคมปรากฏในหน้าสื่อเป็นประจำ เช่น เมื่อสองสามปีที่แล้ว ก็มีปรากฏการณ์ 2002 ศพที่วัดไผ่เงิน ซึ่งหลายคนตั้งคำถามว่ามันเกิดขึ้นได้อย่างไร แล้ววันหนึ่งก็มีคนตั้งข้อสังเกตในประเด็นคำถามประเด็นนี้ว่า น่าจะเป็นเพราะเด็กเข้าสู่วัยเจริญพันธุ์เร็วเกินไป จึงกลายเป็นผู้ใหญ่ที่มีลักษณะเหมือนผลไม้ที่ สุกก่อนห่าม จากนั้นผู้ตั้งข้อสังเกตในคำถามนี้ก็กลับกลายเป็นผู้ถามต่อไปว่า แล้วทำไมเด็กสมัยนี้ถึงเป็นหนุ่มเป็นสาวก่อนวัยอันควร มีคำอธิบายที่เป็นวิทยาศาสตร์ไหม

ผู้เขียนฟังคำถามแล้วก็พิจารณาตนเองว่า พอมีปัญญาตอบไหม แล้วก็ฉุกคิดว่า ในทางวิชาพิษวิทยานั้น มีประเด็นหนึ่งที่เป็นการศึกษาอันสำคัญมากต่อมวลมนุษยชาติคือ การพบว่าสารเคมีบางชนิด ทั้งที่เกิดขึ้นเองในธรรมชาติและมนุษย์ประดิษฐ์ขึ้น มีความสามารถในการปรับให้ระบบฮอร์โมนของมนุษย์เพี้ยนไป ซึ่งเป็นการเปลี่ยนแปลงที่อาจมีทั้งผลดีและผลร้าย

ดังนั้นในประเด็นที่ว่าทำไมเด็กสมัยนี้ถึงเข้าสู่วัยเจริญพันธุ์ (อธิบายง่ายๆ คือ วัยที่พร้อมจะสืบพันธุ์ได้) เร็วนั้น เรื่องของสารพิษที่มีอยู่ในชีวิตประจำวันของเรา น่าจะมีส่วนเอี่ยวอยู่ด้วยแน่นอน

จากการค้นข้อมูลจาก Google นั้น ถ้าใช้กุญแจคำว่า หนุ่มสาวก่อนวัย จะเห็นข้อมูลทั้งที่เป็นบทความ ข่าว และคลิปใน Youtube มากพอดูถึง 1,090,000รายการ ซึ่งบางเว็บนั้นก็ให้ข้อมูลง่ายๆ  บางเว็บหรือคลิปใน Youtube ก็พูดตามหลักวิชาการด้านการแพทย์ ถ้าใครตั้งใจฟังก็น่าจะเข้าใจได้ โดยเฉพาะถ้าใช้กุญแจคำเป็นภาษาอังกฤษว่า early puberty ใน Youtubeจะมีคลิปให้ดูถึง 910 คลิป ซึ่งบางคลิปอธิบายกระบวนการที่ค่อนข้างชัดเจน แล้วถ้าเป็นใน Google จะมีเว็บให้เข้าได้ถึง 3,840,000รายการ

ในฐานะเป็นนักวิทยาศาสตร์ ผู้เขียนจึงเลือกค้นข้อมูลที่มาจากฐานวิชาการด้านวิทยาศาสตร์สุขภาพคือ Science Direct เพื่อหาคำตอบเกี่ยวกับการเข้าสู่วัยหนุ่มสาวเร็วเกินควรว่า เกิดเพราะอะไร และจากฐานข้อมูลนี้ทำให้ทราบว่า มีผู้สนใจทำวิจัยเรื่อง เด็กหญิงและชายเป็นหนุ่มสาวก่อนวัยนั้นเป็นจำนวนมาก

ที่น่าสนใจคือ เมื่อลองค้นข้อมูลเกี่ยวกับสินค้าในชีวิตประจำวันที่น่าจะเกี่ยวข้องกับการเป็นหนุ่มสาวของคนไทย ได้แก่ ผ้าอนามัยและถุงยางอนามัยแล้ว ได้ผลดังนี้

จากเว็บ WiseKnow.Comเมื่อวันเสาร์ที่ 2 สิงหาคม 2551ให้ข้อมูลว่า “ปัจจุบันแนวโน้มของตลาดผ้าอนามัยมีการเจริญเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในปี 2550 ที่ผ่านมามีการเติบโตถึง 106%” และเว็บของศูนย์วิจัยกสิกรไทยเมื่อวันที่  20 มีนาคม 2551ก็คาดการณ์ว่าในปี 2551 ผลิตภัณฑ์ผ้าอนามัยภายในประเทศ น่าจะมีมูลค่าประมาณ 3,600 ล้านบาท หรือคิดเป็นอัตราการเติบโตจากปี 2550 ประมาณ 2-3% และในวันที่ 29 พฤศจิกายน 2549 ศูนย์วิจัยกสิกรไทยได้ให้ข้อมูลว่า“ตลาดถุงยางอนามัยในประเทศมีมูลค่าประมาณ 650 ล้านบาท นั้นมีอัตราการขยายตัวเฉลี่ยประมาณ 10% ต่อปี”

จะเห็นว่าสินค้าที่เกี่ยวกับการเป็นหนุ่มเป็นสาวนั้นมีอัตราการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจทั้งสิ้น จึงน่าสนใจที่จะหาคำอธิบายทางวิทยาศาสตร์ว่า ทำไมถึงเป็นอย่างนั้น

ผู้ทำวิจัยส่วนใหญ่ได้ให้คำจำกัดความของวัยเจริญพันธุ์ว่าคือ กระบวนการที่เด็กเปลี่ยนไปเป็นผู้ใหญ่วัยเจริญพันธุ์ที่สามารถมีบุตรได้ เนื่องจากถูกกระตุ้นด้วยฮอร์โมนที่หลั่งจากต่อมใต้สมองไปยังอวัยวะสืบพันธุ์ (Gonads) คือ รังไข่ หรือ อัณฑะ

โดยปรกติแล้วเด็กต้องมีการเตรียมตัวเข้าสู่วัยเจริญพันธุ์ก่อน (มีศัพท์ทางการแพทย์เรียกว่า Adrenarche) ในเด็กหญิงเริ่มจากการมีเต้านมและอวัยวะเพศเปลี่ยนจากเดิม ในขณะที่เด็กชายเริ่มจากมีขนมากขึ้นตามตัว เสียงแตก ที่สำคัญเด็กจะเริ่มผลิตไขมันที่ผิวหนังมากขึ้น ส่งผลให้เป็นสิว และมักเริ่มมีกลิ่นตัวคล้ายผู้ใหญ่ ปรากฏการณ์นี้ควบคุมด้วยฮอร์โมนจากต่อมหมวกไต ยังไม่ใช่ฮอร์โมนจากต่อมใต้สมอง

ในการตอบสนองต่อฮอร์โมนจากต่อมใต้สมองนั้น อวัยวะสืบพันธุ์จะสร้างฮอร์โมนที่แสดงความเจริญพันธุ์ (Libido) คือ มีการปรับเปลี่ยนการทำงาน ทั้งที่สมอง กระดูก กล้ามเนื้อ เลือด ผิวหนัง ขนหน้าอก (สำหรับเด็กชาย) ขนที่อวัยวะเพศ ขนาดร่างกายและน้ำหนักในช่วงแรกของการเข้าสู่วัยรุ่น และการมีประจำเดือน (สำหรับเด็กหญิง) ลักษณะเฉพาะที่แสดงถึงการเข้าสู่วัยเจริญพันธุ์โดยสมบูรณ์คือ การเจริญเต็มที่ของอวัยวะเพศแต่ละเพศ

งานวิจัยด้านมานุษยาวิทยากล่าวเป็นเชิงว่า ในศตวรรษที่ 19 เด็กหญิงและเด็กชายเริ่มเข้าสู่วัยเจริญพันธุ์เมื่ออายุ 15 ปี และ 16 ปี ตามลำดับ ในขณะที่ศตวรรษที่ 21 นี้ เด็กหญิง (โดยเฉลี่ย) เข้าสู่วัยเจริญพันธุ์ที่อายุ 10-11 ปี เด็กชายเข้าสู่วัยเจริญพันธุ์ที่อายุ 11-12 ปี แล้วจึงสิ้นสุดกระบวนการเป็นผู้ใหญ่สมบูรณ์เมื่อเด็กหญิงอายุ 15-17 ปี ส่วนเด็กชายคือช่วง 16-17 ปี

ปัจจุบันนี้คำจำกัดความของความเป็น หนุ่มสาวเร็วเกินวัย นั้นอาจกำหนดว่า เด็กนั้นแสดงลักษณะเพศแบบผู้ใหญ่ก่อนอายุ 8 ขวบ (เด็กหญิง) หรือ 9 ขวบ (เด็กชาย)

ประเด็นที่น่าสนใจคือ เด็กที่เข้าสู่วัยเจริญพันธุ์ก่อนกำหนดนั้นมักมีข้อมูลว่า เมื่อยังเป็นตัวอ่อนในท้องแม่นั้นมีประวัติการขาดอาหารและ/หรือมีน้ำหนักตัวน้อย แต่ที่น่าประหลาดใจคือ ถ้าเด็กที่ออกมาจากท้องแม่แล้ว มีอาการน้ำหนักเกินหรืออ้วน เด็กคนนั้นก็ยังเข้าสู่วัยเจริญพันธุ์เร็วกว่าที่ควรด้วย เหมือนจะสรุปว่า ถ้าจะให้อะไรๆ ปรกติ มันจะต้องปรกติมาแต่ในท้องแม่แล้ว

มีงานวิจัยอีกชิ้นหนึ่งให้ข้อมูลที่น่าสนใจเพราะเป็นการศึกษาถึงช่วงเวลาการเริ่มมีรอบเดือนและความเสถียรทางอารมณ์ของเด็กหญิงตั้งแต่เมื่อ 20,000ปี มาแล้วถึงปัจจุบัน (ผู้เขียนไม่ได้ไปอ่านต้นฉบับงานวิจัยโดยตรง แต่เข้าใจว่าเป็นการศึกษาด้านมานุษยวิทยาและโบราณคดี ซึ่งต้องอาศัยจินตนาการค่อนข้างสูง) พบว่า เด็กหญิงสมัยยุคก่อนประวัติศาสตร์ช่วง 20,000 ปีนั้น เป็นพวกเร่ร่อนล่าสัตว์ป่าเป็นอาหาร รู้จักทำเครื่องมือเครื่องใช้อย่างหยาบๆ อยู่ตามถ้ำเป็นครอบครัว ชุมชนแท้จริงยังไม่เกิดขึ้น หาอาหารกินตามบุญตามกรรม สังคมเป็นอนาธิปัตย์ ผู้ที่มีอำนาจคือผู้ที่มีความแข็งแรงมากกว่าคนอื่น ในสมัยนั้นเด็กหญิงเริ่มมีรอบเดือนที่อายุราว 10 ปี และมีความเสถียรทางอารมณ์ไปพร้อมกัน จากนั้นเมื่อ 2,000 กว่าปีที่ผ่านมา อายุที่เริ่มมีรอบเดือนและความเสถียรทางอารมณ์ของเด็กหญิงได้เพิ่มขึ้นจากเดิม และเพิ่มขึ้นไปอีกเมื่อ 200 ปี ที่ผ่านมา ดังแสดงในรูป (แท่งสีเขียวแสดงช่วงอายุเริ่มมีประจำเดือน แท่งสีชมพูแสดงช่วงอายุที่อารมณ์เสถียร) จนเมื่อเข้าสู่ช่วงเวลาปัจจุบัน ปรากฏว่าเด็กหญิงเริ่มมีรอบเดือนที่อายุต่ำลงประมาณเดียวกับเมื่อ 20000 ปีมาแล้ว แต่อายุที่จะมีความเสถียรทางอารมณ์กลับช้ากว่าเมื่อ 200 ปีที่แล้วเสียอีก พูดโดยสรุปคือ เด็กหญิงสมัยนี้พร้อมมีลูกเร็วขึ้น แต่ความเป็นผู้ใหญ่ทางอารมณ์นั้นมาช้ากว่าหลายปี ดังนี้เราจึงเห็นเด็กหญิงในยุคปัจจุบัน ค่อนข้าง แก่แดด

ปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับการเข้าสู่วัยเจริญพันธุ์ก่อนเวลาของเด็กนั้นมีหลายประการ ได้แก่ พันธุกรรมซึ่งเป็นเรื่องที่เปลี่ยนแปลงไม่ได้ การเกิดเนื้องอกบริเวณอวัยวะที่สร้างฮอร์โมนเกี่ยวกับการเข้าสู่วัยเจริญพันธุ์ซึ่งส่งผลให้ ต่อมอะดรีนอลส่วนนอก หรือ ต่อมหมวกไตส่วนนอก (Adrenal cortex) ผลิตฮอร์โมนกระตุ้นให้วัยรุ่นมีลักษณะเหมือนเข้าสู่วัยเจริญพันธุ์เทียม เช่น มีขนขึ้นในที่ลับ ผิวมันมาก เกิดสิว แต่ยังไม่มีประจำเดือนในเด็กหญิงหรือมีการหลั่งน้ำอสุจิในเด็กชาย ความจริงลักษณะของการเปลี่ยนแปลงเช่นนี้ถ้าเกิดในช่วงเด็กอายุ 8-10 ปี ก็ค่อนข้างปรกติ จากนั้นเด็กจึงเข้าสู่วัยเจริญพันธุ์ แต่ถ้าเกิดเนื้องอกที่ต่อมหมวกไตนี้ ทุกอย่างที่ควรเกิดตามเวลาปรกติก็จะเร็วขึ้น อีกกรณีหนึ่งที่หนักกว่าคือ ถ้าเป็นเนื้องอกที่บริเวณต่อมใต้สมองแล้วเกิดการกระตุ้นให้ต่อมนี้สร้างฮอร์โมนที่ทำให้เด็กเข้าสู่วัยเจริญพันธุ์ คราวนี้เด็กจะแก่แดดแบบจริงๆ จังๆ เลย

อีกปัจจัยสำคัญที่เห็นได้ชัดในปัจจุบันคือ ภาวะโภชนาการเกิน ซึ่งปรกติมีความหมายว่า อ้วน ท่านผู้อ่านคงเห็นด้วยว่า ปัจจุบันเด็กในสังคมคนชั้นกลางและชั้นล่างมักอ้วน เพราะกินอาหารแบบต่อต้านกระทรวงสาธารณสุข กล่าวคือ ไม่กินผักผลไม้ ชอบกินอาหารทอดน้ำมัน กินอาหารและเครื่องดื่มรสหวานจัด สิ่งเหล่านี้ทำให้อ้วน อ้วนแล้วเป็นอย่างไร ปรากฏว่าเซลล์ไขมันที่เกิดจากความอ้วนนั้นมักมีความสามารถในการสร้างสารที่ทำงานคล้ายฮอร์โมนชื่อ เล็บติน (leptin)

เล็บตินถูกสร้างจากเซลล์ไขมันและมีส่วนรับที่ไฮโปทาลามัสเพื่อการควบคุมความอยากอาหาร กล่าวคือ ถ้าเล็บตินทำงานได้ปรกติ เมื่อมีเซลล์ไขมันมาก เล็บตินซึ่งออกมามากจะยับยั้งความอยากอาหาร ทำให้กินอาหารน้อยลง แต่ทั่วไปแล้วเราจะเห็นว่า คนที่มีเซลล์ไขมันมาก หรือ อ้วน มักกินอาหารเยอะ ซึ่งแสดงว่า เล็บตินทำงานไม่ปรกติ

ที่สำคัญคือ มีความเข้าใจกันว่า เมื่อมีเล็บตินมากฮอร์โมนนี้จะกลายเป็นตัวนำข้อมูลไปสู่สมองเพื่อกระตุ้นการสร้างฮอร์โมน Gonadotropin (Follicle-stimulating hormone(FSH) และ Luteinizing hormone(LH)) ในเด็กที่จะเข้าสู่วัยรุ่น จึงมีผลต่อการเข้าสู่วัยเจริญพันธุ์ ดังนั้นถ้ามีเซลล์ไขมันสูง เล็บตินถูกสร้างมาก การเข้าสู่วัยเจริญพันธุ์ก็จะเร็วขึ้น

ก่อนจะนำไปสู่เรื่องของสารพิษที่น่าจะมีผลต่อการเข้าสู่วัยเจริญพันธุ์ของเด็กชายหญิงก่อนวัยอันควรนั้น มีประเด็นเกี่ยวกับหน้าที่ของฮอร์โมนเอสโตรเจนและสมมติฐานในการควบคุมการทำงานของฮอร์โมนนี้ด้วยอาหารที่เรากินกันทุกวัน

เอสโตรเจนเป็นกลุ่มฮอร์โมนที่กระตุ้นการพัฒนาระบบสืบพันธุ์ของสตรี โดยเอสโตรเจนเป็นตัวกระตุ้นให้เซลล์แบ่งตัว เอสโตรเจนถูกสร้างโดยอวัยวะสืบพันธุ์สตรีและส่วนอื่น เช่นเนื้อเยื่อไขมัน (ซึ่งเป็นแหล่งของเอสโตรเจนในผู้ชายด้วย) เอสโตรเจนมีผลทำให้เด็กสูงขึ้นอย่างรวดเร็วขณะเข้าสู่วัยเจริญพันธุ์ทั้งในเพศหญิงและชาย เมื่อมีปริมาณที่มากขึ้นถึงจุดหนึ่ง ฮอร์โมนนี้จะมีผลต่อการหยุดการขยายตัวของกระดูกทำให้ความสูงหยุดลง

มีการตั้งความหวังเกี่ยวกับบทบาทของอาหาร ที่จะทำให้เด็กเข้าสู่วัยเจริญพันธุ์ในเวลาที่เหมาะสม เพื่อให้เด็กหญิงมีความสูงตามที่ควรจะเป็นว่า ในหลักการทางสรีรวิทยา การที่เด็กหญิงเริ่มมีประจำเดือนนั้นแสดงว่าเริ่มเป็นสาวและฮอร์โมนเพศหญิงเริ่มทำงานแล้ว การเจริญเติบโตโดยเฉพาะความสูงจะลดลงทันทีเพราะฮอร์โมนเพศไปมีผลต่อการปิดของปลายกระดูก ทำให้กระดูกไม่ขยายอีกต่อไป เนื่องจากร่างกายต้องเตรียมพร้อมเพื่อการเจริญพันธุ์ จึงทำให้ร่างกายให้ความสำคัญกับการกระตุ้นระบบที่ช่วยในการเลี้ยงลูก คือ การมีเต้านมที่พร้อมจะพัฒนาให้มีน้ำนมและมีสะโพกผายออกเพื่อรับการขยายตัวของมดลูกเพื่อเตรียมตั้งท้อง

เมื่อพิจารณาช่วงอายุของการมีประจำเดือนของเด็กหญิง พบว่าเด็กหญิงไทยที่ได้รับการเลี้ยงดูด้วยอาหารที่มีความสมบูรณ์ทั้งโปรตีนและไขมันจนสัดส่วนของใยอาหารที่ได้จากพืชผักต่ำลงนั้น เริ่มเป็นสาวและมีประจำเดือนในช่วงอายุก่อน 10 ปี ซึ่งแสดงว่าฮอร์โมนเพศได้เริ่มทำงานแล้ว การเปลี่ยนแปลงทางฮอร์โมนเพศของเด็กหญิงที่เร็วกว่าปกตินี้ มีการตั้งสมมติฐานว่าเกิดเนื่องมาจากการเปลี่ยนพฤติกรรมการบริโภคอาหารจากอาหารที่มีผักมาก เช่น น้ำพริกผักจิ้ม ชะอมชุบไข่ แกงเลียง ฯลฯ ไปเป็นอาหารที่มีเนื้อสัตว์และไขมันสูงเช่นที่พบในอาหารจานด่วนจากประเทศทางตะวันตก

ไขมันเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ระบบฮอร์โมนของร่างกายเปลี่ยนจากเด็กไปเป็นผู้ใหญ่เร็วกว่าปกติ ร่างกายสามารถนำไขมันส่วนเกินจากที่ต้องการใช้เพื่อเป็นพลังงานไปสร้างเป็นฮอร์โมนเพศได้ ใยอาหารมีบทบาทอย่างมากในการลดระดับไขมันชนิดที่นำไปสร้างเป็นฮอร์โมนเพศให้น้อยลง อธิบายโดยอาศัยหลักการเดียวกับการนำใยอาหารไปใช้ลดระดับคลอเลสเตอรอลในผู้ที่มีคลอเลสเตอรอลในเลือดสูง ซึ่งจะกล่าวในตอนหน้าซึ่งเป็นตอนจบของบทความนี้

ที่มาภาพประกอบ
- www.healthtap.com/#topics/does-being-overweight-delay-puberty
- www.time.com/time/health/article/0,8599,2009341,00.html
 

Share this

อ่านเรื่องย้อนหลัง

 

creative-commonsแสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน 3.0 ประเทศไทย
พัฒนาเว็บไซต์โดย โอเพ่นดรีม