อาหาร สิ่งแวดล้อม กับคนไทย

  • warning: array_map(): Argument #2 should be an array in /home/greenwor/domains/greenworld.or.th/public_html/web/modules/system/system.module on line 1050.
  • warning: array_keys() expects parameter 1 to be array, null given in /home/greenwor/domains/greenworld.or.th/public_html/web/includes/theme.inc on line 1845.
  • warning: Invalid argument supplied for foreach() in /home/greenwor/domains/greenworld.or.th/public_html/web/includes/theme.inc on line 1845.
รศ.ดร. แก้ว กังสดาลอำไพ

อาหาร สิ่งแวดล้อม กับคนไทย

รศ.ดร. แก้ว กังสดาลอำไพ

ปัญหาเกี่ยวกับการบริโภคอาหารของคนไทยเมื่อหลายสิบปีก่อนนั้น มักเกี่ยวกับโรคทางเดินอาหารเป็นส่วนใหญ่  ในหน้าร้อนต้องมีการรนณรงค์ให้กินอาหารสุก ดื่มน้ำต้ม ระวังแมลงวัน เพื่อป้องกันโรคเกี่ยวกับทางเดินอาหาร  ต่างกับปัจจุบันที่แม้ว่าขณะกำลังกินอาหารที่สุกและปราศจากแมลงวันตอมแล้ว ผู้บริโภคก็ยังกินอาหารด้วยความระแวงว่ามีอะไรซ่อนเร้นทำให้ตายผ่อนส่งบ้างหรือไม่

มีผู้ตั้งข้อสังเกตว่าข่าวเกี่ยวกับสารพิษในอาหารได้เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ คู่ขนานไปกับการพัฒนาประเทศ  คนไทยบางส่วนได้วางมาตรฐานการพัฒนาประเทศในลักษณะที่ต้องมีอุตสาหกรรมที่ใหญ่โต มีระบบอินเทอร์เน็ตเพื่อส่งผ่านข้อมูลด้วยความเร็วสูง  ชาวนาต้องใช้โทรศัพท์มือถือราคาแพง ๆ (เพื่อใช้จำนำเวลาขาดเงินหมุนเวียนในครอบครัว)  ชาวกรุงก็ต้องใช้โทรศัพท์ชนิดที่มีชื่อหมายถึงผลไม้ชนิดหนึ่งที่มีสีดำเพื่อให้ได้เห็นหน้ากัน เพราะมีระบบ 3 G (นัยว่าเพื่อกันการหลอกลวงการโทรบอกว่าอยู่ที่ทำงานแต่ความจริงแล้วผู้ที่โทรศัพท์อยู่ด้วยนั้นอยู่ในที่อโคจร) ต้องมีทางด่วนไว้ให้รถติด แล้วมีตึกสูงๆ ที่รถดับเพลิงทำอะไรไม่ได้เวลาไฟไหม้ เป็นต้น  การพัฒนาประเทศแบบนี้ได้ก่อให้เกิดปัญหาต่อสิ่งแวดล้อม ทำให้เกิดมลพิษเข้าไปปนเปื้อนในอาหารของผู้บริโภคจนส่งผลให้คุณภาพชีวิตเลวลง เพราะโรงงานที่สร้างขึ้นมากมายได้ปล่อยมลพิษออกมาสู่สิ่งแวดล้อมเข้าสู่ห่วงโซ่อาหาร  ตัวอย่างที่ชัดเจนคือการที่เรากำลังกังวลกับสถานการณ์ของอำเภอมาบตาพุด จังหวัดระยอง

สำหรับคนไทยที่อยู่ในเมืองใหญ่ ปัญหาของรถติดปล่อยควันพิษจากท่อไอเสียที่เต็มไปด้วยสารก่อมะเร็งเข้าสู่ร่างกาย ทั้งโดยตรงจากการหายใจและการปนเปื้อนลงสู่อาหารตามข้างถนน  ไม่ต้องเสียเงินทำวิจัยก็รู้ว่ามีสารก่อมะเร็งที่เกิดจากการสันดาปไม่สมบูรณ์ของเครื่องยนต์ที่ให้กำลังขับเคลื่อนแก่รถเมล์และรถบรรทุกตกสมัยทั้งหลาย เป็นภาวะกลืนไม่เข้าคายไม่ออกของนักวิทยาศาสตร์ด้านสิ่งแวดล้อม  ทั้งนี้เนื่องจากการบังคับใช้มาตรฐานเครื่องยนต์ที่จำแนกเป็นระดับยูโรต่างๆ ไม่บังเกิดกับรถยนต์บรรทุกทั่วไป ยกเว้นรถประจำทางสาธารณะของ ขสมก. ที่เรียกว่า รถยูโร ซึ่งกำลังเสื่อมสภาพเต็มที่แล้ว

นอกจากนี้มีหลายกรณีที่มีความพยายามแก้ปัญหาอย่างหนึ่ง แล้วทำให้เกิดปัญหาต่อสุขภาพของประชาชนอีกอย่างหนึ่ง  ตัวอย่างที่เห็นชัดคือ ปัญหาของดีดีทีซึ่งเป็นสารกำจัดแมลงที่นิยมกันมากในประเทศเขตร้อนรวมทั้งประเทศไทย ทั้งที่ในปัจจุบันมีการห้ามใช้ในทางการเกษตรเพื่อป้องกันไม่ให้สารพิษนี้เข้าสู่ห่วงโซ่อาหารของคนไทยแล้วก็ตาม แต่ในทางสาธารณสุขยังมีการใช้อยู่เพื่อกำจัดยุงก้นป่องที่เป็นพาหะของไข้มาลาเรีย  ดังนั้นถ้ามีการห้ามใช้ดีดีทีในทางด้านสาธารณสุขแล้ว ปัญหาไข้มาลาเรียอาจกลับมาเป็นปัญหาใหญ่โตอีกได้

ดีดีทีนี้ตกค้างอยู่ในสิ่งแวดล้อมนานมาก เนื่องจากมีสมบัติของสารกลุ่มคลอริเนตเต็ดไฮโดรคาร์บอน (chlorinated hydrocarbon) จึงมีโอกาสสูงในการเข้าสู่ห่วงโซ่อาหาร และเมื่อสารเคมีกลุ่มนี้เข้าสู่ร่างกายมนุษย์ มันก็จะสะสมอยู่บริเวณที่มีไขมันโดยเฉพาะที่หน้าท้อง  ในต่างประเทศพบว่าศพที่ตายด้วยอุบัติเหตุ ยิ่งอ้วนเท่าใดยิ่งมีดีดีทีสะสมที่ไขมันหน้าท้องมากเท่านั้น แสดงว่าไขมันช่วยจับสารพิษไว้  ดังนั้นถ้าคนอ้วนต้องการลดน้ำหนักอย่างรวดเร็ว การสลายตัวของไขมันจะปลดปล่อยให้ดีดีทีตลอดจนสารพิษอื่นๆ อีกมากมายออกสู่กระแสเลือด ส่งผลให้ปริมาณสารพิษในเลือดสูงขึ้นจนอาจถึงระดับที่เป็นอันตรายได้  ดังนั้นการลดความอ้วนจึงต้องค่อยเป็นค่อยไป

ล่าสุดมีข่าวเกี่ยวกับปัญหาการปนเปื้อนสู่สิ่งแวดล้อมที่น่าจะส่งผลโดยตรงต่อระบบความปลอดภัยของอาหารในสหรัฐอเมริกาคือกรณีบ่อน้ำมันของบริษัท บีพีปิโตรเลียม ใกล้ชายฝั่งทะเลของรัฐหลุยส์เซียนา ตั้งแต่ราวเดือนเมษายน จนขณะเขียนบทความนี้คือ มิถุนายน ก็ยังปิดรูรั่วไม่ได้  และสถานการณ์ดังกล่าวได้ถูกประกาศให้เป็นหายนะครั้งใหญ่ของสิ่งแวดล้อมชายฝั่งทะเลตอนใต้ของสหรัฐอเมริกาเมื่อกลางเดือนเมษายนที่ผ่านมาแล้ว

หายนะครั้งนี้ในแง่ของอาหารคงไม่พ้นเรื่องของอาหารทะเล  ข่าวที่มีในหน้าหนังสือพิมพ์อิเล็คโทรนิคนั้นแสดงให้เห็นถึงความกังวลของชาวประมง เจ้าของร้านขายอาหารทะเล ตลอดจนถึงผู้นิยมบริโภคอาหารทะเลที่อยู่ในรัฐแถบชายฝั่งตะวันออกของสหรัฐอเมริกา  ที่สำคัญคือ แต่นี้ไปอาหารทะเลในแถบอ่าวเม็กซิโกคงมีราคาแพงขึ้นมหาศาล  เพราะคงต้องนำมาจากรัฐทางชายฝั่งตะวันตก ตลอดจนนำเข้าจากประเทศอื่น ซึ่งรวมถึงประเทศไทยด้วย  ดังนั้น วิกฤตในสหรัฐอเมริกาเรื่องน้ำมันดิบกระฉอกออกมาปนน้ำทะเลนี้ อาจเป็นโอกาสให้อุตสาหกรรมอาหารทะเลของไทย ซึ่งไม่น้อยหน้าประเทศใดในโลก กระเตื้องขึ้นอีกมหาศาล

บทความหนึ่งในเว็บของ CNN เคยกล่าวว่า The "single best bite of food" in Louisiana, according to Tommy Cvitanovich, is the charbroiled oyster soaked in butter, garlic and cheese. Then the tough little mollusk is grilled to a smoky perfection คงจะไม่เป็นจริงแล้ว เนื่องมาจากหายนะครั้งนี้รัฐลุยเซียนาเป็นรัฐที่รับวิกฤตไปเต็มๆ ในขณะที่รัฐอื่นๆ รอบอ่าวเม็กซิโกกำลังเข้าคิวตีตั๋วรอความหายนะของธุรกิจอาหารทะเลอยู่อย่างใจจดจ่อ

ความกังวลที่นักวิชาการด้านอาหารทะเลมีต่อวิกฤตการณ์ของน้ำมันดิบปนเปื้อนต่อสิ่งแวดล้อมนั้นเกิดขึ้นเพราะเป็นที่ทราบกันมานานแล้วว่า เมื่อใดที่มีการปนเปื้อนของน้ำมันดิบในทะเลสู่สิ่งแวดล้อมแล้ว สารก่อมะเร็งต่างๆ โดยเฉพาะกลุ่มโพลีไซคลิกอะโรเมติกไฮโดรคาร์บอน หรือ พีเอเอช ที่มีอยู่ในน้ำมันดิบก็จะเข้าสู่ห่วงโซ่อาหารทันที

หลายประเทศได้มีการศึกษาปริมาณสารก่อมะเร็งกลุ่มพีเอเอชในอาหารทะเลกันเป็นประจำ เพื่อประกันความปลอดภัยของอาหารทะเล

นานมาแล้วราว 25 ปีได้ ผู้เขียนเคยทำการสำรวจอาหารทะเลบางชนิดที่ได้จากอ่าวไทยว่ามีปริมาณ พีเอเอช มากน้อยเพียงใด  ก็พบว่ามีบ้าง แต่ปริมาณที่ตรวจพบอยู่ในระดับค่อนข้างต่ำ ซึ่งเป็นเรื่องปรกติของการปนเปื้อนทางธรรมชาติ  หลังจากนั้นผู้เขียนก็หมดความสนใจในการตรวจวัดปริมาณสารดังกล่าวเพราะเป็นการศึกษาที่น่าเบื่อ เหมาะกับหน่วยงานที่ทำงานประจำในการตรวจวัดมากกว่า จึงไม่ได้ติดตามว่ามีหน่วยงานราชการใดทำการสำรวจเป็นประจำบ้าง  ทั้งที่ประเทศไทยมีการสำรวจขุดเจาะหาน้ำมันและก๊าซธรรมชาติในอ่าวไทยค่อนข้างมาก โอกาสทำน้ำมันดิบปนเปื้อนสิ่งแวดล้อมก็คงมี  และที่สำคัญผู้เขียนเคยฟังการบรรยายของ ดร. สุรพล สุดารา ซึ่งล่วงลับไปแล้วว่า อ่าวไทยมีลักษณะพิเศษคือน้ำไหลวนอยู่เพียงในอ่าว ไม่ได้ไหลออกสู่ทะเลที่ติดต่ออยู่สักเท่าใด  ปัญหาการเกิดสารพิษสะสมและเพิ่มขึ้นจึงมีแนวโน้มเกิดขึ้นได้

อย่างไรก็ดีข้อมูลการปนเปื้อนของสารพิษในอาหารทะเลนั้น อาจเป็นดาบสองคมที่ทำให้ธุรกิจการค้าอาหารทะเลมีปัญหาได้  เพราะบางครั้งการปนเปื้อนเป็นไปในระดับต่ำ แต่นักข่าวอาจประโคมข่าวจนเกินจริง ทำให้ผู้คนตื่นตระหนกเกินเหตุได้ ทั้งที่สารพิษเช่นสารกลุ่มพีเอเอชนั้น ร่างกายมนุษย์สามารถกำจัดออกจากร่างกายอย่างมีประสิทธภาพ ถ้าไม่ได้รับเข้าไปในปริมาณที่มากๆ ในครั้งเดียว เนื่องจากร่างกายเรารู้จักสารพิษกลุ่มนี้ตั้งแต่มนุษย์ยุคหินรู้จักก่อไฟปิ้งย่างอาหารทีเดียว  ดังนั้นความกังวลในปัญหาสารพิษกลุ่มนี้ในอาหารทะเลจึงต้องการการจัดการความเสี่ยงที่เหมาะสม เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาด้านสังคมเกี่ยวกับการประกอบอาชีพ เพราะเมืองไทยได้ชื่อว่ามีอาหารทะเลอร่อยที่สุดในโลก