โรคที่คนอเมริกันมักป่วยอันเนื่องจากสิ่งแวดล้อม ตอน 2

  • warning: array_map(): Argument #2 should be an array in /home/greenwor/domains/greenworld.or.th/public_html/web/modules/system/system.module on line 1050.
  • warning: array_keys() expects parameter 1 to be array, null given in /home/greenwor/domains/greenworld.or.th/public_html/web/includes/theme.inc on line 1845.
  • warning: Invalid argument supplied for foreach() in /home/greenwor/domains/greenworld.or.th/public_html/web/includes/theme.inc on line 1845.
รศ.ดร. แก้ว กังสดาลอำไพ

โรคที่คนอเมริกันมักป่วยอันเนื่องจากสิ่งแวดล้อม ตอน 2

รศ.ดร. แก้ว กังสดาลอำไพ

เมื่อปี 2550 ประเทศสหรัฐอเมริกาได้จัดทำใบปลิวอิเล็กทรอนิกส์ (NIH Publication No. 96-4145) กล่าวถึงโรคที่คนอเมริกันมักเจ็บป่วยอันเนื่องมาจากสิ่งแวดล้อม โดยเรียงลำดับตามตัวอักษร ซึ่งตอนที่แล้วได้บอกเล่าไปบางส่วน ตอนนี้มาว่ากันต่อให้จบครับ

Lead poisoning หรือโรคพิษตะกั่ว อาการนี้ไม่ได้หมายรวมถึงอาการลูกตะกั่วเป็นพิษนะครับ แต่เป็นผลเนื่องจากแร่ตะกั่วหลุดเข้าสู่กระแสเลือด ที่น่าสนใจคือ ปัญหาที่เกิดในสหรัฐอเมริกาอาจไม่มากเท่าในไทยเสียด้วยซ้ำ เพราะไทยเรานั้นมีประสบการณ์เรื่องสารตะกั่วในเลือดคนหมู่บ้านคลิตี้ล่าง ซึ่งเป็นชุมชนไทยเชื้อสายกะเหรี่ยงโปว์ที่อาศัยมากว่า 100 ปี มีอาณาเขตอยู่ในหมู่ 3 ตำบลนาสวน อำเภอศรีสวัสดิ์ และหมู่ 4 ตำบลชะแล อำเภอทองผาภูมิ จังหวัดกาญจนบุรี แล้ววันเลวคืนร้ายก็มีคนได้สัมปทานไปทำเหมืองตะกั่วที่บริเวณต้นน้ำลำธารที่ชาวบ้านใช้น้ำอุปโภคบริโภค ซึ่งเราก็ทราบกันดีว่า เหมืองอยู่ที่ไหน มลภาวะในน้ำและอากาศก็มักอยู่ที่นั่น

นอกจากกรณีเหมืองแล้ว อุตสาหกรรมแบตเตอรี่รถยนต์ อุตสาหกรรมที่ใช้โลหะบัดกรี (ซึ่งเป็นโลหะผสมระหว่างดีบุกกับตะกั่วในอัตราส่วนต่างๆ กัน) เช่น อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ เครื่องใช้ไฟฟ้า หม้อน้ำรถยนต์ ส่วนประกอบของคอมพิวเตอร์และแผงวงจรไฟฟ้า ในโรงชุบเคลือบเหล็กด้วยสังกะสี ลูกแหลูกอวนที่ใช้ในอุตสาหกรรมประมง การทำกระดาษตะกั่ว ท่อน้ำ แผ่นตะกั่ว ตัวพิมพ์ กระสุนปืน สะพานไฟฟ้า ทำผนังกั้นรังสีในเครื่องหรือห้องปฏิบัติการเกี่ยวกับปฏิกรณ์ปรมาณู การทำสี และทำผงตะกั่วแดงตะกั่วเหลืองสำหรับเคลือบภาชนะต่างๆ  ล้วนเป็นแหล่งของตะกั่วที่เข้าสู่ร่างกายเราได้ทั้งนั้น

อุตสาหกรรมที่กล่าวถึงข้างต้น มักปล่อยตะกั่วออกปนเปื้อนสิ่งแวดล้อม ก่อให้เกิดผลกระทบที่มีต่อผู้ใหญ่ คือ อาการทางระบบทางเดินอาหารที่พบบ่อย ได้แก่ เบื่ออาหาร คลื่นไส้ อาเจียน ท้องผูก บางรายท้องเสียและปวดท้องอย่างรุนแรง บ้างก็มีอาการทางระบบประสาทที่พบบ่อย ได้แก่ กล้ามเนื้อแขนขาไม่มีแรง ปวดตามกล้ามเนื้อและข้อต่อต่างๆ กล้ามเนื้อเป็นอัมพาต ที่สำคัญมักพบอาการ เลือดจางซีดขาว อ่อนเพลีย ปวดศีรษะ มึนงง ตัวเหลืองและตาเหลือง ส่วนในเด็กนั้นอาการจะเพิ่มจากผู้ใหญ่คือ ตะกั่วทําลายระบบประสาทส่วนกลางและส่วนปลาย ซึ่งเด็กอายุยิ่งน้อยเท่าไรระบบประสาทจะถูกทําลายมากขึ้นเท่านั้น

ตะกั่วยังทําลายไตและทําให้ที่กรองปัสสาวะฝ่อลีบ ในกรณีที่เด็กมีตะกั่วในเลือดตั้งแต่ 25 ไมโครกรัมต่อเลือด 1 เดซิลิตร การเจริญเติบโตของเด็กจะช้าลง ดังนั้นเรื่องของตะกั่วจึงเป็นเรื่องที่น่าจะป้องกันได้ ถ้าหน่วยงานที่ดูแลโรงงานอุตสาหกรรมต่างๆ จะใส่ใจตรวจดูระบบกำจัดของเสียของโรงงานให้สมบูรณ์

Mercury Poisoning โรคพิษปรอท ปรอทเป็นโลหะสีเงิน ท่านผู้อ่านอาจเคยเห็นโลหะนี้ในเทอร์โมมิเตอร์รุ่นโบราณ ซึ่งมีความเที่ยงตรงกว่ารุ่นปัจจุบันซึ่งมักทำจากแอลกอฮอล์ที่เติมสีแดงเข้าไป หรือแม้แต่ที่ใช้ในการแพทย์ปัจจุบัน ก็เป็นเครื่องวัดอุณหภูมิร่างกายชนิดที่ไม่ได้ใช้ปรอทเป็นตัวดัชนีบอกอุณหภูมิแล้ว เหตุผลที่ปัจจุบันไม่นิยมใช้ปรอทอาจเนื่องจากราคาและความเป็นพิษของปรอทที่เกิดขึ้นเมื่อเทอร์โมมิเตอร์แตก แต่ความเป็นพิษในกรณีนี้ไม่ได้มากมายเท่ากับที่คนงานในโรงงานที่ใช้ปรอทในกระบวนการผลิต เช่นการผลิตหมวกหนังสัตว์แบบโบราณที่เรียกว่า ท็อปแฮ็ท ซึ่งคนงานเหล่านี้มักจะมีอาการประสาทหรือเพี้ยนไปเมื่อทำงานไปนานๆ

ปัญหาของปรอทนั้นมักเกี่ยวพันกับอาหารทะเล เพราะทะเลคือถังขยะขนาดใหญ่ที่มนุษย์ทั่วโลกนิยมใช้ทิ้งของเสียลงไป การเป็นพิษเนื่องจากการกินสัตว์ทะเลที่มีปรอทปนเปื้อนจนเกิดโรคมินามาตะที่ประเทศญี่ปุ่นในอดีตซึ่งทำให้เกิดเด็กพิการมากมายนั้น ยังตามหลอกหลอนคนทั้งโลกให้ประหวั่นต่อการมีโรงงานอุตสาหกรรมอยู่ใกล้บ้าน เพราะส่วนใหญ่เรามักไม่รู้ว่าในการผลิตสินค้าของเขามีการใช้ปรอทหรือไม่ และมีการกำจัดของเสียอย่างไร

การที่โรงงานอุตสาหกรรมกับคนในพื้นที่ไม่มีความสัมพันธ์กันนั้น เป็นบ่อเกิดของความไม่ไว้ใจกัน ดีงเช่นกรณีมาบตาพุดที่ชาวบ้านต้องพึ่งศาลให้คุ้มครองเพื่อยับยั้งการเดินหน้า ซึ่งก่อให้เกิดความเสียหายต่อทุกฝ่าย

Nervous System Disorders หรือเรียกแบบภาษาชาวบ้านอย่างไพเราะว่า โรคประสาทรับประทาน เป็นโรคที่เกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมโดยตรง โดยเฉพาะกับคนไทย ณ วันเวลานี้ที่สิ่งแวดล้อม (โดยเฉพาะคน) ทำให้เรายืนที่ป้ายรถเมล์ด้วยความระแวงว่าในถังขยะ หรือกล่องที่มีคนวางทิ้งไว้นั้น มีระเบิดหรือไม่

โรคประสาทในทางการแพทย์นั้นมีสาเหตุได้หลายประการ เช่น การเกิดอันตรายที่สมอง ไขสันหลัง หรือเส้นประสาททั่วร่างกาย อาการที่แสดงออกนั้น มีทั้งการไม่สามารถควบคุมอวัยวะของร่างกาย ความรู้สึกในการรับรู้ผิดปรกติ การเคลื่อนไหวผิดปกติ ตลอดจนพฤติกรรมเพี้ยนๆ ของหลายคน

ระบบประสาทนั้นมีเซลล์เป็นองค์ประกอบนับพันล้านเซลล์ โดยทำหน้าที่เป็นสะพานส่งข้อมูลจากส่วนต่างๆ ของร่างกายไปยังสมอง และในทางกลับกันก็ยังนำคำสั่งจากสมองไปสั่งอวัยวะต่างๆ ให้ทำงาน ดังนั้นการทำลายเซลล์ที่เกี่ยวกับระบบประสาทนั้นจึงก่ออันตรายอย่างยิ่ง สารเคมีในสิ่งแวดล้อมหลายชนิด เช่นดีดีที ส่งผลโดยตรงในการทำลายเซลล์ของระบบประสาทสัมผัส

Osteoporosis (OSS-tee-oh-por-OH-sis) หรือกระดูกพรุน เป็นปรากฏการณ์ที่ชาวอเมริกันกว่า 10 ล้านคนกำลังประสบ โดยมีน้องใหม่เข้าคิวอีกกว่า 18 ล้านคน อาการที่เกิดขึ้นคือ เมื่อเข้าวัยสูงอายุ กระดูกจะบางลงเนื่องจากไม่ได้เตรียมตัวให้ดีเพื่อรับอาการนี้

การเกิดกระดูกพรุนเป็นเรื่องอนิจจังวัตตสังขารา ที่เห็นได้ชัดคือ หลังค้อมลงเพราะกระดูกสันหลังบางลง หกล้มครั้งใดกระดูกสะโพกมักหักเหมือนข้าวเกรียบว่าว อาการดังกล่าวนี้สิ่งแวดล้อมที่เกี่ยวข้องคือ อาหาร

คำแนะนำในการป้องกันคือ กินอาหารให้มีแคลเซียมมากพอตั้งแต่หนุ่มสาว แต่ถ้ามาเสริมเมื่อแก่ก็ได้ประโยชน์เท่าที่เซลล์แก่ๆ จะรับได้ ดังนั้นหนุ่มสาวจึงไม่ควรละเลยการกินอาหารที่มีแคลเซียมสูงบ้าง เช่น นม โดยอย่าไปเชื่อนักวิชาเกินที่บอกว่า กินนมแล้วเลือดจะเป็นกรดเหมือนกับการเปลี่ยนแปลงในนมเปรี้ยวนะครับ และถึงกินโยเกิร์ตก็ไม่ต้องกลัวว่ากรดในโยเกิร์ตจะทำอันตรายเรา เพราะเรามีระบบปรับความเป็นกรด-ด่างของอาหารให้เหมาะสม

Pneumoconiosis (NEW-mo-koh-nee-OH-sis) หรือโรคปอดจากการประกอบอาชีพ บางครั้งเรียกว่า black lung disease เป็นกลุ่มโรคที่เกิดจากการหายใจเอาฝุ่นละออง สารอนินทรีย์ หรือฝุ่นแร่เข้าไปในปอด ทำให้เกิดพยาธิสภาพเนื้อพังผืดในลักษณะต่างๆ กัน ขึ้นอยู่กับชนิดของฝุ่น เช่น ฝุ่นหิน, ใยหิน, ฝุ่นฝ้าย, ฝุ่นถ่านหิน, ฝุ่นแร่เหล็ก และดินขาว เป็นต้น ฝุ่นเหล่านี้สามารถเข้าไปทำลายบริเวณเนื้อเยื่อสำคัญของปอด ส่งผลให้เซลล์เปลี่ยนไปเป็นเนื้อเยื่อเกี่ยวพันซึ่งทำงานไม่ได้ หรืออาจเปลี่ยนไปเป็นเซลล์มะเร็งเลย ผู้ป่วยมีอาการปวดอก หายใจขัด ซึ่งอาจส่งผลให้มีอาการหลอดลมอักเสบ ถุงลมโป่งพอง สุดท้ายอาจตายได้ไม่ยาก ดังนั้นผู้ทำงานที่มีฝุ่นมาเกี่ยวข้องจึงไม่ควรประมาท และควรสวมหน้ากากกันฝุ่นตลอดเวลาทำงาน

Queensland Fever หรือไข้จากรัฐควีนส์แลนด์ การป่วยเป็นไข้ชนิดนี้ คนจนในบ้านเราคงไม่มีโอกาสเป็น เพราะต้องมีสตางค์พอจึงจะบินไปเป็นโรคนี้ได้ที่รัฐควีนส์แลนด์ ประเทศออสเตรเลีย สาเหตุเกิดเมื่อนักท่องเที่ยวไปดูฟาร์มสัตว์ที่มีการนำเอาหนังหรือส่วนอื่นๆ ของสัตว์ที่ตายแล้วไปแปรรูป ซึ่งระหว่างนั้นมักเกิดฝุ่นซึ่งมีเชื้อโรคปนติดอยู่กับฝุ่น มีรายงานพบว่า ชาวนาของรัฐนี้เป็นโรคนี้ประจำ แบบว่าใครไม่เป็นก็ไม่มีสิทธิบอกว่าเป็นชาวนารัฐควีนส์แลนด์ อย่างไรก็ดีปัจจุบันมีการคิดค้นวัคซีนเพื่อป้องกันโรคนี้แล้ว ดังนั้นใครที่นิยมการท่องเที่ยวเชิงนิเวศในรัฐนี้ก็น่าจะฉีดวัคซีนสักหน่อย เพราะอาการไข้นั้นไม่เบา มีอาการจับไข้หนาวสั่น ปวดกล้ามเนื้อ

Reproductive Disorders หรือระบบสืบพันธุ์ผิดปกติ เริ่มเป็นที่สังเกตอย่างชัดเจนในสหรัฐอเมริกาช่วงปี 2483 เนื่องจากมีการจ่ายยา DES (diethylstilbestrol) แก่สตรีที่ตั้งท้องและมีอาการแพ้มากจนเสี่ยงต่อการแท้ง ซึ่งผลร้ายของยาได้มาออกชัดเจนในช่วงปี 2513 ที่พบว่าลูกสาวของผู้ที่ได้รับยา DES นั้นโตเป็นสาวแล้วเป็นมะเร็งที่เดิมไม่ค่อยมีใครเป็นคือ มะเร็งที่อวัยวะสืบพันธุ์ ส่งผลให้ยาดังกล่าวถูกถอนออกจากบัญชียาที่ได้รับอนุญาต

สืบเนื่องจากเรื่องดังกล่าวทำให้กระทรวงสาธารณสุขของสหรัฐอเมริกาและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องด้านสุขภาพประชาชนมีความตื่นตัวในการศึกษาว่า สารเคมีที่ปรากฏรายรอบตัวเรานั้นมีความเป็นพิษในลักษณะของ DES หรือไม่ เพื่อป้องกันมิให้เกิดประวัติศาสตร์ซ้ำรอยอีก

Sunburn and Skin Cancer หรืออาการแดดเผาและมะเร็งผิวหนัง ในปัจจุบันปัญหานี้สามารถเลี่ยงได้เนื่องจากมีการผลิตเครื่องสำอางที่ช่วยป้องกันได้แล้ว แต่อย่างไรก็ดีในหลายประเทศที่มีแดดน้อย ประชาชนมักนิยมอาบแดดเพื่อให้ผิวคล้ำ ซึ่งทำให้เกิดความเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งผิวหนังอยู่ดี มะเร็งผิวหนังบางประเภทก็ไม่มีอันตรายเนื่องจากถูกจำกัดอยู่ในที่แคบๆ ไม่กระจายไปยังส่วนอื่นของร่างกาย แต่กรณีของ Melanoma นั้น ยังเป็นปัญหาสำคัญของผู้ชอบการอาบแดดอยู่ เพราะสถิติบอกว่ามีการตายด้วย melanoma นั้นเพิ่มขึ้น 4% ทุกปีในสหรัฐอเมริกา

ในประเทศไทยนั้น ถ้าเป็นคนไทยแท้ที่มีผิวคล้ำสวยอยู่แล้ว ปัญหานี้ไม่หนักหนา ที่น่ากังวลอยู่ก็คือ คนที่มีผิวขาวแต่กำเนิดเพราะเป็นลูกจีน หรือคนที่พยายามทำผิวให้ขาว จะมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้น เพราะทุกวันนี้แดดร้อนขึ้นทุกวัน ซึ่งแสดงว่าปริมาณแสงอัลตราไวโอเลตบีและซี เพิ่มมากขึ้นทุกวัน

Vision Problems หรือปัญหาในการมองเห็น เกิดขึ้นเนื่องจากตามนุษย์นั้นไวต่อการเปลี่ยนแปลงสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะอย่างยิ่งคือ แสง ก๊าซและฝุ่นละอองเล็กๆ ที่ปรากฏในอากาศ ปัจจัยนี้เป็นพิษโดยก่อให้เกิดอาการเคืองตา มองเห็นภาพไม่ชัด อีกทั้งยังมีเชื้อโรคทั้งราและแบคทีเรียปนอยู่ในฝุ่นละอองก่อให้เกิดโรคตาติดเชื้อได้ นอกจากนี้แสงที่จ้ามากขึ้นทุกวัน ก็เป็นต้นเหตุของตาต้อ

Waterborne Diseases หรือโรคจากแหล่งน้ำสกปรก เป็นปัญหาเกิดขึ้นเกือบทุกประเทศที่มีการพัฒนาอุตสาหกรรม การอพยพคนมาอยู่ในเมืองใหญ่ส่งผลต่อการปนเปื้อนของแหล่งน้ำ โลหะหนักเช่นตะกั่วและปรอทเป็นผู้นำในการก่อปัญหา โดยการทำให้การทำงานของอวัยวะภายในเสื่อมลง สารเคมีบางชนิดในแหล่งน้ำเข้าสู่วงจรอาหาร ก่อให้เกิดปัญหาการก่อลูกวิรูปของตัวอ่อนในท้องแม่ ตลอดจนถึงก่อมะเร็ง นอกจากสารเคมีแล้ว เชื้อโรคต่างๆ ก็เป็นประเด็นที่หลีกเลี่ยงได้ยาก โดยเฉพาะในบริเวณที่เกิดภัยพิบัติ

Xeroderma Pigmentosa (zero-DER-muh pig-men-TOSE-uh) หรือมะเร็งผิวหนังที่เกิดเนื่องจากความบกพร่องทางพันธุกรรม เป็นการเกิดมะเร็งผิวหนังในคนที่มีความบกพร่องทางพันธุกรรมในการสร้างเอนไซม์ที่ช่วยในการซ่อมแซมดีเอ็นเอที่ถูกทำลายโดยแสงอัลตราไวโอเล็ตเมื่อสัมผัสแสงแดดโดยตรง มะเร็งที่เกิดขึ้นนี้จะลุกลามจนก่อปัญหาถึงตายถ้าไม่จัดการผ่าตัดทิ้ง

Yusho Poisoning หรือความเป็นพิษยูโช เป็นตัวอย่างปัญหาสุขภาพที่เกิดเนื่องจากชาวญี่ปุ่นกินอาหารที่ปรุงด้วยน้ำมันรำข้าวปนเปื้อนสารพิษพีซีบี (polychlorinated biphenyls) ระหว่างการผลิตในปี 2511 แล้วมีอาการปวดเมื่อย ปวดหัว ไอ แขนและขาไม่มีแรง ปวดแสบที่ผิวหนัง สตรีที่ตั้งท้องออกลูกมามีความพิการ

คำว่า ยูโช หมายถึง โรคที่เกิดจากน้ำมัน (oil disease)  สารพีซีบีนั้นมีการใช้เป็นเวลานานแล้วในการผลิตสี พลาสติก และใช้หล่อลื่นในอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ แต่ต่อมาเมื่อนักวิทยาศาสตร์พบว่าเป็นสารที่ก่อปัญหาในสัตว์ป่าธรรมชาติ จึงมีการลดการใช้ แต่ก็สายเกินไป เนื่องจากสารนี้ได้หลุดรอดปนเปื้อนสู่สิ่งแวดล้อมมากพอสมควรแล้วจากการทิ้งขยะอิเล็กทรอนิกส์ที่ไม่มีการควบคุม ดังนั้นจึงสามารถตรวจพบสารพิษนี้ได้ในแหล่งน้ำที่อยู่ใกล้ชุมชน

ที่กล่าวมานี้เป็นโรคหรืออาการไม่สบายที่เกิดจากการที่สิ่งแวดล้อมรอบตัวมนุษย์มีมลพิษ  ซึ่งเกิดได้ในทุกประเทศที่พยายามพัฒนาไปสู่การเป็นประเทศอุตสาหกรรม หรืออาจเรียกว่าประเทศ (อยู่ดีๆ ไม่ชอบ) อุตส่าห์หากรรมใส่ตัว สำหรับผู้ที่ประสงค์จะอยู่ประเทศที่อยู่ดีๆ ชอบแล้ว ก็คงต้องไปอยู่ที่ประเทศภูฏานกระมัง เพราะประเทศนี้จำกัดอุตสาหกรรมต่างๆ แม้อุตสาหกรรมท่องเที่ยวยังจำกัดจำนวนนักท่องเที่ยวเลย ไม่ปล่อยให้ทะลักเข้ามาทำลายสิ่งแวดล้อมเหมือนประเทศไหนก็ไม่รู้

 

>> โรคที่คนอเมริกันมักป่วยอันเนื่องจากสิ่งแวดล้อม ตอน 1