มีนาฯ หนาว...สัญญาณโลกวิปริต ???

  • warning: array_map(): Argument #2 should be an array in /home/greenwor/domains/greenworld.or.th/public_html/web/modules/system/system.module on line 1050.
  • warning: array_keys() expects parameter 1 to be array, null given in /home/greenwor/domains/greenworld.or.th/public_html/web/includes/theme.inc on line 1845.
  • warning: Invalid argument supplied for foreach() in /home/greenwor/domains/greenworld.or.th/public_html/web/includes/theme.inc on line 1845.
จิตติมา บ้านสร้าง

มีนาฯ หนาว...สัญญาณโลกวิปริต ???

จิตติมา บ้านสร้าง

เดือนเมษายนแล้วก็ยังมีคำพูดควันหลง  “โอ๊ย  มันวิปริตผิดอาเพธ” “สงสัยอีกหน่อยหิมะคงตก” “เค้าว่าแกนโลกมันพลิก” “เค้าว่าจะหนาวอีกนะ” “ดูสิก็เราสูบเอาน้ำมันขึ้นมาใช้เท่าไหร่  โลกมันก็ร้อน แผ่นดินถึงได้ไหวเพราะใต้ดินมันพรุนไปหมด” ...และอีกสารพัด 

เพราะอุณหภูมิกรุงเทพตั้งแต่กลางเดือนเป็นต้นมาอยู่ในราว 17-25 องศาเซลเซียส  ฟ้าครึ้ม  มีฝนตก  ส่วนในภูมิภาคก็อยู่ในราว 14-20 องศาเซลเซียส  หนาวหนักอยู่ที่หนองคาย ลงไปที่ 6 องศาเซลเซียส  ความหนาวเย็นระลอกแรกยังไม่ทันหมดไป  ระลอกที่ 2 ก็ตามมาในราววันที่ 20 กว่าๆ ซึ่งหลายพื้นที่หนาวกว่าช่วงฤดูหนาวปลายปีที่ผ่านมา  ที่เขาว่าลานินญ่าที่ทรงอิทธิพลอยู่จึงทำให้หนาวกว่าค่าเฉลี่ย 30 ปีด้วยซ้ำไป  และเพราะเพิ่งได้เลิกสวมเสื้อกันหนาวเอาปลายเดือนมีนาคมเอานี่เอง  ก็น่าจะยังคงมีคำพูดควันหลงอย่างนี้อยู่หรอก 

ส่วนภาคใต้เองที่ปกติจะมีฝนตกน้ำท่วมในช่วงเดือนพฤศจิกายน – มกราคม  หลังจากที่เพิ่งฟื้นตัวจากน้ำท่วมตามฤดูมาได้ไม่กี่เดือน ก็กลับมีฝนตกหนักจนน้ำท่วม ดินโคลนถล่มซ้ำ  โดยดูเหมือนว่าฝนผิดฤดูจะหนักว่าหน้าฝนจริงๆ

ความวิปริตผิดปกติอย่างนี้ทำให้คนใจจดใจจ่ออยู่กับความใคร่รู้ว่าอากาศจะเป็นอย่างไรต่อไป  เมษายนจะยังมีหนาวอีกหรือเปล่า ถ้าตอนบนหนาว ใต้จะฝนหนักซ้ำอีกหรือไม่ พร้อมๆ กับความกังวลว่าหรือนี่จะเป็นหนึ่งในสัญญาณหายนะโลก หรือหนังเรื่อง 2012 จะเป็นจริง เพราะดูเหมือนว่าอะไรๆ มันก็จะดูแปลกๆ ไปซะทั้งนั้น  ไหนจะแผ่นดินไหว วิกฤตนิวเคลียร์ และยังมาแถมท้ายแผ่นดินไหวใกล้บ้านเราจนมีผู้เสียชีวิตจำนวนไม่น้อยซ้ำเข้าไปอีก 

คำอธิบายก็มีมาหลายสำนัก แต่ที่แน่ๆ ก็คือว่า ทุกสำนักเห็นตรงกันว่าผิดปกติ และรุนแรงเสียด้วย  ดูคำอธิบายสำนัก ดร.อานนท์ สนิทวงศ์ ณ อยุธยา ผู้อำนวยการศูนย์จัดการความรู้ด้านการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศ (ศรภอ.) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เป็นพื้นฐาน น่าจะทำให้เข้าใจถึงสาเหตุได้ดี

ดร.อานนท์ บอกว่าตอนบนหนาวชื้นและฝนตก เพราะสภาพอากาศ 3 แบบเกิดขึ้นพร้อมกัน 

แบบที่ 1 คือลานินญ่าที่น้ำทะเลในมหาสมุทรแปซิฟิกยังคงเย็นกว่าปกติ 2-3 องศาเซลเซียส  จากเดิมที่นักวิชาการทั่วโลกคาดว่าจะเริ่มคืนสู่สภาวะปกติในราวเดือนพฤษภาคม  แต่อาจไม่เป็นอย่างนั้น  เพราะมีสัญญาณการดีดตัวกลับมาเย็นอีกโดยยังไม่มีท่าทีว่าจะอ่อนกำลังลง  ซึ่งอาจจะยังอยู่ต่อไปอีกหลายเดือน อาจถึงช่วงปลายปี  สิ่งที่เป็นผลต่อมาก็คือ  ทำให้ทวีปเอเชียที่เมื่อช่วงฤดูหนาวมีความหนาวเย็นหนัก  ยังไม่สามารถคลายความเย็นลงไปได้  เพราะน้ำเย็นในมหาสมุทรแปซิฟิกยันเอาไว้ 

เท่านั้นยังไม่พอ

อากาศแบบที่ 2 ก็เกิดขึ้นผสมโรงเข้ามา  คือการแกว่งตัวของมวลอากาศอาร์กติก  หรือ Arctic Oscillation (AO) ถ้านึกภาพตามง่ายๆ ก็คือมีลมเย็นหมุนเวียนอยู่รอบขั้วโลกเหนือ  ซึ่งการเดินทางหมุนวนรอบขั้วโลกนั้นมีลักษณะเป็นคลื่น  เมื่อยอดคลื่นย้อยลงมาที่เอเชีย  ความเย็นจากขั้วโลกที่เย็นจัดกว่า  ก็มาดันความเย็นจากจีนให้ลงมาที่ประเทศไทย  ที่กรมอุตุนิยมวิทยาบอกว่า  “...มีความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นจากประเทศจีนลงมา...”  นั่นแหละ  มันลงมาเพราะมวลอากาศเย็นที่หนาวเย็นกว่าจากอาร์กติกหรือขั้วโลกเหนือแกว่งตัวลงมาหรือย้อยลงมา  ซึ่งปกติรอบหนึ่ง ๆ ก็จะมาทุก 7-10 วันและย้อยลงมาอยู่คราวละไม่กี่วัน  นี่แหละที่ทำให้ในฤดูร้อน เกิดพายุฤดูร้อน เพราะประเทศไทยมีอากาศร้อนจัด  เมื่ออากาศเย็นมาปะทะร้อนก็เกิดพายุฝนฟ้าคะนอง

แต่คราวนี้ทำไมหนาว เพราะมีสิ่งที่ไม่ปกติ อย่างแรกก็คือที่จีนมีความเย็นสะสมขังอยู่คลายตัวไม่ได้อย่างที่บอกข้างต้น  เช่นเดียวกัน  ประเทศไทยก็ไม่ได้ร้อนเพราะได้รับอิทธิจากอากาศที่จีนอยู่ 

สิ่งที่ไม่ปกติอย่างที่ 2 ก็คือ การแกว่งตัวของมวลอากาศอาร์กติกคราวนี้เป็นการแกว่งอย่างรุนแรง คือยอดคลื่นย้อยลงมาแรงและลงมาลึก ก็มาดันให้อากาศเย็นที่จีนที่ยังเย็นมาก ลงมาแรงและลงมาลึกเช่นกัน ทำให้ความหนาวเย็นปกคลุมประเทศไทย 

แล้วที่บางคนบอกว่าเย็นชื้น เย็นมีฝนแบบนี้เหมือนอยู่ที่อังกฤษ ก็เพราะมีคลื่นกระแสลมตะวันตก เป็นลักษณะอากาศแบบที่ 3 หอบเอาความชื้นจากมหาสมุทรอินเดียเข้ามาผสมโรงกันในประเทศไทย

นี่คือสิ่งที่อธิบายได้  แต่สิ่งที่อธิบายไม่ได้ก็มีอีกไม่ใช่น้อย เช่น อะไรเป็นสาเหตุของอะไร  ลานินญ่าทำให้การแกว่งตัวของมวลอากาศอาร์กติกแกว่งรุนแรง หรือมวลอากาศอาร์กติกแกว่งรุนแรงเป็นสาเหตุของการดีดตัวกลับมาแรงของลานินญ่า  การแกว่งรุนแรงผิดปกติแบบนี้มีคาบการเกิดที่แน่นอนหรือไม่ ก็ยังไม่มีอะไรที่บอกได้ชัดเจนกว่าเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้และเคยเกิดขึ้น

“ตอนนี้อาจจะยังบอกอะไรไม่ได้นอกจากว่ามันบังเอิญ  บังเอิญที่มีลานินญ่าทำให้จีนยังหนาว  บังเอิญการแกว่งตัวของมวลอากาศอาร์กติกยอดคลื่นรุกลงมาที่จีน  และบังเอิญมีคลื่นกระแสลมตะวันตกผสมเข้ามาด้วย  มันเป็นความบังเอิญที่แปลก  เป็นสิ่งผิดปกติแน่นอน  บางทีก็อาจเป็นเพราะว่าเมื่อก่อนเรายังไม่มีความรู้มาก  เราก็รู้จักแต่ลานินญ่า  ความหนาวเย็นจัดอย่างในปี 2498 ลานินญ่าก็เป็นจำเลย  ตอนนั้นจะเกิดมวลอากาศอาร์กติกแกว่งตัวแรงอย่างนี้ด้วยหรือเปล่าไม่รู้   ปีนี้ลานินญ่าแรงเกือบเท่าปี 2498 แต่ตอนนี้เรารู้ว่ามีปัจจัยอื่น  มันก็เลยเป็นจำเลยร่วม”  ดร.อานนท์ กล่าว

ส่วนสาเหตุใหญ่ที่เป็นที่มาของการเกิดปรากฏการณ์เหล่านั้น  หรือถ้าเทียบว่าเป็นผู้จ้างวานหรือไม่ คือ บรรดาแผ่นดินไหว แกนโลกเอียงผิดปกตินั้น นักวิชาการหลายสำนักก็ยืนยันตรงกันคือ ไม่เกี่ยวกัน หลักฐานก็คงอ่อน ผู้ต้องหารายนี้หลุดไป

แล้วก๊าซเรือนกระจกที่ทำให้เกิดภาวะโลกร้อนล่ะ น่าจะเป็นผู้จ้างวานที่ใกล้เคียงที่สุด  อันนี้ก็คงต้องควบคุมตัวไว้ก่อน เพราะพยานแวดล้อมเหนียวแน่นเหลือเกิน ต้องสืบสวนและพิสูจน์กันให้เห็นชัดถึงพยานหลักฐานที่แท้จริง  จะปรักปรำเอาให้ผิดในข้อหานี้เสียเลยตามพยานแวดล้อมก็คงยังไม่ยุติธรรมนัก

แต่ผู้เขียนไม่ได้หมายความว่าก๊าซเรือนกระจกไม่ได้เป็นผู้ร้าย รายนี้ก็ยังมีข้อหาอื่นติดตัวอยู่ดี โดยเฉพาะผลกระทบจากโลกร้อนที่เกิดขึ้นต่อสภาพภูมิอากาศและระบบนิเวศที่พิสูจน์ชัดแล้ว 

ยังไงเราก็ต้องช่วยกันลงโทษ โดยการทำทุกวิธีการ ด้วยปรับพฤติกรรมเราเท่าที่จะทำได้  เพื่อที่จะไม่ปล่อยมันออกมาก่อกวนบรรยากาศอีกต่อไป