เทศกาลชิงงบกับทิศทางรับน้ำท่วมที่ยังเลือนลาง

จิตติมา บ้านสร้าง

เทศกาลชิงงบกับทิศทางรับน้ำท่วมที่ยังเลือนลาง

จิตติมา บ้านสร้าง

ยิ่งใกล้ช่วงเวลาที่คาดว่าน้ำจะท่วมเข้ามา ความตื่นตัวและตื่นกลัวก็เริ่มครอบงำสังคมไทยอีกครั้ง เพราะความเสียหายจากน้ำท่วมปีที่แล้วที่ธนาคารโลกได้ประเมินว่าสูงถึง 1.4 ล้านล้านบาท จนฉวยอันดับ 4 ของโลกในความเสียหายจากภัยธรรมชาติมาครองอย่างไม่ตั้งใจนั้น ยังซึมลึกอยู่ในความรู้สึกที่เป็นนามธรรมและความเสียหายที่เป็นรูปธรรม โดยที่การเยียวยายังขลุกขลัก ขณะที่การเก็บกวาดในบางแห่งก็ยังไม่เรียบร้อย คนจำนวนไม่น้อยย้ายที่อยู่จนหมู่บ้านเดิมแทบร้าง และอีกไม่น้อยปรับปรุงบ้าน ยกสูง รอรับน้ำรอบต่อไป

 
"จะมาอีกแล้วเหรอ"

"ที่บ้านยังไม่ทาสีใหม่ รอดูอีกรอบ จะได้ทาสีทีเดียว"

"ไม่สะสมข้าวของแล้ว มีเท่าที่จำเป็นใช้"

ฯลฯ

เยอะแยะมากมายความคิด ความเห็น ความรู้สึก ที่เริ่มมีการพูดคุยกันมากขึ้นตามระยะของฤดูน้ำที่ใกล้เข้ามา ขณะที่ในระดับองค์กรที่เกี่ยวข้องกับการจัดการน้ำก็มีการถกเถียง ปรึกษาหารือกันอย่างเข้มข้นขึ้น บ่อยครั้งขึ้น ภาพพวกนี้คงเป็นที่รับรู้กันอยู่ทั่วไปจนชินหูชินตา

อย่างไรก็ดีมีอีกภาพหนึ่งที่เพิ่งเกิดขึ้นสดๆ ร้อนๆ หลังจากที่รัฐบาลดำริจะให้ต่างชาติเข้ามาบริหารจัดการน้ำในระยะยาวทั้งระบบที่มีการวางงบประมาณไว้ 350,000 ล้านบาท ตามกรอบของคณะกรรมการบริหารจัดการน้ำและอุทกภัย หรือ กบอ. นั่นคือภาพของการแย่งชิงงบประมาณก้อนโต เมื่อบริษัท ทีมกรุ๊ป จำกัด ซึ่งเข้ามามีบทบาทในการคาดการณ์และเตือนพื้นที่น้ำท่วมเมื่อปีที่แล้ว จัดสัมมนาใหญ่เพื่อเสนอวิธีการที่ต่างออกไปจากรอบของ กบอ. พร้อมทั้งยืนยันว่า น้ำไทย ไทยจัดการได้ (ให้สัมภาษณ์รายการวิทยุ FM.101)

สำทับด้วยข้อมูลที่ผ่านการวิเคราะห์และนำมาโชว์ในเวทีเสวนาว่า หากมีการจัดการตามแผนที่ กบอ. ดำเนินการ และหากปีนี้มีน้ำในปริมาณเท่ากับปี 2554 แม้จะป้องกันน้ำท่วมเมืองและพื้นที่เศรษฐกิจส่วนใหญ่ได้ แต่พื้นที่น้ำท่วมทั้งหมดจะลดน้อยลงไม่มากอย่างมีนัยยะสำคัญ ขณะที่พื้นที่ที่ถูกน้ำท่วมปีที่แล้วจะมีน้ำท่วมสูงขึ้นตั้งแต่ +10 เซนติเมตรไปจนถึง +100 เซนติเมตรแล้วแต่พื้นที่ โดยเฉพาะในเขตจังหวัดพระนครศรีอยุธยา (แผนผังที่ 1)

ออกตัวแรงขนาดนี้ ทีมกรุ๊ปมีอะไรดี !!!  มาดูแผน กบอ. เปรียบเทียบกับแนวคิดของทีมกรุ๊ปกัน

หลักการที่ทีมกรุ๊ปเสนอคือการส่งน้ำลงทะเลให้เร็วที่สุด โดยผ่านอุโมงค์น้ำที่จะสร้างคู่ขนานไปกับถนนวงแหวนรอบที่ 3 ฝั่งตะวันออก เพราะเห็นว่าพื้นที่ที่จะกำหนดเป็นแนวทางฟลัดเวย์ตามข้อ 4 ของแผน กบอ. นั้นไม่อาจเป็นจริง เนื่องจากประชาชนได้เข้าไปใช้พื้นที่ที่จะกำหนดให้เป็นฟลัดเวย์เป็นจำนวนมาก  ขณะที่หากเป็นการก่อสร้างอุโมงค์คู่ขนานไปกับถนนวงแหวนรอบที่ 3 ซึ่งจะมีการดำเนินการอยู่แล้วนั้น จะเวนคืนที่ดินเป็นแนวกว้างเพียง 180 เมตรตามความยาวของถนนวงแหวนฝั่งตะวันออกเท่านั้น (แผนผังที่ 2 และ 3)

อีกสิ่งที่ต่างออกไปตามแผนของ กบอ. ที่ค่อนข้างกว้างขวางกว่าคือ แนวคิดการดำเนินการเกี่ยวกับระบบการใช้ที่ดิน ระบบพยากรณ์ เตือนภัย และระบบกฎหมาย ขณะที่แนวคิดของทีมกรุ๊ปจำกัดอยู่เฉพาะการปฏิบัติการในการป้องกันน้ำท่วมลุ่มเจ้าพระยาเท่านั้น  ด้วยงบประมาณที่เท่ากันคือ  300,000 ล้าน

ประชาชนคนทั่วๆ ไปอาจจะไม่สนใจการแย่งชิงงบก้อนนี้เท่าไหร่  เพราะดูๆ ไป ยังไงก็เป็นหนี้  แต่คงสนใจว่าแล้วแบบไหนจะทำให้น้ำไม่ท่วม  ไม่เดือดร้อนเหมือนปี 2554 อีก  ผู้เขียนไม่มีความรู้เพียงพอที่จะวิเคราะห์ได้ว่ารูปแบบไหนจะได้ผล  เพราะทั้งพื้นที่ฟลัดเวย์และทุ่งรับน้ำก็ดูเหมือนจะเป็นปัญหาในทางปฏิบัติมาตลอดว่ามีจริงหรือไม่ ใช้ได้หรือเปล่า ขณะที่แนวคิดของทีมกรุ๊ปเองดูแม้จะดูเป็นรูปธรรม แต่ก็จำกัดวง และเป็นการหนีปัญหาเก่าไปหาทางออกใหม่

แต่มีสิ่งหนึ่งที่ปราโมทย์ ไม้กลัด อดีตอธิบดีกรมชลประทาน ผู้เชี่ยวชาญเรื่องการจัดการน้ำด้วยวิศวกรรมมาทั้งชีวิต  (ซึ่งสื่อมวลชนรุ่น 20 ปีก่อนทราบดีว่าท่านเป็นนักสนับสนุนเขื่อนคนหนึ่ง) บอกว่า แผนการจัดการน้ำท่วมต้องใช้ 3 ยุทธศาสตร์ คือ 1. สู้กับน้ำด้วยการก่อสร้าง การบริหารจัดการและวิศวกรรม 2. ยอมรับและปรับตัวให้สามารถอยู่กับน้ำให้ได้ เช่น การปรับรอบการทำเกษตร ซึ่งอาจไม่ใช่การทำนาตลอดปี  และ 3. หนี เมื่อรู้แน่ชัดว่าไม่สามารถสู้ได้

อาจารย์ปราโมทย์ บอกว่า สิ่งที่รัฐบาลรวมทั้ง กบอ. (ที่ท่านนั่งอยู่ด้วย) ควรทำ แต่ไม่ทำคือ  ต้องมีการจัดแบ่งพื้นที่เป็นโซน และยอมรับว่าโซนไหน  ต้องใช้ยุทธศาสตร์แบบไหน  ต้องยอมรับว่าที่ไหนสู้ไม่ได้  ก็ต้องปรับตัวหรือต้องหนี  และต้องให้ประชาชนในพื้นที่ต่างๆ เหล่านั้นรับรู้และเข้าใจ  รวมถึงเติมภูมิปัญญาให้ประชาชน  เพราะการสู้กับน้ำ  ไม่ใช่ว่าจะสู้ได้ทุกที่อย่างที่ทำๆ กัน เช่นการสร้างพนังกั้นเมืองทุกเมื่อที่น้ำผ่าน  เพราะสุดท้ายอาจยิ่งเร่งให้น้ำมีความรุนแรงและสร้างความเสียหายมากขึ้น ท่านสรุปในที่สุด

Share this

อ่านเรื่องย้อนหลัง

10 มี.ค. 2557
 

creative-commonsแสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน 3.0 ประเทศไทย
พัฒนาเว็บไซต์โดย โอเพ่นดรีม