คำถามของชาวบ้านที่ไม่ยอมจำนนต่อการผูกขาดพลังงาน

  • warning: array_map(): Argument #2 should be an array in /home/greenwor/domains/greenworld.or.th/public_html/web/modules/system/system.module on line 1050.
  • warning: array_keys() expects parameter 1 to be array, null given in /home/greenwor/domains/greenworld.or.th/public_html/web/includes/theme.inc on line 1845.
  • warning: Invalid argument supplied for foreach() in /home/greenwor/domains/greenworld.or.th/public_html/web/includes/theme.inc on line 1845.
จิตติมา บ้านสร้าง

คำถามของชาวบ้านที่ไม่ยอมจำนนต่อการผูกขาดพลังงาน

จิตติมา บ้านสร้าง

หลังจากกระทรวงพลังงานออกมาตีฆ้องร้องป่าวว่าช่วงวันที่ 5-12 เมษายน พม่าจะหยุดส่งก๊าซที่เคยส่งเข้ามาผลิตไฟฟ้าในประเทศไทย เนื่องจากต้องซ่อมแท่นขุดเจาะที่ทรุด  ข่าวที่ทยอยออกมามีแต่เรื่องน่าวิตก แต่ก็มีคำถามตามมาในทุกประเด็นที่เกิดขึ้น

  • การหยุดส่งก๊าซครั้งนี้อาจจะทำให้เกิดปัญหาไฟฟ้าตกหรือไฟฟ้าดับบางส่วนของจังหวัดทางภาคตะวันตกและภาคใต้  โดยนายธนา พุฒรังษี รองผู้ว่าการระบบส่ง การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ย้ำว่า พม่าหยุดส่งก๊าซรอบนี้ มีความเสี่ยงจะทำให้ไฟฟ้าดับมากที่สุดจริง เพราะแม้ปัจจุบันนี้จะมีกำลังผลิตไฟฟ้ารวม 33,000 เมกะวัตต์ แต่โรงไฟฟ้าสามารถจ่ายไฟได้จริงเพียง 27,000 เมกะวัตต์ เมื่อหักออกจากการคาดการณ์ว่าจะเกิดความต้องการใช้ไฟฟ้าในวันที่ 5 เมษายน 26,300 เมกะวัตต์  ดังนั้นสำรองไฟฟ้าพร้อมใช้ที่แท้จริงจึงเหลือราว 700 เมกะวัตต์เท่านั้น  อันนี้มีคำถามว่าโรงไฟฟ้าที่สร้างแล้วมีกำลังการผลิต 33,000 เมกกะวัตต์ แต่กลับผลิตไฟไม่ได้ 6,000 เมกกะวัตต์ แปลว่าเราเสียเงินสร้างโรงไฟฟ้ามาเผื่อปิดซ่อมถึง 6,000 เมกกะวัตต์  แล้วที่กระทรวงพลังงานเรียกร้องให้ลงทุนสร้างโรงไฟฟ้า แม้จะต้องกู้หนี้ยืมสินมากขึ้น แปลว่าก็จะมีบางส่วนไม่ได้ผลิตจริงแบบนี้อีก  ใช่หรือไม่
     
  • นายดิเรก  ลาวัณย์ศิริ ประธานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) กล่าวว่า ในช่วงเวลาดังกล่าว จะต้องมีการผลิตไฟฟ้าจากน้ำมันเตาและน้ำมันดีเซล จึงอาจทำให้ค่าไฟฟ้าสูงขึ้น เนื่องจากต้นทุนปกติของการผลิตไฟฟ้าจากก๊าซธรรมชาติอยู่ที่ 2 บาทต่อหน่วย, การผลิตไฟฟ้าจากน้ำมันเตาอยู่ที่ 4 บาทต่อหน่วย และการผลิตด้วยน้ำมันดีเซลอยู่ที่ 6 บาทต่อหน่วย ซึ่งทำให้ค่าเอฟทีขึ้น 0.48 สตางค์ต่อหน่วย  อันนี้มีคำถามว่าประชาชนตาดำๆ ต้องยอมจำนนจ่ายค่าไฟฟ้าแพงขึ้น ในขณะที่ทั้งปตท. กฟผ. กฟภ. และกฟน. มีการประกันกำไรหลายเปอร์เซ็นต์ แม้ว่าจะดำเนินกิจการธุรกิจดีหรือห่วยปานไหนก็ตาม โดยที่หน่วยงานเหล่านี้ทำไม่รู้ไม่ชี้ กอดกำไรที่ได้รับการประกันไว้อย่างเหนียวแน่น  ใช่หรือไม่
     
  • กฟผ. และ ปตท. ร่วมกันประเมินความเสี่ยงที่แหล่งยาดานาว่าจะซ่อมฐานขุดเจาะไม่เสร็จทันในวันที่ 14 เมษายน โดยประเมินว่าเลวร้ายที่สุดจะซ่อมเสร็จ 21 เมษายน จึงได้เตรียมสำรองน้ำมันเตาเพิ่มขึ้นจากเดิม 86 ล้านลิตร เป็น 150 ล้านลิตร และดีเซลเพิ่มจาก 47 ล้านลิตรเป็น 80 ล้านลิตร อันนี้มีคำถามว่า ประชาชนจะต้องแบกรับค่าเอฟทีในระยะที่ยาวขึ้นต่อไปจนกว่าจะสิ้นวิบากกรรมที่ประชาชนไม่ได้ก่อ  ในเมื่อประชาชนพึ่งพากับระบบการจัดการแบบผูกขาดไม่ได้ก็ควรจะหมดยุคผูกขาดได้แล้ว  ใช่หรือไม่
     
  • นายพงษ์ศักดิ์  รักตพงศ์ไพศาล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ระบุว่า สาเหตุที่ประเทศไทยอาจจะประสบปัญหาดังกล่าว เป็นเพราะพึ่งพาก๊าซธรรมชาติในการผลิตกระแสไฟฟ้ามากเกินไป โดยมีอัตราส่วนถึงร้อยละ 70 ขณะที่วิธีอื่นๆ ในการผลิตกระแสไฟฟ้าก็ยังมีอยู่ เช่น ถ่านหินสะอาด ซึ่งมีต้นทุนต่ำกว่า เป็นต้น อันนี้มีคำถามว่า ทำไมจะต้องมาปิดซ่อมแท่นขุดเจาะก๊าซในช่วงที่กระทรวงพลังงานทั้งกระทรวงก็รู้อยู่แล้วว่าเดือนเมษายนเป็นช่วงเดือนที่มีการใช้ไฟฟ้าสูงสุด ความเสี่ยงต่อไฟฟ้าดับนี้เป็นความเสี่ยงแท้หรือความเสี่ยงเทียม เป็นสถานการณ์ตีโป่งเพราะมีวาระซ่อนเร้นเบื้องหลัง เช่น พยายามส่งเสริมพลังงานจากถ่านหินหรือนิวเคลียร์ที่ถูกต่อต้านมาตลอด  ใช่หรือไม่

    ประเด็นนี้สมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อนถึงกับออกแถลงการณ์เมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ ว่า “การที่กระทรวงพลังงานออกมาให้ข่าวสร้างความตื่นตระหนกให้กับสังคมโดยจะพิจารณาประกาศภาวะฉุกเฉินด้านพลังงาน โดยเอาความต้องการใช้ไฟฟ้าของชาวบ้านเป็นตัวประกันนั้น เชื่อว่า...พยายามจะใช้เป็นข้ออ้างในการสร้างโรงงานไฟฟ้าถ่านหิน โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ และโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติขนาดใหญ่ ภายใต้แผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าหรือ PDP 2012 ของรัฐบาลเท่านั้น”
     
  • ข่าวระยะหลังๆ มีกระแสกล่าวถึงการบริหารจัดการไฟฟ้าในพื้นที่กรุงเทพฯ และส่วนอื่นๆ ของประเทศราวกับก๊าซพม่าสามารถเขย่าไทยได้ทั้งประเทศ โดยให้เหตุผลว่า ทำให้โรงไฟฟ้าพระนครเหนือ พระนครใต้ ต้องหยุดผลิต ดังนั้น ระบบส่งไฟฟ้าที่ป้อนเข้าสู่กรุงเทพฯ-ปริมณฑล ที่ใช้ไฟฟ้ารวม 8,000 เมกะวัตต์ ก็จะต้องดึงมาจากโรงไฟฟ้าที่ห่างไกลมากขึ้น ซึ่งจะมีความสูญเสียของระบบสายส่ง มีความเสี่ยงเรื่องไฟฟ้าไม่เสถียร คือ คุณภาพไฟฟ้าที่จะหรี่ลงเพราะแรงดันไฟฟ้าจะต่ำ ซึ่งแน่นอนว่าส่งผลเสียต่อเครื่องใช้ไฟฟ้าทั้งหลาย  อันนี้ก็มีอีกคำถามว่า แล้วเราควรจะลดการพึ่งพาระบบรวมศูนย์แล้วหันไปให้น้ำหนักพลังงานที่ผลิตในท้องถิ่นให้มากขึ้น ซึ่งจะลดการลากสายส่งยาวที่ต้องสูญเสียกำลังไฟฟ้าอย่างสูญเปล่าระหว่างทาง  ใช่หรือไม่
     
  • กระทรวงพลังงานและ กฟผ. ต่างออกมาขอความร่วมมือจากประชาชนให้ลดการใช้พลังงาน เพราะจะเป็นหนทางสำคัญที่จะทำให้ทุกภาคส่วนรอดพ้นจากวิกฤต  อันนี้ก็มีคำถามว่า ก็ถ้าเห็นว่าการประหยัดพลังงานเป็นวิธีการลดความต้องการใช้อย่างได้ผล รวดเร็ว ต้นทุนต่ำ ก็ควรจะบรรจุให้การประหยัดพลังงานเป็นส่วนหนึ่งของที่มาไฟฟ้าในแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าเหมือนกับประเทศที่เขาเจริญแล้วด้านการจัดการพลังงานกระทำกัน  ใช่หรือไม่
     
  • ที่ผ่านมากระทรวงพลังงานให้ข่าวมาตลอดว่า พลังงานทดแทนมีราคาแสนแพง เพราะต้องให้เงินสนับสนุนผู้ผลิตหรือค่า Adder แต่ที่ผ่านมาไม่เคยมีการทบทวนค่า Adder เลยทั้งที่ต้นทุนการผลิตพลังงานทดแทนเหล่านั้นมีการปรับตัวลงตามเทคโนโลยีที่ก้าวหน้ามากขึ้น ทั้งยังมีข่าวนายหน้ากว้านซื้อใบอนุญาตป้อนไฟฟ้าเข้าระบบจากผู้ผลิตรายย่อย เพราะนายหน้าจะมีสายสนกลในที่จะนำไฟฟ้าเข้าระบบได้ง่ายกว่าผู้ผลิตรายย่อยที่จะต้องวิ่งดำเนินการเอง อันนี้นำมาสู่คำถามสุดท้ายว่า นี่เป็นสาเหตุของการทำให้พลังงานทดแทนยังคงมีราคาแพง ทั้งที่พลังงานทดแทนจะช่วยให้เราพึ่งตัวเองได้ภายในประเทศ จากการกระจายแหล่งผลิตอย่างเหมาะสมสอดคล้องกับความต้องการใช้พลังงาน และเนื่องจากพลังงานทดแทนเป็นศัตรูโดยตรงของพลังงานสกปรกอย่างถ่านหินหรือนิวเคลียร์ มันจึงไม่ควรมีโอกาสเติบโต  ใช่หรือไม่

คำถามเหล่านี้เป็นแค่น้ำจิ้มที่ผู้เขียนรวบรวมมาจากภาคส่วนต่างๆ ซึ่งผู้เขียนถือว่าเป็นการแสดงออกถึงความไม่ยอมจำนนอีกต่อไปกับการบริหารจัดการที่ดำมืด หลังจากคำถามเช่นนี้เคยแว่วขึ้นมาครั้งหนึ่งแล้วเมื่อราวสิงหาคม 2552 ที่พม่าหยุดปล่อยก๊าซโดยอ้างการปิดซ่อม และต้องมีการปล่อยน้ำจากเขื่อนวชิราลงกรณ์เพื่อปั่นไฟอย่างเร่งด่วนจนท่วมพื้นที่ชาวบ้านและผู้ประกอบการท่องเที่ยวเสียหายเป็นจำนวนมาก

หากการบริหารพลังงานยังคงดื่มด่ำกำไร ละเลยการเรียนรู้ของประชาชน ความซับซ้อนของระบบจัดหาพลังงานที่พยายามวางไว้เสมือนเกราะกำบังการมีส่วนร่วมของประชาชน คงถึงทางตันเข้าสักวัน และการปฏิวัติพลังงานจริงๆ ก็อาจมาถึง

ที่มาภาพประกอบ : http://cleanwater.org/action/dirty-coal