ขุดน้ำมันเกาะสมุย

จิตติมา บ้านสร้าง

ขุดน้ำมันเกาะสมุย

จิตติมา บ้านสร้าง

ปลาทูอยู่ทะเล…ตัวขี้เหร่กำลังมา

แม่ไก่อยู่ในตะกร้า ไข่ไข่มา สี่ห้าใบ

อีแม่กา ก็มาไล่ อีแม่ไก่ ไล่ตีกา

หมาใหญ่ ก็ไล่เห่า หมูในเล้า แลดูหมา

ปูแสม แลปูนา กะปูม้า ปูทะเล

เต่านา แลเต่าดำ อยู่ในน้ำ กะจระเข้

ปลาทู อยู่ทะเล ปลาขี้เหร่ ไม่สู้ดี

คนวัยเดียวกันกับผู้เขียนคงพอจำกันได้เลาๆ สำหรับอาขยานฝึกอ่านการสะกดแม่ ก กา บทนี้ ที่บ้างต้องท่องในชั่วโมงเรียนภาษาไทย บ้างก็ต้องท่องก่อนกลับบ้านระหว่างยกเก้าอี้ในห้องเรียนเก็บขึ้นบนโต๊ะ หนังสือเพื่อให้เพื่อนๆ ทำเวรกวาดห้อง

ผู้เขียนแวะเก็บมาระหว่างทาง ค้นหาความรู้พื้นฐานเรื่องปลาทูของไทยเรา ซึ่งเป็นอาหารคู่บ้านคู่ครัวมานมนานกาเล เพราะอยากรู้ว่า คนไทยจะอยู่รอดกับปลาทูได้ดีกว่า หรือจะอยู่รอดกับปิโตรเลียม ซึ่งกำลังจะเบียดแทรกตัวเองเข้ามาเป็น ...ปิโตรเลียม อยู่ทะเล...กับเขาบ้าง

ได้ข้อมูลสั้น ๆ ที่เป็นประโยชน์เลยขอคัดลอกบางส่วนจาก Wikipedia สารานุกรมเสรีที่มีทุกคำตอบมาให้อ่านกันพอสังเขป ดังนี้

“ในสมัยรัชกาลที่ 6 ได้จ้าง ดร.ฮิว แมคคอร์มิค สมิธ นักมีนวิทยาชาวอเมริกันมาเป็นที่ปรึกษากรมรักษาสัตว์น้ำ (กรมประมงในปัจจุบัน) เพื่อสำรวจพันธุ์ปลาต่างๆ ในประเทศไทย มีหลวงมัศยจิตรการ (ประสพ ตีระนันทน์) เป็นผู้ช่วยและวาดภาพปลา ท่านผู้นี้เป็นผู้วาดภาพปลาทูภาพแรกในประเทศไทย

ใน พ.ศ. 2468 ไทยนำเรืออวนตังเกจากจีนมาใช้ทำให้จับปลาทูได้มาก ปลาทูที่เหลือทำเป็นปลาทูเค็มส่งไปขายต่างประเทศ เช่น อินโดนีเซีย สิงคโปร์ ฮ่องกง จนในภาษาอินโดนีเซียเรียกปลาทูเค็มว่า Ikan siam พ.ศ. 2503 รัฐบาลไทยนำเครื่องมืออวนลากจากเยอรมนีตะวันตกมาใช้และเมื่อมีการประกาศใช้ แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับแรกทำให้การประมงขยายตัวมากขึ้น จนกระทั่งจำนวนปลาทูในอ่าวไทยลดจำนวนลงในที่สุด

ในอดีตเชื่อว่าปลาทู ที่จับได้ในอ่าวไทยมาจากเกาะไหหลำ แต่ปัจจุบันพบว่าปลาทูเกิดในอ่าวไทย เป็นปลาผิวน้ำ รวมกันเป็นฝูงบริเวณใกล้ฝั่ง พบเฉพาะบริเวณอุณหภูมิผิวน้ำไม่ต่ำกว่า 17 องศาเซลเซียส ความเค็มของน้ำไม่เกิน 32.5 % แต่ทนความเค็มต่ำได้ถึง 20.4 % จึงพบในบริเวณน้ำกร่อยได้ ปลาทูวางไข่แบบไข่ลอยน้ำ ไข่ที่ได้รับการผสมจะลอยน้ำอยู่ได้ ช่วงที่วางไข่คือกุมภาพันธ์ถึงมีนาคม...

...เนื้อ ปลาทูมีสารโอเมก้า 3 ค่อนข้างมาก ในเนื้อปลาทู 100 กรัมมีสารโอเมก้า 3 ราว 2-3 กรัม ช่วยลดอัตราการตายจากโรคหัวใจและโรคหลอดเลือดตีบ และยังลดคลอเลสเตอรอล ไตรกลีเซอไรด์ รวมทั้งลดความหนืดของเลือด ลดการอักเสบ ทำให้ความข้นในเลือดอยู่ในเกณฑ์ปกติ…”

นอกจากนี้ การพยายามค้นหามูลค่าทางเศรษฐกิจของปลาทูไทย ก็พบว่า “จากการประเมินทางวิชาการตามมาตรการปิดอ่าว ปี 2554-2555 ของกรมประมง พบว่าปลาทูได้รับการฟื้นฟูอย่างเห็นได้ชัด มีปริมาณการจับสูงขึ้นกว่าช่วงก่อนปิดอ่าวมากถึง 2 เท่าทั้ง 2 ปี โดยในปี 2554 สามารถรักษาระดับผลผลิตปลาทูทุกพื้นที่ในอ่าวไทยให้ยั่งยืน  ทำให้สามารถจับปลาทูได้เฉลี่ย 100,000 ตันต่อปี คิดเป็นมูลค่าประมาณ 4,500 ล้านบาทต่อปี”

ว่าไปแล้วมูลค่าของปลาทูนี่ก็ไม่ขี้เหร่นะ ที่สำคัญกว่าอะไรทั้งหมดก็คือ เป็นแหล่งสารอาหารชั้นดีราคาถูกของประชาชนคนไทยทุกชั้นวรรณะ เพราะปลาทูสำคัญอย่างนี้นี่เอง ถึงต้องมีมาตรการปิดอ่าว

นายศิริวัฒน์ ขจรประศาสน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวหลังจากเปิดงานปิดอ่าวว่า การปิดอ่าววันที่ 15 กุมภาพันธ์ – 15 พฤษภาคม 2556 รวม 3 เดือน พื้นที่ประมาณ 26,400 ตารางกิโลเมตร ตั้งแต่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร และสุราษฎร์ธานี โดยกำหนดห้ามใช้เครื่องมือทำการประมงบางชนิดที่อาจส่งผลต่อการแพร่ขยายพันธุ์ของพ่อแม่พันธุ์และสัตว์น้ำวัยอ่อนในท้องทะเลอ่าวไทย เนื่องจากข้อมูลการศึกษาวิจัยพบว่าช่วงเวลาดังกล่าวของทุกปี ในท้องทะเลบางส่วนของจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร และสุราษฎร์ธานี เป็นช่วงเวลาที่พ่อแม่พันธุ์สัตว์น้ำมีความสมบูรณ์เพศสูงและพร้อมที่จะวางไข่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งปลาทูซึ่งเป็นสัตว์น้ำที่มีคุณค่าและความสำคัญทางเศรษฐกิจของประเทศที่อาศัยอยู่บริเวณอ่าวไทยตอนใน และมีการอพยพย้ายถิ่นในช่วงเดือนธันวาคมถึงมกราคม จึงจำเป็นจะต้องดูแลรักษาทรัพยากรเหล่านี้ให้มีอยู่อย่างยั่งยืน

แต่บริเวณดังกล่าว กลับจะมีการขุดเจาะน้ำมันในเดือนเมษายนผ่ากลางฤดูวางไข่ ที่อาจส่งผลกระทบกับการวางไข่และการเจริญเติบโตของลูกปลาทู


นอกจากเรื่องปลาทูแล้ว บริเวณดังกล่าวยังเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญซึ่งทำเงินเข้าประเทศมหาศาล เฉพาะเกาะสมุยที่เดียวก็ทำเงินได้ปีละราว 3 หมื่นล้านแล้ว ซึ่งเป็นเม็ดเงินที่กระจายตัวไปถึงประชาชนทุกระดับที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจการท่องเที่ยว การให้บริการ การค้าขาย และจิปาถะ

แต่บริเวณดังกล่าว กลับจะมีการขุดเจาะน้ำมัน ที่อาจส่งผลกระทบกับการท่องเที่ยวอย่างที่เคยเกิดการขุดเจาะน้ำมันในทะเลแล้วมาขึ้นเป็นคราบน้ำมันที่ชายหาดสงขลา

แม้ว่าตอนนี้การฟ้องคดีที่ศาลปกครองอาจจะมีผลทำให้การดำเนินการขุดเจาะน้ำมันที่หมายมั่นปั้นมือว่าจะเริ่มดำเนินการในเดือนเมษายนนี้ จะยังไม่เห็นสัญญาณว่าจะเริ่มลงมือดำเนินการจริงตามแผนหรือไม่ แต่ประเด็นที่ใหญ่กว่านั้น เราอาจจะต้องเรียกร้องให้รัฐกำหนดยุทธศาสตร์ประเทศที่ชัดเจนว่า เราจะอยู่รอดด้วยอะไร อาหารหรือปิโตรเลียม ธุรกิจที่ยั่งยืนอย่างการท่องเที่ยว หรือธุรกิจที่ตั้งอยู่บนฐานทรัพยากรที่ใช้แล้วหมดไปอย่างน้ำมัน เราจะอยู่รอดกันทั้งประเทศ มีรายได้กระจายตัว หรือเราจะเป็นประเทศที่มีแต่คนรวย (เพราะคนจนตายหมด) จากการมีรายได้กระจุกตัว อย่างที่เห็นๆ กันอยู่ในกลุ่มธุรกิจปิโตรเลียมและพลังงานของประเทศไทย

และแน่นอนว่าเมื่อเรียกร้องเพื่อความยั่งยืนแล้ว ธุรกิจการประมงและธุรกิจการท่องเที่ยวก็ต้องตอบโจทย์นี้เช่นกัน

ไม่เช่นนั้น แม้จะล้มยักษ์ได้ แต่มันก็อาจจะเปลี่ยนจากการขุดเจาะน้ำมัน เป็นธุรกิจที่หวังจะเป็นทางรอดของคนส่วนใหญ่ทว่ากลายเป็นตัวขี้เหร่มาทำลายปลาทูที่อยู่ในทะเลของเราเสียเอง

ที่มาภาพ :
หอการค้าจังหวัดสมุทรสงคราม
สมาคมส่งเสริมการท่องเที่ยวเกาะสมุย

 

Share this

อ่านเรื่องย้อนหลัง

10 มี.ค. 2557
 

creative-commonsแสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน 3.0 ประเทศไทย
พัฒนาเว็บไซต์โดย โอเพ่นดรีม