แผนจัดการน้ำโมดูล 5 – หรือจะขว้างงูไม่พ้นคอ

  • warning: array_map(): Argument #2 should be an array in /home/greenwor/domains/greenworld.or.th/public_html/web/modules/system/system.module on line 1050.
  • warning: array_keys() expects parameter 1 to be array, null given in /home/greenwor/domains/greenworld.or.th/public_html/web/includes/theme.inc on line 1845.
  • warning: Invalid argument supplied for foreach() in /home/greenwor/domains/greenworld.or.th/public_html/web/includes/theme.inc on line 1845.
จิตติมา บ้านสร้าง

แผนจัดการน้ำโมดูล 5 – หรือจะขว้างงูไม่พ้นคอ

จิตติมา บ้านสร้าง

ขว้างงูไม่พ้นคอ เป็นสำนวนไทย  ผู้เขียนค้นหาความหมายจากหลายๆ แหล่งก็พบว่ามีคำอธิบายใกล้เคียงกันคือ หากเราจับงู งูก็จะรัดเรา  และหากมันรัดคอ เวลาเราง้างตัวงูออกมา หางงูก็ยังคงไม่หลุดจากคอ  ถึงขว้างงูออกไปหางงูก็ยังเกี่ยวรัดคอเราไว้ได้   สำนวนนี้หมายถึงคนที่ทำอะไรแล้วพยายามหนีก็หนีไม่พ้น ในที่สุดผลร้ายก็ตามมาตกที่ตัวจนได้ ส่วนใหญ่จะนำเอามาใช้เปรียบเทียบกับเมื่อทำอะไรแล้ว  ในขณะที่ยังไม่เสร็จสิ้นภาระ  สิ่งนั้นกลับมาเป็นผลร้ายต่อตัวเอง  หรือบางความหมายก็จะคล้ายๆ  “กรรมตามทัน”

ผู้เขียนมีเรื่องจะเล่าให้ฟัง  แต่เรื่องเล่าเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องบุญกรรม  และไม่ใช่เรื่องของงู  แต่เป็นเรื่องที่เมื่อผู้เขียนทราบแล้วก็นึกถึงสำนวนนี้  เรื่องนี้เกิดขึ้นแถวๆ ฝั่งตะวันตกของแม่น้ำเจ้าพระยา ปี 2556

โครงการคลองระบายน้ำหลากขาณุวรลักษบุรี–ท่าม่วงเป็นส่วนหนึ่งของโมดูล A 5 การจัดทำทางผันน้ำ ตามแผนจัดการน้ำ 3.5 แสนล้านบาท รูปแบบของโครงการจะเป็นคลองขุดใหม่บริเวณฝั่งตะวันตกของแม่น้ำเจ้าพระยา ซึ่งมีความยาวประมาณ 289 กม.  เพื่อผันน้ำหลากออกจากแม่น้ำปิงก่อนที่จะมารวมกับแม่น้ำอีกสามสายกลายเป็นแม่น้ำเจ้าพระยา ให้ลงทะเลโดยอาศัยแม่น้ำแม่กลองตอนปลาย โดยมีวัตถุประสงค์ในการป้องกันน้ำท่วมตั้งแต่นครสวรรค์ลงไปจนถึงอ่าวไทย  โดยคลองนี้จะสามารถระบายน้ำสูงสุดได้ 1,200 ลบ.ม./วินาที การขุดแม่น้ำสายใหม่นี้จะผ่านพื้นที่ 6 จังหวัด เริ่มจากกำแพงเพชรที่อำเภอขาณุวรลักษบุรีแล้วเข้าสู่จังหวัดนครสวรรค์ ผ่านไปที่อุทัยธานี ชัยนาท สุพรรณบุรี เข้ากาญจนบุรีเพื่อลงเขื่อนแม่กลองที่อำเภอท่าม่วง

หลังศาลปกครองมีคำสั่งให้รัฐบาลต้องปฏิบัติตามกฎหมายรัฐธรรมนูญโดยต้องนำโครงการจัดการน้ำ 3.5 แสนล้านบาทไปจัดให้มีการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนก่อนที่จะมีการจ้างออกแบบ  โครงการคลองระบายน้ำเส้นนี้เป็นโครงการแรกๆ ที่มีรูปแบบโครงการเปิดเผยออกมา  แสดงถึงเส้นทางของคลองที่จะขุดผ่าน และนำมาทยอยเปิดรับฟังความคิดเห็นของคนในพื้นที่แต่ละแห่ง การเปิดรับฟังความคิดเห็นนี้น่าจะอยู่ในภาวะค่อนข้างรีบร้อนสักหน่อย  เพราะหลังจากการเปิดซองประมูลไปแล้ว รัฐบาลต้องพยายามทำสัญญากับเอกชนให้ได้ภายในเดือนตุลาคมนี้ ไม่เช่นนั้นการประมูลที่เกิดขึ้นไปแล้วจะหมดอายุ  ต้องเปิดประมูลกันใหม่


เส้นที่ 1คือ โครงการคลองระบายน้ำหลากขาณุวรลักษบุรี–ท่าม่วงซึ่งจะขุดแม่น้ำสายใหม่เพื่อผันน้ำผ่าน 6 จังหวัด
จาก กำแพงเพชรเข้าสู่นครสวรรค์ อุทัยธานี ชัยนาท สุพรรณบุรี ลงเขื่อนแม่กลอง กาญจนบุรี

แม้ว่าเอกสารรูปแบบโครงการที่นำมาเผยแพร่ในการรับฟังความคิดเห็นจะไม่มีรายละเอียดมากนัก  แต่ก็พอจะทำให้มองเห็นหลายประเด็นที่น่าวิตกพอสมควร เช่น

-   หากระบายน้ำลงเขื่อนแม่กลอง จะทำให้แม่น้ำแม่กลองต้องรับปริมาณน้ำมากขึ้นกว่าที่เคยเป็นในฤดูฝน  จะส่งผลทำให้น้ำท่วมบ้านเรือนของคนริมแม่กลองหรือไม่ อย่างไร และรุนแรงแค่ไหน  ซึ่งยังไม่มีคำตอบชัดเจน และคนแม่กลองก็กำลังวิตกต่อประเด็นนี้

-   การเร่งระบายน้ำลงสู่อ่าวไทย  (รวมกับโครงการผันน้ำทางฝั่งตะวันออกของแม่น้ำเจ้าพระยา) จะทำให้น้ำจืดมหาศาลไหลทะลักลงสู่อ่าวไทยอย่างรวดเร็วในปริมาณมาก  ซึ่งยังไม่สามารถประเมินผลกระทบที่จะเกิดขึ้นทั้งต่อนิเวศทางทะเลและชายฝั่งรวมถึงอาชีพที่ต้องอาศัยการรักษาระดับความเค็มของน้ำตามธรรมชาติ ทำให้ชาวบ้านที่ทำมาหากินกับธรรมชาติของปากอ่าวไทย ก็กำลังวิตกเช่นกัน

แต่ปัญหาที่ดูเหมือนจะกลายเป็นเรื่อง “ขว้างงูไม่พ้นคอ” เรื่องใหญ่ที่สุด กลายมาเป็นประเด็นเรื่องการจัดการน้ำในฤดูแล้ง  เพราะโครงการนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อการระบายน้ำหลากในฤดูฝน  แต่ในรายละเอียดโครงการระบุถึงการ “เป็นแหล่งน้ำต้นทุนทางการเกษตรในฤดูฝน และเป็นแหล่งน้ำต้นทุนเพื่อการอุปโภค-บริโภค ครอบคลุมพื้นที่ในรัศมี 2 กิโลเมตรจากคลองระบายน้ำหลาก” ทั้งความเป็นคลองใหม่ซึ่งจะผ่าไปกลางพื้นที่ที่ไม่มีแหล่งน้ำเพื่อการชลประทาน และจากวัตถุประสงค์ดังกล่าว ทำให้ชาวบ้านตามแนวคลองวาดหวังและเรียกร้องขอน้ำในฤดูแล้งด้วย ซึ่งไม่รู้ว่าเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องจะสามารถชี้แจงได้เต็มปากหรือไม่ว่า คลองนี้ไม่ได้ทำเพื่อให้น้ำในหน้าแล้ง  แล้วถ้าชาวบ้านรู้เข้าว่าคลองนี้มีหน้าที่แค่พาน้ำหลากในฤดูฝนผ่านบ้านไปเท่านั้น  นี่อาจกลายเป็นเงื่อนไขว่าโครงการนี้จะเกิดได้หรือไม่ เพราะการที่ชาวบ้านจะให้พื้นที่เพื่อขุดคลองผ่าน ก็หวังว่าจะได้น้ำใช้ในหน้าแล้งด้วย  งูกำลังกลับเข้ามาพันคอคนทำโครงการเข้าแล้ว

นอกจากนี้การขุดคลองดิน จำเป็นต้องมีน้ำหล่อคลองในฤดูแล้งเพื่อป้องกันคลองทรุดพัง  แน่นอนว่าจะต้องมีการแบ่งน้ำมาจากแม่น้ำปิง แต่ทุกฤดูแล้ง แม่น้ำปิงก็มีปัญหาน้ำแห้งจนตลิ่งทรุดพังอยู่แล้ว  ถ้าจะต้องดึงน้ำมาเพื่อรักษาคลองขุดใหม่  แม่น้ำปิงก็จะยิ่งได้รับผลกระทบมากขึ้น  คนริมปิงรู้หรือไม่ แค่ไหน งูตัวเก่ากำลังรัดแน่นขึ้นอีก

ประเด็นสืบเนื่องจากการที่ต้องดึงน้ำไปหล่อคลองขุดใหม่ยังมีต่อไปถึงปากแม่น้ำเจ้าพระยา เพราะแม่น้ำปิงเป็นสาขาสำคัญของเจ้าพระยา  เมื่อปริมาณน้ำถูกดึงออกไป  จะส่งผลให้ปริมาณน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาลดลงด้วย  ปัญหาใหญ่ที่จะตามมาก็คืออาจมีน้ำทะเลหนุนเข้ามาลึก  ไม่เพียงทำให้ระบบนิเวศเสียหายเท่านั้น  ยังอาจจะทำให้การผลิตน้ำประปาป้อนเมืองกรุงมีปัญหามากขึ้น  เพราะอย่างฤดูแล้งปีนี้ที่ยังไม่มีการแบ่งน้ำออกไปที่ไหน  แม่น้ำเจ้าพระยาก็มีปริมาณน้ำน้อยมากจนต้องดึงน้ำในแม่กลองมาช่วยดันน้ำเค็มเพื่อให้ระบบประปาสามารถผลิตน้ำได้เป็นปกติ  ถ้าแม่น้ำปิงจะต้องถูกแบ่งออกไป  ภาพใหม่ที่จะเกิดขึ้น  ผู้เขียนยังนึกไม่ออกว่าคนกรุงจะต้องถึงกับอาบน้ำประปาเค็มหรือไม่ แล้วคนกรุงจะมีปฏิกิริยาอย่างไร ระหว่างการป้องกันน้ำท่วมที่อาจต้องแลกมาด้วยการต้องใช้น้ำประปาเค็ม  ท่าทางงูจะรัดคอจนหายใจลำบากเสียแล้ว

เหตุการณ์มหาอุทกภัย 54 ทำให้เราหน้ามืด หลงไปว่า ประเทศไทยมีฤดูฝนฤดูเดียวจนคิดทำอะไรแบบ “ขว้างงูไม่พ้นคอ” ไปหรือเปล่า