ปรากฏการณ์ศศิน

จิตติมา บ้านสร้าง

ปรากฏการณ์ศศิน

จิตติมา บ้านสร้าง

หากเรียกว่านี่คือปรากฏการณ์ศศิน ก็คงไม่ผิดนัก เพราะหลังจากการเดินเท้าก้าวแรกเพื่อประท้วง EHIA เขื่อนแม่วงก์เริ่มขึ้นที่อุทยานแห่งชาติแม่วงก์ กระแสตอบรับจากสังคมก็ค่อยๆ เพิ่มขึ้นทีละเล็กทีละน้อย คนเข้าร่วมขบวนเดินเท้าค่อยๆ เพิ่มทีละนิดทีละหน่อย จากสิบเป็นร้อย จากร้อยเป็นพัน ยิ่งเข้าเขตเมืองหลวง ยิ่งเข้าใกล้ใจกลางเมือง คนเข้าร่วมและการตอบรับยิ่งหนาแน่นขึ้น กระแสการสื่อสารในสังคมออนไลน์ยิ่งชุกหนักขึ้น การรายงานข่าวจากวันแรกๆ เอาเฉพาะที่ผู้เขียนเห็น พบในหนังสือพิมพ์ไม่กี่ฉบับ สื่อทีวีก็เห็นเพียงทีวีตรานกเพียงช่องเดียวที่รายงานข่าวอย่างต่อเนื่อง ส่วนวิทยุเท่าที่ผู้เขียนฟัง ยังไม่มีการพูดถึง แต่เมื่อเกิดสัญญาณเข้าข่ายความเป็นปรากฏการณ์มากขึ้น ทั้งสื่อหลักสื่อรองต่างพากันรายงานถึงแง่มุมต่างๆ มากขึ้น ก็ยิ่งส่งให้ปรากฏการณ์นี้มีผลสะเทือน จนหน้าเฟสบุ๊คของผู้เขียนจากเดิมที่เคยมีหลากหลายเรื่องราวเหมือนคนอื่นๆ ก็ถูกการแชร์แง่มุมของเขื่อนแม่วงก์ยึดครองพื้นที่ไปหมด เช่นเดียวกับปรากฏการณ์นี้ที่สามารถแย่งชิงพื้นที่สื่อมาได้ไม่น้อย ผู้เขียนได้ยินจากทั้งวิทยุ ได้เห็นทั้งจากหน้าหนึ่งหนังสือพิมพ์ ได้เห็นในข่าวทีวีช่องอื่นๆ ขนาดใครจะคิดว่าเรื่องเขื่อนแม่วงก์ได้ขึ้นจอสรยุทธ์ จนกลายเป็นปรากฏการณ์ทั้งที่มีต้นกำเนิดมาจากแค่ความมุ่งมั่นของคน 1 คนว่า ผมเป็นนักสิ่งแวดล้อม เมื่อเห็นว่ากลไกทางสิ่งแวดล้อมมันทำท่าจะบิดเบี้ยว ผิดเพี้ยน จนไม่สามารถทำหน้าที่ป้องกันรักษาสิ่งแวดล้อมได้ ก็ออกมาทำในสิ่งที่ทำได้ คือเดินประท้วง EHIA หรือการประเมินผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมและสุขภาพที่ทั้งตัวรายงานและกลไกบิดเบี้ยว  ซึ่งผู้เขียนเดาว่าศศินเองก็คงไม่ได้คาดหวังขนาดจะเกิดเป็นระดับปรากฏการณ์เช่นนี้

แม้ว่าบางคนอาจจะมองว่าเป็นกระแสคนเมืองที่ฟิน ฟินหรืออินกับสายลมแสงแดด แต่เรื่องนี้ก็โชว์ให้เห็นเทรนของคนรุ่นใหม่ที่ส่งเสียงถึงความต้องการในแนวทางการพัฒนา นอกจากเป็นปรากฏการณ์ทางสังคมที่น่าตื่นเต้นแล้ว ยังสร้างผลสะเทือนถึงตัวโครงการเขื่อนแม่วงก์ได้ขนาดที่ว่า ปลอดประสพผู้ไม่เคยแคร์สื่อ ไม่เคยแคร์ใคร ยังต้องออกมาแสดงอาการแสนงอน ประกาศฉีก EHIA แล้วจะทำใหม่เป็นโครงการเขื่อนแม่วงก์ใหม่ให้มีวัตถุประสงค์ใหม่ที่สอดคล้องกับโครงการน้ำสามแสนห้าหมื่นล้าน


การประกาศแบบนี้อาจจะสร้างความชุลมุนฝุ่นตลบบนพื้นที่สื่ออีกพักใหญ่ เพราะคงมีนักข่าวหูไวอีกไม่น้อยที่อยากรู้ว่า "โครงการเขื่อนแม่วงก์ใหม่" คืออะไร จะปรับเปลี่ยนโฉมหน้าบ้างไหม หรือแค่วาทะใหม่ซื้อเวลา ฉีก EHIA เดิมทิ้ง ทำใหม่แล้วต้องลงเงินอีกเท่าไหร่ แล้วเงินที่จมหายไปตั้งแต่เมื่อสามสิบกว่าปีก่อนตั้งแต่เริ่มมีการศึกษาผลกระทบมา ใครจะรับผิดชอบ หรือเขื่อนแม่วงก์จะเป็นแค่มุกหาเงินศึกษาซ้ำแล้วซ้ำเล่า เหล่านี้เราคงจะได้เห็นกันต่อไปบนพื้นที่สื่ออีกพักใหญ่

แต่สำหรับผู้เขียนที่สนใจตัวปรากฏการณ์ศศินที่เกิดขึ้น เพราะในห้วงเวลาใกล้เคียงกันก็มีเรื่องราวอื่นๆ ที่สะท้อนภาพเดียวกัน เช่น กรณีเหมืองทองคำที่จังหวัดเลย ซึ่งชาวบ้านต้องทนรับผลกระทบทางสุขภาพมานานแรมปี แต่ไม่ยักมีหน่วยงานรัฐหน้าไหน หรือกลไกอันใดมาพิสูจน์ว่าเป็นเพราะการทำเหมืองทองหรือเปล่า แต่อยู่มาวันหนึ่งจะมีการขยายเหมืองทองคำแห่งนี้เพิ่มขึ้น แน่นอนโครงการนี้ก็อยู่ในข่ายที่จะต้องเปิดรับฟังความคิดเห็นประชาชนและทำEHIA เหมือนกับเขื่อนแม่วงก์  แต่ปรากฏว่า เวทีรับฟังความคิดเห็นและกำหนดขอบเขตแนวทางการประเมินผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ หรือ Public Scoping เมื่อต้นเดือนกันยายนที่ผ่านมา กลับมีเจ้าหน้าที่ตำรวจราว 600 คน กีดกันมิให้ชาวบ้านที่อาศัยอยู่รอบเหมืองและได้รับผลกระทบโดยตรงกว่า 500 คน เข้าร่วมแสดงความเห็นในเวที แถมมีการฟ้องร้องชาวบ้านเรียกค่าเสียหายถึง 50 ล้านบาท ฐานที่ชาวบ้านปิดถนนห้ามรถบรรทุกหนักเกินกว่า 15 ตัน และรถบรรทุกสารเคมีเข้าออก ทั้งที่เอาเข้าจริงก็ยังมีทางอื่นที่สามารถเข้าออกได้อีก 2-3 เส้นทาง ถึงกระนั้นชาวบ้านก็ยืนยันว่าจะต่อสู้เรื่องการขยายเหมืองจนถึงที่สุดเพื่ออนาคตของคนรุ่นต่อไปที่จะมีสิทธิได้อยู่อาศัยในท้องถิ่นของตนเองที่ปลอดมลพิษ  

นอกจากนี้มองไปรอบๆ ล้วนแต่มีเรื่องราวการต่อสู้เพื่อปกป้องสิ่งแวดล้อมที่กำลังถูกคุกคาม โดยมีระบบ EHIA เป็นตัวกลางด้วยกันทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นโครงการเหมืองโปแตชที่จังหวัดอุดรธานี ท่าเรือเชฟรอนที่นครศรีธรรมราช โรงไฟฟ้าแทบทุกแห่ง

EHIA เป็นกลไกทางกฎหมายระดับรัฐธรรมนูญที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อป้องกันผลกระทบ และเพื่อให้ประชาชนได้มีสิทธิอยู่อาศัยบนแผ่นดินได้อย่างปลอดภัยและเป็นสุข ยังถูกหาโอกาสทำให้พิการตลอดเวลาที่ชาวบ้านเผลอหรือรู้ไม่เท่าทัน ผู้เขียนเห็นว่า ที่สุดก็คงเหมือนกาน้ำเดือดที่ไอน้ำจะพุ่งทะลักอย่างหนาแน่นออกมาทางปากพวยกาช่องเล็กๆ เพราะกลไกรัฐที่พึ่งพาไม่ได้ แถมกลับยอมเอาตัวไปผนึกกำลังกับทุนนิยมถาโถมคุกคามชาวบ้านทุกหัวระแหงนี่แหละจะเป็นกระตุ้นให้เกิดการแสวงหาความรู้ เพื่อให้รู้เท่าทันการฉ้อฉล และลุกขึ้นมาสร้างปรากฏการณ์ที่ตอกย้ำสิทธิของประชาชนแบบปรากฏการณ์ศศิน ให้ขยายไปทั่วทุกหัวระแหงเพื่อต่อสู้การสยายปีกของทุนสามานย์และหน่วยงานรัฐขี้ฉ้อด้วยการสื่อสารเจตนารมณ์ของประชาชนที่ดำรงความมุ่งมั่นในการต่อสู้ตามสิทธิของตนเอง

 

https://mail.google.com/mail/u/0/images/cleardot.gifภาพประกอบจาก : https://www.facebook.com/SeubNakhasathienFD/photos_stream

 

Share this

อ่านเรื่องย้อนหลัง

10 มี.ค. 2557
 

creative-commonsแสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน 3.0 ประเทศไทย
พัฒนาเว็บไซต์โดย โอเพ่นดรีม