ตีเลียงผา สะเทือนถึงธุรกิจหมื่นล้าน

  • warning: array_map(): Argument #2 should be an array in /home/greenwor/domains/greenworld.or.th/public_html/web/modules/system/system.module on line 1050.
  • warning: array_keys() expects parameter 1 to be array, null given in /home/greenwor/domains/greenworld.or.th/public_html/web/includes/theme.inc on line 1845.
  • warning: Invalid argument supplied for foreach() in /home/greenwor/domains/greenworld.or.th/public_html/web/includes/theme.inc on line 1845.
จิตติมา บ้านสร้าง

ตีเลียงผา สะเทือนถึงธุรกิจหมื่นล้าน

จิตติมา บ้านสร้าง
คลิปวีดีโอผ่านยูทูปที่พนักงานบริษัทปูนซิเมนต์ทีพีไอรุมตีทำร้ายเลียงผาจนแน่นิ่ง และยังลากถูลู่ถูกัง ถูกแชร์ผ่านโซเชียลมีเดียจนเกิดเป็นกระแสการประณามถึงความโหดร้ายทารุณ คงเรียกเป็นอย่างอื่นไม่ได้ ถ้าได้เห็นคลิปนี้
 
กระแสการแชร์และประณามเดินหน้าไปสู่การเรียกร้องความรับผิดชอบจากผู้บริหาร โดยนายแพทย์รังสฤษฎ์ กาญจนะวณิชย์ ประธานชมรมอนุรักษ์นกและธรรมชาติล้านนา ผู้ที่น่าจะใช้ชีวิตอยู่ตามพื้นที่ธรรมชาติพอๆ กับในโรงพยาบาล ออกหนังสือผ่านเฟสบุ๊คเรียกร้องความรับผิดชอบจากบริษัท
 
จากโซเชียลมีเดียก็ขึ้นสู่หน้าหนังสือพิมพ์และจอโทรทัศน์ คืนนั้นประชัย เลี่ยวไพรัตน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ทีพีไอ โพลีน จำกัด (มหาชน) ให้สัมภาษณ์ทางรายการที่นี่ไทยพีบีเอส บอกว่า ได้ลงโทษตักเตือนพนักงาน อันนี้ผู้เขียนฟังแล้วเข้าใจว่า เจ้าของธุรกิจหมื่นล้านคงเข้าใจว่าเป็นเรื่องเล็กๆ น้อยๆ แค่สัตว์ป่าตัวเดียว โดยไม่ได้มีสุ้มเสียงหรืออารมณ์ถึงความสำนึกผิด และยังฟังความและเชื่อตามลูกน้องที่อ้างว่าตีให้สลบเพื่อเอาไปปล่อย ถ้าใครได้เห็นคลิปวิดีโอนั้น คงเชื่อได้ยากว่ามีเจตนาเพื่อจับไปปล่อย  
ส่วนข่าวพนักงานผู้ที่ตีเลียงผาเข้ามอบตัวก็บอกว่าได้นำเลียงผาขึ้นรถไปปล่อยเชิงเขา และจับตัวเลียงผาจนตื่นและวิ่งเข้าป่าไป การสำรวจพบเพียงรอยเท้าแต่ไม่พบเลียงผา ที่สำคัญก็คือพนักงานที่บอกว่าเอาไปปล่อย บอกด้วยว่าได้ถ่ายภาพไว้ด้วย
ที่จริงบริษัทปูนหมื่นล้านแบบนี้ก็น่าจะใช้โซเชียลมีเดียเป็นและสามารถใช้ชี้แจงได้ หากว่าเลียงผาไม่ตายและสามารถกลับเข้าป่าไปได้จริง จนตอนนี้ผู้เขียนก็ยังไม่เห็นว่าจะมีภาพดังกล่าวออกมาทำให้สังคมหายสงสัยว่าตัวมันหายไปไหนกันแน่  
 
นั่นเป็นเรื่องของความรับผิดชอบของบริษัท แต่ในมุมของผู้เขียน เห็นว่า เรื่องนี้ต้องรื้อถึงการทำรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) เพราะแสดงว่าตอนที่ทำ EIA กันก่อนขอสัมปทานระเบิดหิน ไม่รู้ทำกันอีท่าไหน ใครเป็นคนทำ ถึงปรากฏว่ามีเลียงผาอยู่ในพื้นที่ หรือการประเมินผลกระทบตามหลัง ทำกันแค่ไหน อย่างไร ซึ่งผู้เขียนคิดว่า ถ้าการใช้พื้นที่แล้วมีผลกระทบต่อสัตว์ป่าซึ่งเป็นทรัพยากรธรรมชาติของชาติ โดยมีความรุนแรงในระดับทำลายถิ่นที่อยู่อาศัยจนหมดไปอย่างถาวรของสัตว์ป่าสงวนของประเทศ 1 ในจำนวน 15 ชนิด ซึ่งมีสถานภาพเป็นสัตว์ใกล้สูญพันธุ์ การใช้ประโยชน์พื้นที่แบบนี้ควรจะถูกระงับโดยเร็ว
 
วันถัดมาก็มีข่าวที่ฟังแล้วน่าดีใจที่ข้าราชการในบ้านเมืองยังชูหลักการอนุรักษ์ ข่าวที่ว่าก็คือ นายบุญชอบ สุทธมนัสวงษ์ อธิบดีกรมป่าไม้ ได้เข้าตรวจสอบพพื้นที่โรงงานปูนซิเมนต์ทีพีไอ พบว่ามีการขอใช้พื้นที่เขตป่าสงวนแห่งชาติป่ามวกเหล็ก-ทับกวาง แปลง 2 อ.แก่งคอย จ.สระบุรี เพื่อประกอบกิจการ โดยมี 1 แปลง พื้นที่ 500-1,000ไร่ ที่ขอเป็นเขตพื้นที่ประทานบัตรไว้แล้ว แต่ยังไม่ได้เข้าไปใช้ประโยชน์ และบอกว่าพื้นที่ดังกล่าวมีเลียงผาอาศัยอยู่อย่างน้อย 2 ฝูง ประมาณ 10-20 ตัว จึงได้ให้ทางสำนักงานทรัพยากรป่าไม้ จ.สระบุรี ประสานนายอำเภอแก่งคอย และหมู่บ้านที่อยู่ใกล้เคียงช่วยดูแลเลียงผา โดยอาจจะขอให้ประกาศเป็นเขตป่าชุมชนเป็นการชั่วคราว พร้อมทั้งจะประสานไปยังผู้บริหารกระทรวงทรัพยากรและสิ่งแวดล้อมว่าจะสามารถขอระงับประทานบัตรได้หรือไม่
 
เรื่องนี้ตรงกับสิ่งที่มูลนิธิสืบนาคะเสถียรกำบังเรียกร้องให้มีการรับผิดชอบในระดับกระทรวงเพื่อให้ทบทวนการใช้ประโยชน์พื้นที่ ผู้เขียนหวังว่าเรื่องนี้กรมป่าไม้และกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จะทำให้เห็นว่าหลักการและกฎหมายในประเทศนี้ยังใช้ได้บ้าง ท่ามกลางการเลือกเคารพกฎหมายเฉพาะมาตราที่ให้ประโยชน์ที่ต้องการ
 
เรื่องนี้ทำให้ผู้เขียนนึกถึงวลีหนึ่ง “เด็ดดอกไม้สะเทือนถึงดวงดาว” แต่เรื่องนี้เป็นผลกระทบลูกโซ่อีกแนวหนึ่งที่น่าสนใจไม่น้อย โดยเฉพาะการพิสูจน์ความหนักแน่นในหลักการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติของประเทศ
 
ที่มาภาพประกอบ : มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์, mthai.com