Green Office ที่ Thai PBS

จิตติมา บ้านสร้าง

Green Office ที่ Thai PBS

จิตติมา บ้านสร้าง

ปี 2556 ผู้เขียนรับผิดชอบการดำเนินงานโครงการสำนักสีเขียว หรือ Green Office ของ Thai PBSเมื่อทำงานมาได้ระยะหนึ่งก็เริ่มเห็นผลของการประหยัดทั้งในแง่ของเม็ดเงินที่ประหยัดและก๊าซเรือนกระจกที่ลดลงได้ ทั้งที่ทั้งปีใช้เงินไปไม่ถึง 330,000 บาท  ผู้เขียนเผยแพร่ข้อมูลสั้น ๆ ทาง Twitter  ปรากฎว่ามีคนสนใจจำนวนหนึ่งว่าทำอย่างไร  จึงอยากจะเผยแพร่ประสบการณ์อันน้อยนิดที่มีอยู่มาเล่าสู่กันฟัง  ทั้งเพื่อแลกเปลี่ยนกันและเพื่อรับความคิดเห็นและคำชี้แนะจากผู้รู้ด้วย

ที่บอกว่าเป็นประสบการณ์อันน้อยนิดก็เนื่องจากโครงการนี้เพิ่งเริ่มต้นทำเป็นปีแรก  เพราะเมื่อปลายปี 2555 คณะกรรมการธรรมาภิบาลและความรับผิดชอบต่อสังคมของกรรมการนโยบายไทยพีบีเอส เห็นว่า  ธรรมาภิบาล เป็นเรื่องที่องค์กรจะต้องรับผิดชอบต่อสังคมโลกด้วย  จึงเห็นว่าน่าจะมีการจัดการสิ่งแวดล้อมภายในสำนักงานขึ้น จึงสนับสนุนให้เกิดโครงการนี้โดยมีเพื่อน ๆ พนักงานจำนวนหนึ่งร่วมเป็นคณะทำงานและมีนักวิชาการด้านสิ่งแวดล้อมและเทคนิคต่าง ๆ เป็นที่ปรึกษา

โครงการเริ่มต้นด้วยการที่คณะทำงานช่วยกันระดมสมองออกมาว่า Thai PBS ควรจะต้องทำอะไรบ้าง โดยยึดหลัก “มือใหม่หัดขับ” คือเริ่มทำจากสิ่งง่าย ๆ ที่จับต้องได้และสามารถดำเนินการเองได้เป็นอันดับแรกก่อน  โดยไม่ต้องพึ่งพาเทคโนโลยีและการลงทุนมากนัก แต่ก่อนที่จะวางแผนว่าจะทำอะไรกันบ้าง ก็มีการศึกษาข้อมูลว่า Thai PBS ใช้ทรัพยากรอะไรบ้างที่เรียกว่าเป็นก้อนใหญ่ ๆ ที่เราต้องรีบเข้าไปจัดการก่อน

สิ่งที่พบคือ ไฟฟ้า น้ำประปา และกระดาษ มาเป็นอันดับแรก เพราะพบข้อมูลที่น่าตกใจว่าในปี 2555 เราจ่ายค่าไฟฟ้าเฉลี่ยเดือนละกว่า 2,400,000 บาท ค่าน้ำประปาเฉลี่ยเดือนละกว่า 80,000 บาท และใช้กระดาษถึง 7,701 รีม

มือใหม่หัดประหยัดเริ่มง่าย ๆ ด้วยการช่วยกันสำรวจว่าสามารถลดการใช้อะไรได้บ้าง และสามารถปรับเปลี่ยนอุปกรณ์อะไรได้บ้างที่สามารถเห็นผลได้อย่างชัดเจนและแน่นอน คุ้มค่ากับการลงทุนสิ่งที่เราทำง่าย ๆ ในปีแรก มีดังนี้

-    ปรับเวลาการปิด-เปิดไฟฟ้าในสำนักงานแต่ละจุดในเหมาะสมกับช่วงเวลาการใช้งาน
-    ปรับเวลาการปิด-เปิดน้ำพุ  
-    ปรับเวลาการใช้ลิฟท์
-    ปรับอุณหภูมิแอร์ให้เย็นหนาวน้อยลงให้เป็นอุณหภูมิที่อยู่สบาย
-    ปลดหลอดไฟฟ้าแสงสว่างที่มีมากเกินความจำเป็นออก โดยมีการวัดระดับแสดงสว่างไม่ให้มีผลกระทบกับการทำงาน
-    ปรับเวลาในการใช้ไฟฟ้าให้เปิดเครื่องใช้ไฟฟ้าที่กินไฟสูงในช่วงที่มีการใช้ไฟฟ้าน้อย  หรือลดการใช้ไฟในช่วง Peak ลง
-    รณรงค์ให้พนักงานช่วยกันเสนอความคิดเห็น และช่วยกันประหยัดไฟโดยการปิดไฟและอุปกรณ์ไฟฟ้าที่ไม่จำเป็นหรือเลิกใช้งานแล้ว

ทำให้ตลอดทั้งปี Thai PBS ช่วยกันลดการใช้ไฟฟ้าลงได้ 453,000 หน่วยหรือ 6.03% ของปี 2555 คิดเป็นก๊าซเรือนกระจกที่ลดลง 271,800 ก.ก.คิดเป็นเงินที่ประหยัดได้ 2,052,090.00 บาท

ส่วนทางด้านการปรับปรุงประสิทธิภาพการใช้น้ำประปา เราสำรวจพบว่าอุปกรณ์ที่ติดตั้งเป็นแบบประหยัดน้ำอยู่แล้ว จึงมาพิจารณาส่วนอื่น ๆ และพบว่าระบบน้ำพุค่อนข้างใช้น้ำมาก เพราะต้องล้างระบบปีละ 4 ครั้ง ซึ่งต้องเติมน้ำลงไปใหม่และใส่คลอรีนเพื่อกันการเกิดตะไคร่ จึงทดลองตัดร่องน้ำส่วนหนึ่งออกจากระบบน้ำพุแล้วใช้วิธีชีวภาพ โดยการปลูกต้นไม้น้ำ เลี้ยงปลาตัวเล็ก ๆ ไว้ ผ่านมาเกือบปีก็พบว่าร่องน้ำนี้แม้จะแคบ และไม่ไหลเวียน แต่ก็ไม่เน่าเสีย ไม่มีตะไคร่โดยไม่ต้องล้างและเปลี่ยนถ่ายน้ำ ทำให้ประหยัดน้ำประปาส่วนนี้ไปได้ 64 ลบ.ม./ปี และลดคลอรีนที่เป็นสารที่ทำให้เกิดโลกร้อนได้อีก 24 ก.ก./ปี บวกกับตรวจสอบการรั่วไหล และการรณรงค์ประชาสัมพันธ์ให้พนักงานมีส่วนร่วม ทำให้ประหยัดน้ำได้ 10,311 ลบ.ม. หรือ 16.87% ของปี 2555 คิดเป็นก๊าซเรือนกระจกที่ลดลง 272.21 ก.ก. คิดเป็นเงินที่ประหยัดได้ 177,597.00 บาท

ที่จริงปริมาณการใช้น้ำประปาที่ลดลงมากนั้น เกี่ยวข้องกับการเข้ามาใช้อาคารและจัดกิจกรรมของบุคคลภายนอกด้วยที่ปี 2556 มีการเข้ามาจัดกิจกรรมใหญ่ ๆ ใน Thai PBS น้อยกว่าปี 2555

ส่วนการประหยัดกระดาษเป็นทั้งเรื่องการจัดการและทำความเข้าใจ ซึ่งก็มีหลายอย่างที่ต้องทำ

-    ขอความร่วมมือให้ลดการพิมพ์และถ่ายเอกสารที่ไม่จำเป็น และให้มีการลงทะเบียนการถ่ายเอกสารว่าต้องลงชื่อ วัตถุประสงค์การถ่าย จำนวนแผ่น และขอรหัสเปิดเครื่อง ซึ่งดูเหมือนยุ่งยาก แต่เอาเข้าจริงไม่ยุ่งยากเลย เพียงแต่จัดสมุดมาคุมการลงทะเบียนเล่มเดียวเท่านั้น
-    จัดกล่องให้ทิ้งกระดาษที่ใช้แล้ว 1 หน้าและ 2 หน้าแยกกัน  โดยกระดาษที่ใช้แล้ว 1 หน้า ให้แม่บ้านช่วยจัดเก็บ แกะลูกแม็ก จัดเรียงให้เรียบร้อยให้สามารถเข้าเครื่องพิมพ์ได้โดยไม่ติดค้างเครื่องพิมพ์ให้ผู้ใช้เสียอารมณ์  
-    ขอความร่วมมือให้ใช้กระดาษหน้า 2 สำหรับการพิมพ์เอกสารที่ไม่เป็นทางการ และเอกสารภายใน  เมื่อพนักงานเห็นว่ากระดาษรียูสไม่ติดเครื่องพิมพ์  ก็ยอมใช้กันทั่วไปทำให้กระดาษที่ใช้แล้วหน้าเดียวถูกนำไปใช้หมด 100% ถึงกับมีการถามหาว่ากระดาษรียูสไม่เพียงพอ (แสดงว่าต่อไปต้องทำเรื่องลดใช้กระดาษ)
-    เครื่องพิมพ์บางจุดที่เก่าและ มีปัญหากระดาษติดเครื่อง  ก็เปลี่ยนเช่าเครื่องใหม่  ให้พ้นจากข้อกล่าวหาว่าเครื่องเก่าทำกระดาษติดแล้วจะไม่ยอมใช้กระดาษรียูส
-    กระดาษที่ใช้แล้ว 2 หน้าก็ส่งขายไปเข้าระบบผลิตใหม่ (Recycle)

ปี 2556 จึงใช้กระดาษเพียง 6,225 รีม ลดลง 1,476 รีม หรือ 19.17%คิดเป็นก๊าซเรือนกระจกที่ลดลง 5,227 ก.ก. หรือเท่ากับการลดการตัดต้นไม้ลงได้ 88 ต้น คิดเป็นเงินที่ประหยัดได้ 132,064.00 บาท

สรุปแล้วตลอดทั้งปีโครงการ Green Office ช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายได้รวม 2,361,751 บาทโดยใช้เงินลงทุนทั้งปีเพียง 329,401.65 บาทเท่านั้น และมีผลเป็นการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกลงได้ 277,299.21 ก.ก.(277.30 ตัน) ขณะที่บัญชีก๊าซเรือนกระจกแห่งชาติ  (อย่างเป็นทางการในปี 2543) ระบุว่าประเทศไทยปล่อยก๊าซเรือนกระจก229 ล้านตัน/ปี

Thai PBS มือใหม่หัดขับ ลดก๊าซเรือนกระจกลงได้ 1ในล้านส่วนก็ถือว่าเป็นก้าวสำคัญที่ย้ำความมั่นใจในการเดินหน้าโครงการต่อไปในปีที่ 2 ที่เราตั้งเป้าหมายว่าปี 2557 เราจะลดการใช้ไฟฟ้าลงให้ได้อีก 5% ของปี 2556และพัฒนารูปแบบต่าง ๆ ที่ช่วยลดโลกร้อนให้ได้มากขึ้น ต้องบอกว่าในปีต่อมาเป้าหมายที่ตั้งไว้คงไม่ได้มาง่าย ๆ เพราะปีแรกคงอุปมาเหมือนบ้านที่เราไม่เคยกวาดถู  พอทำความสะอาดคร่าว ๆ เข้าครั้งหนึ่งก็ดูสะอาดตาขึ้นมาก  แต่ถ้าจะให้สะอาดกว่านี้อีก ก็ต้องอาศัยความประณีต ละเอียดลออและองค์ความรู้ในการเก็บกวาดอีกเยอะ

Share this

อ่านเรื่องย้อนหลัง

 

creative-commonsแสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน 3.0 ประเทศไทย
พัฒนาเว็บไซต์โดย โอเพ่นดรีม