มานะ energy มานี power ชาวบ้านก็ผลิตพลังงานได้

  • warning: array_map(): Argument #2 should be an array in /home/greenwor/domains/greenworld.or.th/public_html/web/modules/system/system.module on line 1050.
  • warning: array_keys() expects parameter 1 to be array, null given in /home/greenwor/domains/greenworld.or.th/public_html/web/includes/theme.inc on line 1845.
  • warning: Invalid argument supplied for foreach() in /home/greenwor/domains/greenworld.or.th/public_html/web/includes/theme.inc on line 1845.
จิตติมา บ้านสร้าง

มานะ energy มานี power ชาวบ้านก็ผลิตพลังงานได้

จิตติมา บ้านสร้าง

แบบเรียนการผสมอักษรให้เด็กหัดอ่าน “มานะ มานี” กลายมาเป็นชื่อเครือข่ายของผู้คนที่ดำเนินกิจการเพื่อสังคมด้านพลังงาน "มานะ energy" หมายถึงพลังงานที่มาจากความเพียรพยายาม ส่วน "มานี power" คำว่ามานีก็พ้องเสียงกับคำว่า many ที่แปลกว่ามากมาย เครือข่ายนี้ใช้ชื่อนี้สื่อถึงพลังงานอันมากมายที่ได้มาจากความพากเพียร สำหรับผู้เขียนแล้ว ฟังดูรู้สึกเหมือนเป็นพลังงานบ้านๆ ที่ชาวบ้านทำมันขึ้นมาได้อย่างเหมาะสมกับความเป็นบ้านๆ ของแต่ละบ้าน

ผู้เขียนได้มีโอกาสไปดูนิทรรศการของเครือข่ายนี้ ดูเผินๆ เหมือนว่าเป็นการโชว์นวัตกรรมพลังงานของชุมชน แต่หลังจากที่ได้พูดคุยกับเจ้าของเทคโนโลยีทุกชนิดที่นำมาแสดง ไม่ว่ามันจะพัฒนามาจากนักวิชาการท้องถิ่นหรือชาวบ้านที่เป็นปราชญ์จากการคิดค้นของใกล้ตัว สิ่งที่ผู้เขียนสัมผัสได้อย่างแรงกล้าก็คือ เทคโนโลยีเหล่านั้นล้วนถูกคิดค้นขึ้นมาด้วยหัวใจของการต้องการพึ่งตนเอง ต้องการพ้นจากความเป็นทาสทางพลังงานของระบบทุนนิยมที่ชาวบ้านตัวเล็กๆ อย่างพวกเขาไม่สามารถควบคุมหรือมีส่วนในการกำหนดอะไรได้ นอกจากหาเงินมาซื้อในราคาที่ถูกบังคับให้ต้องจ่ายอย่างไม่รู้ว่าสมเหตุสมผลหรือไม่

เทคโนโลยีเหล่านี้ล้วนถูกคิดค้นขึ้นมาเพราะไม่ต้องการรอความหวังของการทวงคืนกิจการทางพลังงานที่ไม่รู้จะสำเร็จหรือไม่ เมื่อไหร่

เทคโนโลยีเหล่านั้นมีตั้งแต่สิ่งที่เราคุ้นเคยเป็นอย่างดี เช่น แผงโซล่าร์เซลล์เพื่อผลิตพลังงานให้พื้นที่หัวไร่ปลายนา การใช้เป็นไฟฟ้าแสงสว่าง การสูบน้ำ หรือแม้แต่ใช้เป็นพลังงานสำหรับวิทยุ

กังหันลมที่ปราชญ์ชาวบ้านคิดค้นขึ้นมาจากความขาดแคลนเพราะฝนฟ้าไม่ตกต้องตามฤดูกาล และสู้ค่าน้ำมันสำหรับสูบน้ำเข้าไร่นาไม่ไหว กังหันลมเพื่อการสูบน้ำกับระบบแหล่งน้ำที่เตรียมขึ้นมาจึงถูกคิดค้นขึ้นมาทดแทน

ไบโอแก็ส ที่มีตั้งแต่รองรับการแก้ปัญหาของเสียจากการทำฟาร์ม ไปจนกระทั่งถึงระบบที่นำเอาของเสียในครัวเรือนมาผลิตไบโอแก็สเข้ามาใช้ในครัวต่อได้

ที่ผู้เขียนชอบมากที่สุดก็คือเตาชีวมวลที่มีหลายชุมชนทำและมีหลายรูปแบบ พัฒนาขึ้นมาจนมีรูปลักษณ์ทันสมัย น่าใช้ เป็นของเก๋ไก๋ในครัวเรือนได้ และที่สำคัญ กิจการพวกนี้กำลังขยายตัวในลักษณะเป็นวิสาหกิจ มี 2-3 ชุมชนที่ทำเตาลักษณะแบบนี้และเริ่มมีโรงงานขนาดย่อมๆ ผลิตเพื่อส่งขายและรับสั่งผลิต แต่เนื่องจากเพิ่งเริ่มต้น ชุมชนเหล่านี้จึงยังไม่มีกำลังการผลิตถึงกับจะวางขายทั่วไปได้


เตาชีวมวลพวกนี้ทำให้ผู้ขายอยากได้มาใช้ในครัวเรือนเพื่อปลดแอกตัวเองออกจากการเป็นทางทาสแก็ส LPG ถังละ 360บาท (ราคาที่ขึ้นมาจนครบกำหนดแล้วและไม่รู้ว่าจะมีข้ออ้างในการขึ้นราคาอีกหรือเปล่า) แต่ชาวกรุงเทพฯ อย่างผู้เขียนคงไม่สามารถหาวัตถุดิบได้ทุกวัน แต่แน่นอนมันคงเหมาะกับบ้านในชนบทที่มีวัสดุทางการเกษตร เศษไม้จากหัวไร่ปลายนาเยอะแยะ

ผู้เขียนเดินออกจาห้องนิทรรศการนั้นด้วยความฝันว่า สักวันหนึ่งเทคโนโยลีเหล่านี้จะสามารถมีส่วนแบ่งทางการตลาดจากกลุ่มพลังงานหลักที่พวกเราเป็นทาสอยู่อย่างมีนัยยะสำคัญ