ยิ่งร้อนก็ยิ่งใช้ไฟ ยิ่งใช้ไฟก็ยิ่งร้อน ทำอย่างไรวงจรจะจบ

จิตติมา บ้านสร้าง

ยิ่งร้อนก็ยิ่งใช้ไฟ ยิ่งใช้ไฟก็ยิ่งร้อน ทำอย่างไรวงจรจะจบ

จิตติมา บ้านสร้าง

ระยะหลังมานี้ พอถึงช่วงฤดูร้อน เราคงคุ้นเคยเรื่องไฟฟ้ากันอยู่  2 เรื่อง คือ 1. จะมีการหยุดจ่ายก๊าซธรรมชาติเพื่อปรับปรุงระบบ  ก็อาจจะทำให้ส่งผลกระทบกับการผลิตกระแสไฟฟ้า  2. พออากาศร้อนก็จะมีการประโคมข่าวเรื่องความต้องการใช้ไฟฟ้าสูงสุดให้ตื่นตาตื่นใจกัน

อย่างในปีนี้ ก่อนหน้านี้ไม่กี่สัปดาห์ก็มีการแถลงถึงการปิดระบบส่งก๊าซธรรมชาติเพื่อซ่อมบำรุง  แต่ก็บอกว่ามีการเตรียมการกำลังการผลิตไฟฟ้าสำรองไว้ให้เพียงพอ ไม่ให้เกิดปัญหา  แล้วข่าวก็เงียบไป  มาวันที่ 24 เมษายน การไฟฟ้าฝ่ายผลิตหรือ กฟผ.ก็เปิดเผยว่าเมื่อวันที่ 23 เมษายน 2557 มีอุณหภูมิเฉลี่ยสูงสุด 37.5 องศาเซลเซียส ทำให้มีการใช้ไฟฟ้าสูงสุด ทำลายสถิติปี 56 เมื่อเวลา 14.26 น. สูงกว่าที่ กฟผ. คาดการณ์ไว้ที่ 26,752 เมกะวัตต์  

มีคำอธิบายความเกี่ยวพันกับความร้อนไว้ว่า สภาพอากาศที่ร้อนจัดนอกจากจะทำให้คนต้องใช้เครื่องปรับอากาศมากขึ้นแล้ว ยังทำให้เครื่องใช้ไฟฟ้าทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็นแอร์ เตารีด หรือพัดลม ทำงานหนักขึ้น จึงกินไฟมากขึ้น  และมีข้อมูลที่ประเมินไว้ว่า อุณหภูมิที่เพิ่มขึ้นทุกๆ 1 องศา จะทำให้มีการใช้ไฟฟ้าเพิ่มประมาณ 300 เมกะวัตต์

เอาข้อมูลย้อนหลังไปสักหน่อย มาเรียงกันให้เห็นชัด ๆ หน่อย ได้แบบนี้

ความร้อนพวกนี้ยิ่งทำให้โลกร้อนขึ้นไปอีก  เพราะการผลิตไฟฟ้าทุก ๆ  1 กิโลวัตต์ ประมาณการว่าน่าจะปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ออกมาราว ๆ 3 ตัน  ถ้าอุณหภูมิที่เพิ่มขึ้นทุกๆ 1 องศา จะทำให้มีการใช้ไฟฟ้าเพิ่มประมาณ 300 เมกะวัตต์  ก็ประมาณว่าจะยิ่งทำให้ปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ออกมา 900 ตัน/1 องศาที่เพิ่มขึ้น  และแน่นอนว่าก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ยิ่งออกมามาก  โลกก็ยิ่งร้อนขึ้น  ยิ่งร้อนก็ยิ่งใช้ไฟฟ้ามากขึ้น ยิ่งใช้ไฟฟ้ามากขึ้นก็ยิ่งปล่อยก๊าซมากขึ้น โลกก็ยิ่งร้อนมากขึ้นไปอีกเป็นวงจรไม่รู้จบ

ท่ามกลางกระแสแบบนี้มีหลายมุมให้คิด  บางมุมก็มีการพูดถึงว่า โหมโรงเรื่องปิดซ่อมท่อก๊าซและอากาศร้อนส่งผลให้ใช้ไฟฟ้าเพิ่มทุกปีเหมือนจะสร้างการรับรู้ให้ประชาชนเห็นว่ามีความจำเป็นต้องสร้างโรงไฟฟ้าใหม่มากขึ้นเรื่อย ๆ ตามความต้องการที่เพิ่มขึ้นเป็นการถากถางทางเพื่อให้โครงการสร้างโรงไฟฟ้าที่มีปัญหาถูกคัดค้านมาตลอดกว่า 10 ปี มีหนทางที่สะดวกมากขึ้นหรือเปล่า  

แต่กว่าจะเห็นว่าใครผิดใครถูกแล้วถึงลงมือทำตามที่ฝ่ายถูกว่าไว้  ป่านนั้นโลกก็อาจจะแตกไปเสียก่อน ผู้เขียนคิดว่า อย่างไรเสียประชาชนคนส่วนใหญ่ก็อยู่ในเมืองร้อน ก็คงหนีไปอยู่ประเทศเย็นไม่ได้  และก็หนีสถานการณ์ที่ว่ามันร้อนขึ้นทุกทีไม่ได้  แต่เราสามารถช่วยไม่ซ้ำเติมสถานการณ์โลกร้อนได้  เราลองมาดูวิธียังชีพท่ามกลางร้อนกัน ว่าทำอย่างไรใช้ไฟฟ้าน้อยที่สุด

1. คงเริ่มได้ง่าย ๆ จากการแต่งตัว สวมใส่เสื้อผ้าจากใยธรรมชาติ บางเบา ที่ระบายอากาศได้ดีสีอ่อน เพราะจะไม่ดูดซับความร้อนเท่าเสื้อผ้าสีเข้ม

2. ระบายความร้อนด้วยการเปิดพัดลมส่ายไปส่ายมา เปิดหน้าต่าง เพื่อให้ลมร้อนในห้องมีทางระบายออกไป ถ้าร้อนจัดก็เอาผ้าชุบน้ำแขวนไว้หน้าพัดลมหรือเอาผ้ายาวหน่อยแขวนหน้าพัดลมโดยให้ปลายจุ่มน้ำไว้ก็ได้ เพราะการใช้พัดลมก็ยังกินไฟฟ้าน้อยกว่าใช้แอร์เยอะ

3. หลีกเลี่ยงอาหารเผ็ดร้อน

4. หลีกเลี่ยง คาเฟอีนและแอลกอฮอล์ เพราะสองอย่างนี้มีคุณสมบัติช่วยคายน้ำออกจากร่างกาย

5. ทานของเย็นๆ ทานไอศกรีม น้ำหวานเย็นๆอย่างน้ำเฉาก๊วย แก้ร้อนใน หรือน้ำใบบัวบก

6. อาบน้ำบ่อย ๆ เพราะน้ำจะช่วยระบายความร้อนออกจากร่างกายของเรา

7. ทาแป้งเย็น แป้งน้ำ แป้งดินสอพอง หรือเครื่องหอมไทย ก็ช่วยให้เย็นชื่นใจได้อีก

8. ออกไปนั่งพักผ่อนนอกบ้าน บริเวณที่มีลมพัดผ่าน หรือสนามเด็กเล่นหรือสวนหย่อมในหมู่บ้านก็ได้

9. เปลี่ยนเวลาออกกำลังกายจากช่วงเวลาที่อากาศร้อนไปออกกำลังกายแต่เช้าตรู่หน่อยหรือเย็นย่ำหน่อยก็ได้

10. ที่สำคัญอากาศร้อนแล้วอย่าใจร้อน อารมณ์ร้อน เพราะจะไม่แค่บ้านร้อน อาจจะกลายเป็นครอบครัวร้อนไปด้วยได้

นี่ไม่รวมการออกนอกบ้าน หนีร้อนไปเที่ยวน้ำตก ภูเขา ทะเล หรือเดินห้าง เพราะกิจกรรมเหล่านั้นก็ยังต้องใช้พลังงานมากในการเดินทางอยู่ดี

ข้อมูลเหล่านี้ ผู้เขียนพยายามไปรวบรวมมาจากที่ต่างๆ ให้เป็นวิธีการที่เราๆ คงพอจะทำกันได้ ทั้งเพื่อบรรเทาเราร้อนและโลกร้อนไปในคราวเดียวกัน คงกล้ายๆ กับวิถีพอเพียง ให้ความรู้ ภูมิปัญญามาคิดเพื่อดำเนินการให้ตัวเราสบายขึ้น โดยไม่ต้องเบียดเบียนโลกมากนัก ขอให้ร่วมกันผ่านร้อนไปได้อย่างมีความสุขตามอัตภาพนะคะ

Share this

อ่านเรื่องย้อนหลัง

10 มี.ค. 2557
 

creative-commonsแสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน 3.0 ประเทศไทย
พัฒนาเว็บไซต์โดย โอเพ่นดรีม