แผ่นดินไหวเชียงราย ความรู้ท่วมหัว เอาตัวไม่รอด

จิตติมา บ้านสร้าง

แผ่นดินไหวเชียงราย ความรู้ท่วมหัว เอาตัวไม่รอด

จิตติมา บ้านสร้าง

หกโมงเย็นของวันที่ 5 พฤษภาคม 2557 อาจเป็นอีกเหตุการณ์ที่จะถูกบันทึกว่าเป็นภัยธรรมชาติอีกชนิดที่ไทยต้องเผชิญหน้า หลังจากที่เราภูมิใจในแผ่นดินแหลมทองมาแสนนานว่าเราช่างเป็นประเทศที่อยู่ได้อย่างสุขสบาย ไร้กังวลจากภัยธรรมชาติรุนแรงที่เราเพียงแต่เคยเห็นในข่าวต่างประเทศ

สึนามิเมื่อเดือนธันวาคม 2547 มาจนถึงอุทกภัย 2554 เป็น 2 เหตุการณ์ที่เรียกว่าเป็นภัยพิบัติทางธรรมชาติที่เราไม่เคยคิดว่าจะเกิดบนประเทศนี้ ปีนี้ซ้ำมาด้วยแผ่นดินไหวที่ อ.พาน จ.เชียงรายที่มีความรุนแรงถึง 6.3 ตามมาตราริกเตอร์ ด้วยความลึกลงไปใต้ผิวดินเพียง 7 กิโลเมตร ถือว่าเป็นแผ่นที่ดินไหวที่เกิดขึ้นในระดับตื้นมาก เป็นปัจจัยหลักที่ทำให้ระดับการสั่นไหวเพียงแค่ 6.3 เกิดความเสียหายได้มากมายอย่างที่แชร์กันให้ว่อนในโซเชียลเน็ตเวิร์ค

หลังจากเกิดแผ่นดินไหวใหญ่ ข้อมูลกรมอุตุนิยมวิทยาระบุว่า มีแผ่นดินไหวตามมากกว่า 700 ครั้ง โดยมีการวิเคราะห์ว่า ศูนย์กลางแผ่นดินไหวกระจายตัวเป็นบริเวณกว้าง ครอบคลุมพื้นที่ อ.แม่ลาว เป็นส่วนใหญ่ และบางส่วนในพื้นที่ อ.พาน อ.แม่สรวย และ อ.เมือง จ.เชียงราย สันนิษฐานว่าแผ่นดินไหวตามเหล่านี้เป็นผลจากการขยับตัวของรอยเลื่อนย่อยในกลุ่มรอยเลื่อนพะเยา เช่น รอยเลื่อนพาน รอยเลื่อนแม่ลาว และรอยเลื่อนย่อยอื่นๆ ใกล้เคียง โดยแผ่นดินไหวตามที่มีขนาดมากที่สุดคือ 5.9 เมื่อวันที่ 6 พ.ค. 2557 ในพื้นที่ อ.แม่ลาว รองลงมาคือแผ่นดินไหวขนาด 5.6 เกิดขึ้นในวันเดียวกัน ในเขตพื้นที่ อ.แม่สรวย จ.เชียงราย

ดร.ปัญญา จารุศิริ ผู้เชี่ยวชาญแผ่นดินไหว จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ให้สัมภาษณ์ข่าวไทยพีบีเอสในวันแรกๆ ที่เกิดเหตุว่า ก่อนหน้านี้คิดว่ารอยเลื่อนแม่จันเป็นรอยเลื่อนที่ยังมีชีวิตอยู่ และมีการจับตากันมาตลอด แต่แผ่นดินไหวครั้งนี้คาดว่ามาจากกลุ่มรอยเลื่อนพะเยาที่เรียกว่าเป็นรอยเลื่อนน้องๆ แม่จันที่เราไม่เคยคิดว่าจะเกิดแผ่นดินไหวที่มีความรุนแรง ครั้งนี้คาดว่าเป็นการไหวจากรอยเลื่อนแม่ลาว ซึ่งเป็นรอยเลื่อนย่อยในกลุ่มรอยเลื่อนพะเยา

“ขณะนี้ภาคเหนือของไทยมีความเปราะบางมากกว่าที่เราเคยคิด” คำกล่าวสรุปของ ดร.ปัญญา ทำให้รู้สึกขนหัวลุก อาจไม่เฉพาะคนที่อยู่บริเวณใกล้เคียงเท่านั้น

ข้อมูลจากวิชาการธรณีไทย (GeoThai.net) ระบุว่า “กลุ่มรอยเลื่อนพะเยา ประกอบด้วยรอยเลื่อนย่อย ไม่น้อยกว่า 17 รอยเลื่อน อาทิ รอยเลื่อนแม่ลาว รอยเลื่อนพาน กระจายตัวต่อเนื่องกันในแนวเหนือ-ใต้ รวมระยะทางประมาณ 90 กิโลเมตร พาดผ่านรอยต่อระหว่างจ.เชียงราย จ.พะเยา และทางตอนเหนือของ จ.ลำปาง ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีระดับความรุนแรงแผ่นดินไหวระดับสูงสุด ตามแผนที่ภัยพิบัติแผ่นดินไหวประเทศไทย โดยกรมทรัพยากรธรณี (2556)

กลุ่มรอยเลื่อนพะเยาจัดเป็นรอยเลื่อนมีพลัง เหตุการณ์สำคัญเกิดขึ้นเมื่อรอยเลื่อนย่อยส่วนล่างมีการขยับตัว ก่อให้เกิดแผ่นดินไหวขนาด 5.1 โดยมีศูนย์กลางแผ่นดินไหวที่ อ.พาน จ.เชียงราย เมื่อวันที่ 11 กันยายน 2537 สร้างความเสียหายให้กับสิ่งก่อสร้างใกล้ศูนย์กลางแผ่นดินไหว เช่น โรงพยาบาล โรงเรียน วัด ประชาชนในพื้นที่ อ.สรวย และ อ.พาน รู้สึกได้ถึงแรงสั่นสะเทือน”

สถานการณ์ในพื้นที่ตอนนี้แม้ว่าความโกลาหลจะลดลง ชีวิตความเป็นอยู่ของชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบเริ่มคลี่คลายได้บ้าง แต่นับตั้งแต่เกิดเหตุการณ์ขึ้นจนปัจจุบันยังคงสะท้อนให้เห็นได้ถึงความไม่พร้อมในการรับมือภัยพิบัติจากแผ่นดินไหว แน่นอนว่า ความจริงก็คือ แผ่นดินไหว เป็นภัยพิบัติที่ไม่สามารถทำนายได้ว่าจะเกิดขึ้นเมื่อไหร่ แต่ความรู้ทางด้านธรณีที่ผู้เขียนคิดว่า ประเทศเรามีอยู่ไม่น้อยเลย และยังเคยเกิดเหตุการณ์ที่ทำให้อกสั่นขวัญหายมาอยู่ประปราย แต่ทำไมระบบการรับมือภัยพิบัตินี้มันถึงดูเหมือนว่าไม่เคยมีอยู่เลยในประเทศไทย สวนทางกับวิชาความรู้ที่เรามี เหมือนจะเข้าทำนองความรู้ท่วมหัวเอาตัวไม่รอด

มาถึงตอนนี้อาจจะต้องบอกว่า “แล้วก็แล้วกันไป”  หรือ “ไหนๆ ก็ไหนๆ” ก็อาจจะพอถูไถไปได้ แต่สิ่งที่ผู้เขียนพบว่ามีประเด็นอย่างน่าสนใจจากวิชาการธรณีไทยก็คือ เขาบอกว่า “รอยแตกลึกบนพื้นดินตามเชิงเขาบ่งบอกความเสี่ยงต่อภัยดินถล่ม เนื่องจากยังคงมีแผ่นดินไหวตามเกิดขึ้น นอกจากนี้ควรระมัดระวังดินถล่มขณะเกิดฝนตกหนัก เพราะน้ำอาจซึมลงไปตามแนวรอยแตกและทำให้มวลดินมีน้ำหนักมากขึ้น จนอาจเกิดดินถล่มขึ้นได้”

แผ่นดินไหว ทำนายไม่ได้ แต่ความรู้ที่เรามีก็บอกเหตุได้ ฤดูฝนที่ใกล้มาถึง เจ้าหน้าที่รัฐที่เกี่ยวข้องทุกหน่วย มีแผน/เตรียมพร้อม หรือยังไม่ได้คิดถึง ?

ผู้เขียนได้แต่หวังว่า คราวนี้เราน่าจะเอาตัวรอดได้บ้างจากความรู้ที่มี

หมายเหตุ :
อ่าน คู่มือการรับมือแผ่นดินไหวฉบับย่อ ได้ที่นี่
ติดตามสถานการณ์และร่วมมือช่วยเหลือ ได้ที่นี่
 

Share this

อ่านเรื่องย้อนหลัง

10 มี.ค. 2557
 

creative-commonsแสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน 3.0 ประเทศไทย
พัฒนาเว็บไซต์โดย โอเพ่นดรีม