เกษตรอินทรีย์ จะมาในยุคนี้ไหม

จิตติมา บ้านสร้าง

เกษตรอินทรีย์ จะมาในยุคนี้ไหม

จิตติมา บ้านสร้าง

ผ่านมา 1 เดือนเต็ม ผลสำรวจความพึงพอใจของประชาชนกับผลงาน คสช. ออกมาไม่เกินความคาดหมาย แถมด้วยการให้กำลังใจให้ทำงานต่อไปอีกต่างหาก  หลายๆ คนคงมีอารมณ์ประมาณว่า “ไหนๆ ก็ไหนๆ จัดไปให้เต็มเหนี่ยว”

เผอิญผู้เขียนได้สนทนากับนายทหารท่านหนึ่งถึงเรื่องการยกเลิกโครงการจำนำข้าว ที่บางแห่งถึงกับมีการจัดกิจกรรม “ลาทีจำนำข้าว” นายทหารท่านนี้เคยทำนาเป็นจริงเป็นจังมาหลายปี ท่านบอกว่า ที่จริงการจำนำข้าวน่าจะเป็นแนวทางที่ดีที่สุด คือรัฐบาลรับจำนำไว้เพื่อเป็นเจ้าของข้าวรายเดียว จะทำให้มีกำลังไปต่อรองกับพ่อค้าคนกลางและโรงสี เพื่อให้ซื้อข้าวในราคาที่ยุติธรรมกับชาวนาได้ เพราะอย่างไรเสีย พ่อค้าคนกลางหรือโรงสีก็ต้องพยายามหาข้าวไปส่งออก และส่งออกในราคาที่ต่างกับที่ซื้อมาจากชาวนามากมายมหาศาล

แต่การรับจำนำต้องทำอย่างตรงไปตรงมาเพื่อเป็นกลไกในการต่อรองกับพ่อค้าคนกลางหรือโรงสีเพื่อให้ชาวนาขายข้าวได้ในราคายุติธรรมกับที่โรงสีเอาไปส่งออก แต่ที่ผ่านมานโยบายจำนำข้าวคิดขึ้นมาและทำเพื่อพวกพ้อง ใช้กลไกบิดเบี้ยว จึงเป็นปัญหาอย่างทุกวันนี้

และท่านเห็นว่า การที่ใช้เงินอุดหนุนไม่ใช่วิธีที่จะทำให้ชาวนาพ้นวงจรที่กร่อนกินชีวิตชาวนาไทยอยู่ในทุกวันนี้ เพราะเมื่อรัฐให้เงินอุดหนุน ชาวนาก็ต้องเอาไปซื้อปุ๋ย ยา พันธุ์ข้าว ที่บางทีจำนวนไม่น้อยก็โดนปุ๋ยปลอม ยาปลอม ก็ต้องใส่ปุ๋ยใส่ยามากขึ้น ต้องใช้เงินมากขึ้น เมื่อไม่มีก็กู้นอกระบบกับแปะโป้งนายทุนเจ้าของปุ๋ย,ยา เงินที่รัฐให้ก็ไปเข้ากระเป๋านายทุนพวกนี้ ไม่มีทางปลดหนี้ ทางที่ดีต้องช่วยให้ชาวนาเป็นเกษตรอินทรีย์ ใช้ปุ๋ยอินทรีย์ ซึ่งปุ๋ยอินทรีย์เดี๋ยวนี้ก็มีองค์ความรู้มากมายที่จะทำเองได้ วัสดุก็หาง่ายได้ตามท้องถิ่น แล้วแต่ว่าจะใช้อะไรมาหมัก ทำได้ทั้งปุ๋ยแบบน้ำชีวภาพและแบบของแห้ง เมื่อใช้ปุ๋ยชีวภาพทำนาอินทรีย์ ก็จะทำให้ลดและเลิกการใช้ยาฆ่าแมลงได้เองในที่สุด เพราะระบบจะสมดุล ผลผลิตจะค่อยๆ ดีขึ้นเรื่อยๆ นอกจากนี้ คุณภาพชีวิตและสุขภาพก็ดีขึ้น ลดการใช้เงินไปหาหมอได้อีก

แต่ชาวนาอาจต้องทนหน่อย 2-3 ปี ก็จะเริ่มเห็นผลที่แตกต่าง ซึ่งหากเรื่องแบบนี้ได้รับการสนับสนุนอย่างจริงจัง เช่น การสนับสนุนองค์ความรู้ด้านการทำนาอินทรีย์ การสนับสนุนเงินทุนในช่วงเปลี่ยนผ่าน หรืออาจมีรูปแบบการสนับสนุนอย่างอื่นเพื่อให้ชีวิตเขาอยู่ได้ในระหว่างการเปลี่ยนผ่าน และรัฐใช้กลไกจำนำข้าวมาต่อรองพ่อค้าคนกลางหรือโรงสีให้รับซื้อข้าวในราคาสูงขึ้นอย่างที่ว่า น่าจะค่อยๆ ช่วยชาวนาได้

ในระยะยาวสิ่งที่จะทำให้ชาวนามีกำลังแรงต่อรองกับพ่อค้าคนกลางและโรงสีได้ด้วยตัวเอง คือการรวมกลุ่ม เช่น ระบบสหกรณ์ แต่ต้องมีการจัดการที่ถูกต้อง เข้มแข็ง ก็จะเป็นอีกก้าวสำคัญที่จะทำให้ชาวนาพึ่งตนเองได้มากขึ้น แทนที่การพึ่งพาการจำนำ การประกันราคา หรือวิธีการอย่างอื่นซึ่งเป็นกลไกของรัฐ และในขณะเดียวกัน รัฐต้องประคับประคองให้ชาวนามีกลไกการต่อรองเป็นของตัวเอง เพื่อให้ชาวนาสามารถพึ่งตนเองได้สูงสุดทั้งการผลิตและการขายออกสู่ตลาด

นายทหารท่านนี้บอกว่าของแบบนี้ไม่เร็ว แต่ถ้าสร้างพื้นฐานให้ดี ให้ฝังรากลึกลงไปในวิถีชาวนา ให้ปรับเปลี่ยนมาเป็นแนวทางพึ่งตนเองแทนการพึ่งนายทุนและพึ่งรัฐ ชาวนาจะปลดหนี้ได้ในที่สุด เป็นเกษตรกรที่แข็งแรง เป็นกระดูกสันหลังของชาติได้จริงๆ เหมือนกับเพลงรำวงกสิกรไทยของสุนทราภรณ์

“กสิกร แข็งขัน เป็นกระดูกสันหลัง ของชาติ ไทยจะเรืองอำนาจ เพราะไทยเป็นชาติกสิกรรม”  เสียงเพลงที่ว่าแว่วเข้ามาในความทรงจำของผู้เขียน ทำให้นึกถึงว่าคนแต่งเพลงนี้ คงมองทะลุปรุโปร่งว่า ไม่ว่าจะค้าขายอะไร ข้าว-ผลิตผลทางการเกษตร เป็นของกิน อย่างไรคนทั้งโลกก็ต้องกิน ไม่มีน้ำมันใช้ ไม่มีไฟฟ้าใช้ ยังไงก็ต้องกิน อาหารจึงเป็นเครื่องมือของอำนาจที่แท้จริง

แต่จนถึงวันนี้นับจากเพลงที่เคยได้ยินมามากกว่า 40 ปี ชาวนาไทยและประเทศไทยยังไม่เคยเข้าใกล้ความฝันอย่างที่เพลงนั้นว่าไว้เลย เพราะไม่ว่ารัฐบาลไหนๆ เลือกตั้งมาจากฝ่ายใด หรือใครรัฐประหารใคร ก็ไม่เห็นจะทำให้กระดูกสันหลังของชาติแข็งแกร่งยืนบนลำแข้งตัวเองได้เสียที ทั้งที่เทรนด์ของโลกไม่ต้องถกเถียงแล้วว่า ยุทธศาสตร์ที่จะทำให้เกษตรกรปลดหนี้ ลืมตาอ้าปาก และผลิตอาหารปลอดภัย มีคุณภาพส่งถึงผู้บริโภคได้ คือเกษตรอินทรีย์

1 เดือนที่ผ่านมา คสช. ทำตั้งแต่เรื่องเล็กๆ อย่างจัดระบบวินมอเตอร์ไซค์ ยันเรื่องใหญ่ๆ อย่างปฏิรูปพลังงาน การปฏิรูประบบเกษตรไทยให้เป็นอาหารปลอดภัย ให้เกษตรกรไทยเข็งแกร่ง ก็เป็นเรื่องพื้นฐานของชาติที่ผู้เขียนเห็นว่า สำคัญมากกว่าบางเรื่องเสียอีก ในระหว่างที่ช่วงนี้กำลังเปิดรับฟังความคิดเห็นของประชาชนในการปฏิรูปประเทศไทย  ผู้เขียนก็อยากจะให้บทความนี้เป็นหนึ่งช่องทางในการเสนอให้มีการปฏิรูประบบเกษตรของชาติให้เดินสู่เกษตรอินทรีย์

ส่วนพวกที่ว่า “ไหนๆ ก็ไหนๆ จัดไปให้เต็มเหนี่ยว” คงคอยดูอยู่เหมือนกันว่า  เกษตรอินทรีย์ จะมาในยุคนี้ไหม?

Share this

อ่านเรื่องย้อนหลัง

10 มี.ค. 2557
 

creative-commonsแสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน 3.0 ประเทศไทย
พัฒนาเว็บไซต์โดย โอเพ่นดรีม