การแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อม บนเส้นทางปฏิรูป

  • warning: array_map(): Argument #2 should be an array in /home/greenwor/domains/greenworld.or.th/public_html/web/modules/system/system.module on line 1050.
  • warning: array_keys() expects parameter 1 to be array, null given in /home/greenwor/domains/greenworld.or.th/public_html/web/includes/theme.inc on line 1845.
  • warning: Invalid argument supplied for foreach() in /home/greenwor/domains/greenworld.or.th/public_html/web/includes/theme.inc on line 1845.
จิตติมา บ้านสร้าง

การแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อม บนเส้นทางปฏิรูป

จิตติมา บ้านสร้าง

วันก่อนไปร่วมงานครบรอบ 20 ปีชมรมนักข่าวสิ่งแวดล้อม เตรียมก้าวเข้าสู่ปีที่ 21 พร้อมกับปีแห่งการปฏิรูปประเทศที่คงมีเรื่องราวการปฏิรูปเพื่อให้การคุ้มครองสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติมีสิ่งที่ดีๆ เกิดขึ้น

ในการสัมมนาของชมรมนักข่าวสิ่งแวดล้อมมีการนำเสนอ 5 ใน 10 ประเด็นเพื่อการจับตาสิ่งแวดล้อมในปีนี้ มีเรื่องหนึ่งที่อยากจะนำมาเผยแพร่ เพราะดูเป็นการรับลูกการปฏิรูปที่น่าสนใจและอย่างมีระบบนั่นคือ เรื่องการปฏิรูปด้านสิ่งแวดล้อมที่ชมรมนักข่าวสิ่งแวดล้อมเชิญ ดร.บัณฑูร เศรษฐศิโรตม์ สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติด้านสิ่งแวดล้อม และกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญมาเล่าให้ฟังถึงแนวทางการปฏิรูปด้านสิ่งแวดล้อม

ดร.บัณฑูรบอกว่า  โดยกลไกของคณะกรรมาธิการปฏิรูปสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติ ภายใต้สภาปฏิรูปแห่งชาติ และคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ มีการเตรียมข้อเสนอในปฏิรูปการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อม  3 ส่วนคือ

1. ข้อเสนอให้แก้ไขกฎหมายที่มีอยู่ ที่สำคัญก็คือ  พ.ร.บ.ส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ 2535 และ พ.ร.บ.ผังเมือง 2518 ซึ่ง 2 ฉบับนี้ หากมีการแก้ไขจะสามารถแก้ปัญหาและบริหารจัดการปัญหาทางด้านสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติได้เกือบครึ่งหนึ่งของทั้งหมด  นอกส่วนการตรากฎหมายใหม่ เช่น กฎหมายจัดตั้งธนาคารที่ดิน การจัดทำ “ประมวลกฎหมายทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม” เพื่อให้เกิดการบูรณาการในการใช้บังคับกฎหมายระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง การบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัดและเป็นธรรมเป็นต้น

2. ข้อเสนอในการปฏิรูปนโยบาย มาตรการ เครื่องมือการบริหาร เช่น

- การปรับปรุงเครื่องมือหรือกลไกด้านการประเมิน  วิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม รวมไปถึงถึงกระบวนการและองค์ประกอบของคณะกรรมการในการพิจารณารายงานเหล่านั้นด้วย เช่น การปฏิรูปโครงสร้างและกระบวนการ กำหนดตัดสินใจของ “คณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ” และ คณะกรรมการต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่น คณะกรรมการป่าไม้แห่งชาติ คณะกรรมการประมงแห่งชาติ คณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ ฯลฯ  ให้เป็นไปตามหลักการธรรมาภิบาลด้านสิ่งแวดล้อม (มีความโปร่งใส มีส่วนร่วม มีความพร้อมรับผิดชอบ ไม่มีผลประโยชน์ทับซ้อน และเป็นไปตามหลักนิติธรรม)

- จัดตั้ง “คณะกรรมการพัฒนาที่ยั่งยืน” เพื่อเป็นกลไกกำหนดยุทธศาสตร์การพัฒนาที่ยั่งยืนของประเทศ สร้างความสอดคล้องระหว่างนโยบายการพัฒนาในมิติต่างๆ (สิ่งแวดล้อม สังคม เศรษฐกิจ และวัฒนธรรม) และเพื่อเป็นกลไกคัดกรอง เสนอแนะ ปรับปรุงนโยบาย แผนงาน และโครงการพัฒนาขนาดใหญ่ ให้สอดคล้องและเสริมหนุนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน

- การนำ “การประเมินสิ่งแวดล้อมระดับยุทธศาสตร์” (SEA) มาใช้ในการตัดสินใจระดับนโยบาย แผนพัฒนารายสาขา และการพัฒนาพื้นที่

3. ข้อเสนอที่เชื่อมโยงกับการยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ โดยเฉพาะการยืนยันสิทธิชุมชนตามรัฐธรรมนูญเดิมมาตรา 67 พร้อมกับจะขยายสิทธิชุมชนกว้างขวางมากกว่าเดิม โดยให้มีผลในทางปฏิบัติจริงมากขึ้น  เช่น

- ขยายการปกป้องคุ้มครองสิทธิชุมชนจากเดิมที่คุ้มครองให้มีสิทธิใน“โครงการหรือกิจกรรม” ที่อาจส่งผลกระทบต่อชุมชนอย่างรุนแรง ที่ปัจจุบันมีอยู่ 11 โครงการเท่านั้น  ให้ขยายเพิ่มขึ้น  และยังจะให้ขยายไปถึง “นโยบาย” ที่อาจมีผลกระทบอย่างรุนแรงด้านสิ่งแวดล้อมด้วย

- การรับรองสิทธิในการอยู่อาศัยในสิ่งแวดล้อมที่ดี ซึ่งเป็นสิทธิที่ได้รับการรับรองในกติกาสากล และหลายประเทศบัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ

- สิทธิในความยุติธรรมด้านสิ่งแวดล้อม เป็นเครื่องมือที่จะป้องกันและแก้ไขปัญหาการถูกละเมิดสิทธิในสิ่งแวดล้อมที่ดี โดยแบ่งออกเป็น 3 สิทธิ ได้แก่ สิทธิในการเข้าถึงข้อมูลด้านสิ่งแวดล้อม สิทธในการมีส่วนร่วมของสาธารณะในกระบวนการตัดสินใจด้านสิ่งแวดล้อม และ สิทธิในการเข้าถึงความยุติธรรมด้านสิ่งแวดล้อม

แต่ในระหว่างที่กระบวนการปฏิรูปยังเดินหน้าไปไปจบกระบวนการ หลายประเด็นปัญหาสิ่งแวดล้อมก็คงต้องประคับประคองสถานการณ์ให้รอดตัวไปก่อนด้วยกลยุทธ์ต่างๆ กันที่ก็ต้องไปลุ้นกันเอาในทุกเรื่องว่าจะได้ผลหรือไม่ ไม่ว่าจะเป็นโครงการเขื่อนแม่วงก์ โครงการกระเช้าภูกระดึง โครงการท่าเรือน้ำลึกปากบารา เช่นกรณีสุดท้ายนี้ ล่าสุด ดร.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ ในฐานะประธานคณะอนุกรรมาธิการปฏิรูปการจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ได้ยื่นข้อเสนอแบบปฏิรูปเร็วต่อประธาน สปช.ให้นำแห่งชาติฝั่งทะเลอันดามันไทย 17 แห่ง ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก ก็เป็นอีกกลยุทธ์หนึ่งที่ใช้กระบวนการปฏิรูปในบรรยากาศปฏิรูปให้เป็นประโยชน์

ดูๆ ไป กระบวนการปฏิรูปด้านสิ่งแวดล้อมอาจจะเป็นม้ามืดที่มาเงียบๆ ด้วยกลไกสอดประสานของนักสิ่งแวดล้อมจำนวนไม่น้อยที่มีบทบาทอยู่ใน สปช. และที่สำคัญประเด็นทางสิ่งแวดล้อม อย่างไรเสีย ก็เป็นเรื่องที่รักษาผลประโยชน์ส่วนรวมของประชาชนและประเทศชาติ การแย่งชิงหรือพยายามเข้าไปบิดเบือนกลไกให้เป็นประโยชน์กับฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งก็อาจไม่มากเท่าการปฏิรูปการเมืองหรือพลังงาน