กระเช้าภูกระดึง: ฝันชาวบ้านสร้างอาชีพ-เปิดประตูนายทุนล้วงตับ

จิตติมา บ้านสร้าง

กระเช้าภูกระดึง: ฝันชาวบ้านสร้างอาชีพ-เปิดประตูนายทุนล้วงตับ

จิตติมา บ้านสร้าง

หลังถือกำเนิดขึ้นเมื่อ 33 ปีที่แล้ว โครงการกระเช้าขึ้นภูกระดึงถูกปลุกกลับขึ้นมาอีกครั้งในนามขององค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (อพท.) ที่อ้างมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 21 ก.พ. 2555 ให้ศึกษาความเหมาะสมของโครงการดังกล่าว

นพรัตน์ นาคสถิตย์ อดีตนักวิชาการกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช ผู้เชี่ยวชาญในการอ่านและวิเคราะห์รายงานการศึกษาต่าง ๆ ของกรมอุทยานฯ ชำแหละ รายงานการศึกษาความเหมาะสมขั้นกลาง (ฉบับปรุงแก้ไข) ของโครงการนี้ และขนานนามโครงการนี้ว่า “มโน โปรเจ็กต์”

เมื่อถามว่าทำไมจึงเรียกอย่างนั้น ท่านบอกว่า “ก็มีแต่ข้อมูลที่ถ้าไม่เก่าแก่จนไม่ถูกต้องตรงตามความจริง ก็เป็นข้อมูลที่ลอกมาจากรายงานอื่น บางข้อมูลก็ขาดที่มาที่ไปหรือเลือกมาอ้างอย่างสมเหตุสมผล ขณะที่บางข้อมูลก็คลาดเคลื่อน แล้วการวิเคราะห์คาดคำนวณผลประโยชน์และผลกระทบที่จะเกิดขึ้น มันจะเป็นจริงได้อย่างไร มันมโนทั้งนั้น”

มาดูประเด็นที่นักวิชาการป่าไม้ท่านนี้ชำแหละมาจากรายงานกันเป็นข้อ ๆ

- ไม่มีข้อมูลป่าไม้ สัตว์ป่าจากการสำรวจ ไม่มีข้อมูลระบบนิเวศป่าไม้ ในขณะที่ข้อมูลทรัพยากรสัตว์ป่า คัดลอกมาจากโครงการจัดทำเอกสารแหล่งมรดกทางวัฒนธรรมและธรรมชาติที่จะขอขึ้นทะเบียนมรดกโลก ในเล่มข้อมูลพื้นฐานและแผนการจัดการเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูหลวง อุทยานแห่งชาติภูกระดึง จ.เลย

- การศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อม ใช้ข้อมูลจากเอกสารไม่มีการสำรวจ และอ้างอิงข้อมูลไม่ถูกประเด็น บางข้อมูลนำมาจากแหล่งที่ไม่ใช่หน่วยงานที่มีหน้าที่ และบางข้อมูลเก่าถึง 17 ปีจนขาดความน่าเชื่อถือในความเป็นจริงในสภาพปัจจุบัน

- ในรายงานฯ ระบุประโยชน์ที่ได้รับจากโครงการฯ เพิ่มพูนความสามารถในการขนขยะและของเสียจากยอดภูกระดึงลงมากำจัดในพื้นที่ด้านล่าง แต่ในรายงานเช่นกัน ระบุมาตรการบริหารและกำจัดขยะมูลฝอยที่ศูนย์ฯวังกวางกำหนดให้ใช้พื้นที่ 30 ไร่ ด้วยการฝังกลบ

- เรื่องที่ผู้เขียนเห็นว่ามีความหมายมากที่สุด โดยเฉพาะต่อการลงทุนเกือบ 600 ล้านบาทเพื่อทำโครงการนี้คือ การคิดคำนวณความคุ้มค่าการลงทุน โดยคาดหมายว่าจะสามารถเพิ่มนักท่องเที่ยวขึ้นบนภูกระดึงได้ เรื่องนี้มีหลายประเด็นที่น่ากังขา เช่น

1. การสร้างกระเช้าจะเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวภูกระดึงในฤดูฝน ขณะที่ข้อเท็จจริงคือ นักท่องเที่ยวไม่นิยมเที่ยวพื้นที่ป่าในฤดูฝนแม้กระทั่งอุทยานแห่งชาติขาใหญ่ที่ท่องเที่ยวง่าย และมีนักท่องเที่ยวจำนวนสูงสุดในอุทยานแห่งชาติทั่วประเทศ ยังไม่ประสบความสำเร็จในการส่งเสริมการท่องเที่ยวในฤดูฝน กับทั้งข้อมูลกรมอุตุนิยมวิทยาในรายงานฯเองก็ยืนยันว่า จำนวนวันที่ฝนตก และปริมาณฝนที่ตก จะมีมากขึ้นทุกปี

2. ข้อมูลในรายงานฯคาดการณ์เปรียบเทียบกรณีที่ไม่มีกระเช้ากับกรณีมีกระเช้า โดยคาดการณ์ปี 2557-2565 พบว่า กรณีมีกระเช้าจะเพิ่มนักท่องเที่ยวได้ปีละ 20,000-30,000 คน ขณะที่ไม่พบการศึกษาความสามารถในการรองรับของพื้นที่และผลกระทบ

3. ราคาค่าบริการขึ้นกระเช้าไฟฟ้าครั้ง 200 บาท/คน แต่ผลการสำรวจนักท่องเที่ยวที่ขึ้นภูกระดึงจำนวน 199 คน มีเพียง 23% ที่ระบุว่าจะใช้บริการกระเช้า

4. ในรายงานฯ ระบุที่มาของรายได้ส่วนหนึ่งคือการเก็บค่าเข้าชมศูนย์บริการนักท่องเที่ยวคนละ 100 บาท ขณะที่ไม่ปรากฏการใช้งบประมาณหรือต้นทุนการก่อสร้างศูนย์บริการนักท่องเที่ยวในงบประมาณก้อนเดียวกันนี้โดยคาดหมายนักท่องเที่ยวจะเข้าเยี่ยมชมศูนย์บริการนักท่องเที่ยว 25,000 คน/ปี ขณะที่ข้อเท็จจริงปัจจุบันศูนย์บริการนักท่องเที่ยวของอุทยานแห่งชาติต่างๆ ที่มีอยู่เปิดให้บริการฟรีก็ยังไม่ประสบคามสำเร็จในการดึงดูดให้คนเข้าไปเยี่ยมชม

อีกข้อมูลหนึ่งที่ผู้เขียนเห็นจากรายงานฯคือ ข้อมูลสัดส่วนนักท่องเที่ยวที่ขึ้นภูกระดึงเมื่อเทียบกับสัดส่วนนักท่องเที่ยวที่ไปจังหวัดเลย จากในรายงานฯ ระบุข้อมูลตั้งแต่ปี 2547 มีนักท่องเที่ยวขึ้นภูกระดึงคิดเป็น 11.48 % ของนักท่องเที่ยวที่ไปจังหวัดเลย และสัดส่วนนี้ลดลงเรื่อยๆ จนถึงปี 2556 ข้อมูลระบุว่ามีนักท่องเที่ยวขึ้นภูกระดึงเพียง 5.24 % จากจำนวนนักท่องเที่ยวที่ไปจังหวัดเลย

แน่นอนว่าความยากลำบากในการขึ้นภูกระดึงคงเป็นส่วนหนึ่งในการตัดสินใจ แต่ภาพภูกระดึงที่ระยะหลังธรรมชาติเสื่อมโทรม มีแต่สิ่งอำนวยความสะดวก ร้านรวงที่ติดไฟราวกับตลาดนัด คำร่ำลือถึงสิ่งแปลกปลอมเหล่านี้อาจเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เสน่ห์ของภูกระดึงหายไป และคงมีผลต่อการตัดสินใจ

กับถ้าจะพิจารณาการขยายตัวของแหล่งท่องเที่ยวตามเส้นทางจังหวัดเลยก็จะพบว่า มีการขยายตัวค่อนข้างมากในระยะหลัง เช่น เชียงคาน ภูเรือเป็นต้น เหล่านี้ยิ่งเป็นคู่แข่งแย่งชิงนักท่องเที่ยวจากภูกระดึงมากขึ้นไปอีก

จำนวนนักท่องเที่ยวที่คาดหมายไว้ว่าจะไปท่องเที่ยวภูกระดึงมากขึ้นเมื่อมีกระเช้า ถูกโปรโมตให้ชาวบ้าน ผู้นำท้องถิ่น เห็นถึงมูลค่าที่จะตามมา พร้อมกับการสนับสนุนการลงทุนที่คนท้องถิ่นจะได้รับ ขนาดที่กลุ่มคนในท้องถิ่นบางส่วนที่เรียกตัวเองว่า คณะกรรมการสนับสนุนการสร้างกระเช้าภูกระดึงยืนยันว่า ระดับผู้ใหญ่มีการเจรจากับธนาคาร SME เรียบร้อยแล้วว่า จะให้คนในท้องถิ่นกู้เงินเพื่อทำธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยวที่ภูกระดึงได้โดยมีเพดานสูงสุดถึง 15 ล้านบาท / ราย พวกเขาจึงฝันที่จะก้าวไปเป็นเจ้าของธุรกิจที่ทำรายได้เป็นกอบเป็นกำ ด้วยเหตุผลว่า กระเช้าภูกระดึงจะเป็นการสนับสนุนให้คนขึ้นภูกระดึงเพียงไปเดินเที่ยวแล้วกลับลงมาพักค้างคืน และใช้บริการต่างๆ ที่ตีนภูและบริเวณใกล้เคียง

แต่ฝันนี้ก็น่าจะฟังหูไว้หู

เต็งพ้ง เพียรพัฒน์ ชมรมโอเคเนเจอร์นักท่องเที่ยวและผู้คลุกคลีกับธุรกิจท่องเที่ยว ระบุว่า แนวโน้มคนที่ไปภูกระดึงจะมีจุดประสงค์ที่จะค้างบนภู เพราะไฮไลท์ขงการท่องเที่ยวบนภูกระดึงนอกจากอยู่ที่การเดินขึ้น การผจญภัยแล้ว ยังอยู่ที่การเฝ้าชมพระอาทิตย์ขึ้นและตกอีกด้วย แต่ถ้ามีกระเช้าและนักท่องเที่ยวบางส่วนอาจกลับลงมาส่วนใหญ่ก็จะไม่เสียเวลาพักค้างคืนหรือท่องเที่ยวอยู่ที่ตีนภูแต่จะมุ่งต่อไปเชียงคานหรือภูเรือ

ส่วนการสนับสนุนเงินลงทุนของธนาคาร SME รายละ 15 ล้านบาทสูงสุดนั้น หากมีจริง ก็เกรงว่า ชาวบ้านจะมีความสามารถสร้างธุรกิจได้ทันเหลี่ยมนายทุนตัวจริงหรือไม่ หรือมีใคร กลุ่มไหนที่รอการไขกุญแจดอกนี้อยู่

กลยุทธ์ขายฝันผลประโยชน์ชาวบ้าน ยังคงใช้ได้ผลเสมอเมื่อเริ่มโครงการพัฒนาใหม่ แต่ไม่แน่ใจว่ามีใครเคยรวบรวมข้อมูลดูหรือไม่ว่าหลังเกิดโครงการพัฒนาที่อ้างว่าเพื่อประโยชน์ชาวบ้าน มีจริงสักเท่าไหร่ที่ชาวบ้านได้ประโยชน์โดยรวม และมีเท่าไหร่ที่มีเสียงสะท้อน ร้องเรียน ว่าโดนหลอก ถูกหักหลัง เอาชาวบ้านมาอ้างบังหน้า แต่สุดท้ายกลายเป็นการเปิดประตูบ้านให้นายทุนเข้ามาตักตวงใช้ประโยชน์จากทรัพยากรท้องถิ่น โดยมีงบประมาณของรัฐที่มาจากภาษีประชาชนเป็นกุญแจขณะที่ชาวบ้านได้โอกาสเพียงเป็นลูกจ้างในบ้านของตัวเอง เมื่อถึงตอนนั้นโครงการดังกล่าวก็ทิ้งไว้แต่ความผิดหวัง อยุติธรรม เหลื่อมล้ำ และความร้าวลึกในท้องถิ่นระหว่างคนที่คัดค้านและคนที่คาดหวังจากโครงการ

ที่มาภาพ :
siamensis.org
change.org
Thawatchai Sangsai

Share this

อ่านเรื่องย้อนหลัง

10 มี.ค. 2557
 

creative-commonsแสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน 3.0 ประเทศไทย
พัฒนาเว็บไซต์โดย โอเพ่นดรีม