แผนพัฒนาไฟฟ้าไทย ตอน 1 - Green PDP สีเขียว...แค่ไหน

  • warning: array_map(): Argument #2 should be an array in /home/greenwor/domains/greenworld.or.th/public_html/web/modules/system/system.module on line 1050.
  • warning: array_keys() expects parameter 1 to be array, null given in /home/greenwor/domains/greenworld.or.th/public_html/web/includes/theme.inc on line 1845.
  • warning: Invalid argument supplied for foreach() in /home/greenwor/domains/greenworld.or.th/public_html/web/includes/theme.inc on line 1845.
จิตติมา บ้านสร้าง

แผนพัฒนาไฟฟ้าไทย ตอน 1 - Green PDP สีเขียว...แค่ไหน

จิตติมา บ้านสร้าง

 

 

 

 

 

 

 

 

ตอนนี้ดูเหมือนว่าทั่วโลกกำลังมองหาทางออกของพลังงานที่จะพึ่งในสิ่งที่ยั่งยืน  ไม่มีวันหมดไปมากที่สุด  โดยเฉพาะประเทศที่ผ่านการพัฒนาพลังงานที่ใช้เทคโนโลยีสูงสุดอย่างนิวเคลียร์มาแล้ว  อย่างเช่นหลายรัฐในสหรัฐอเมริกา   ฮาวายประกาศว่าจะฉีกตัวเองออกมาจากการใช้ไฟฟ้าจากเชื้อเพลิงฟอสซิล ทั้งน้ำมัน ถ่านหิน และก๊าซธรรมชาติ  โดยประกาศเป้าหมายจะใช้ไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนเช่น พลังงานลมถึง 40 % ในปี 2573 หรืออีก 20 ปีข้างหน้า โดยออกเป็นกฎหมายเลยว่า สิ้นปีนี้จะมีพลังงานหมุนเวียนใช้ในระบบถึง 10%  แล้วขยายตัวไปเรื่อยๆ  จนถึง 40%  ส่วนแคลิฟอร์เนียกำลังมีโครงการสร้างโซล่าร์ฟาร์มที่ใหญ่ที่สุดในโลก รวมทั้งเยอรมัน และอีกหลายประเทศในยุโรป แม้กระทั่งจีน 

ตัวอย่างที่มีให้เห็นอยู่แล้วว่าประเทศเหล่านี้เริ่มก้าวเดินจากพลังงานที่มาจากถ่านหิน ไปก๊าซธรรมชาติ และจบลงที่นิวเคลียร์ สุดท้ายก็ต้องหันไปพึ่งสิ่งที่มีอยู่ในธรรมชาติ ไม่มีวันหมด และลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกให้มากที่สุดภายใต้เงื่อนไขโลกในปัจจุบัน  แต่ไทยเองดูเหมือนจะไม่ถอดบทเรียนมาใช้  แต่กลับพยายามเดินตามบทเรียนที่ตะวันตกเองก็เห็นว่าไม่ใช่ทิศทางที่พวกเขาจะเดินอีกต่อไป 

ภาพนี้ฉายให้เห็นในแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าฉบับใหม่ซึ่งจะมีระยะเวลาดำเนินการ 20 ปี หรือ PDP 2010 ที่จะต้องสร้างโรงไฟฟ้าเพิ่มขึ้นมากกว่า 60,000 เมกกะวัตต์ ซึ่งกระทรวงพลังงานภาคภูมิใจว่าเป็น Green PDP หรือคำนึงถึงสิ่งแวดล้อม 

นั่นก็เพราะจะมีโครงการโรงไฟฟ้านิวเคลียร์โรงละ 1,000 เมกกะวัตต์ ถึง 5 โรง เป็น 5,000 เมกกะวัตต์  ซื้อไฟฟ้าพลังน้ำจากต่างประเทศราว 15,000 เมกกะวัตต์   เพิ่มพลังงานหมุนเวียนขึ้นจากเดิม 3% เป็น 4% หรือประมาณ 5,600 เมกกะวัตต์  มีพลังงานความร้อนร่วมเกือบหมื่นเมกกะวัตต์  และเน้นเรื่องการจัดการการใช้ไฟฟ้าจำพวกประหยัดพลังงาน  ปรับเปลี่ยนอุปกรณ์เทคโนโลยีในภาคอุตสาหกรรม  แม้ว่าจะมีโรงไฟฟ้าจากถ่านหินขนาด 800 เมกกะวัตต์อีก 15 โรง  เป็น 12,000 เมกกะวัตต์ แต่ก็บอกว่าเป็นซับบิทูมินัส ซึ่งปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์น้อยกว่าลิกไนต์

ทั้งหมดนี้ทำให้สามารถลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ลงจากที่ปล่อยอยู่ในปัจจุบัน 0.564 กิโลกรัมคาร์บอนไดออกไซด์ต่อหน่วย  ลงได้เหลือ 0.38-0.42 กิโลกรัมคาร์บอนไดออกไซด์ต่อหน่วย 

อันที่จริงก็ต้องยอมรับว่านี่เป็นการปรับตัวครั้งใหญ่ของการจัดทำแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าที่เดิมมักคิดถึงเพียงแค่ความมั่นคงทางด้านพลังงานกับราคาถูก ซึ่งก็บอกว่ายังต้องค่อยๆ ปรับกันไปเพื่อให้ยังคงมีความมั่นใจกับเรื่องความมั่นคงด้านพลังงานและราคาที่จะไม่กระทบกับผู้บริโภคด้วย  ซึ่งอันนี้ก็คงต้องเห็นใจกระทรวงพลังงานเหมือนกัน

แต่สิ่งซึ่งยังกังขาความเป็น Green PDP ก็คือ กระทรวงพลังงานบอกว่าเป็นการคำนวณเพียงแค่การลดลงที่ปากปล่องเท่านั้น ไม่ได้รวมการตามร่องรอยคาร์บอน หรือ Carbon Footprint จึงไม่ได้รวมการใช้พลังงานในการผลิตเชื้อเพลิง เช่นถ่านหิน ยูเรเนียม  การใช้พลังงานในการขนส่งที่จะต้องมาทางเรือหรือเครื่องบิน  หรือแม้กระทั่งป่าไม้แหล่งดูดซับคาร์บอนไดออกไซด์ที่จะหายไป  และต้นไม้เกิดการหมักหมมปล่อยก๊าซมีเทน  ซึ่งเป็นก๊าซเรือนกระจกอีกตัวออกมา  ดังเช่นการสร้างเขื่อนผลิตไฟฟ้าในประเทศเพื่อนบ้านที่เรามีเป้าหมายว่าจะซื้อ

ไม่รู้ว่าหักลบแล้วจะยังคงเป็น Green PDP อยู่อีกหรือเปล่า และไม่รู้ว่ามองถูกเป้าหรือเปล่าที่ไปให้น้ำหนักในการลดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ด้วยวิธีนั้น ในขณะที่ข้อมูลของธนาคารโลกระบุว่า การจัดการการใช้ไฟฟ้าหรือการประหยัดพลังงานช่วยลดโลกร้อนได้ 38% ถัดมาเป็นการใช้พลังงานหมุนเวียนที่จะช่วยลดโลกร้อนได้ 23-24%  ส่วนไฟฟ้าจากพลังงานนิวคลียร์มีส่วนช่วยลดโลกร้อนได้เพียง 6% เท่านั้น

เฉพาะประเด็นแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าสีเขียว...ยังเขียวได้อีกกว่านี้หรือไม่  อันนี้ฝากเป็นคำถามในระหว่างที่ยังเปิดรับฟังความคิดเห็นของประชาชนต่อแผนนี้อยู่