45 วันลดถุงพลาสติก ลดโลกร้อน มาถูกทางจริงหรือ???

  • warning: array_map(): Argument #2 should be an array in /home/greenwor/domains/greenworld.or.th/public_html/web/modules/system/system.module on line 1050.
  • warning: array_keys() expects parameter 1 to be array, null given in /home/greenwor/domains/greenworld.or.th/public_html/web/includes/theme.inc on line 1845.
  • warning: Invalid argument supplied for foreach() in /home/greenwor/domains/greenworld.or.th/public_html/web/includes/theme.inc on line 1845.
จิตติมา บ้านสร้าง

45 วันลดถุงพลาสติก ลดโลกร้อน มาถูกทางจริงหรือ???

จิตติมา บ้านสร้าง

 เมื่อวันคุ้มครองโลกซึ่งคือ วันที่ 22 เมษายนที่ผ่านมา  มีการเปิดตัว “โครงการ45 วันลดถุงพลาสติก  ลดโลกร้อน”  เป็นปีที่ 2 โดยเจ้าภาพหลักๆ ก็คือกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม  กรุงเทพมหานคร  และบริษัทห้างร้านอีกสิบกว่าแห่งที่มีกิจการเกี่ยวกับการค้าๆ ขายๆ และต้องให้บริการลูกค้าด้วยการใช้ถุงพลาสติกบรรจุของที่ซื้อ  งานนี้คาดว่าผู้เกี่ยวข้องจะรณรงค์และใช้กลยุทธ์ในการจูงใจประชาชนลดใช้ถุงพลาสติกให้ได้ 8 ล้านใบภายใน 45 วันคือนับจากวันคุ้มครองโลกไปจนถึงวันสิ่งแวดล้อมโลก คือวันที่ 22 เมษายนถึงวันที่ 5 มิถุนายน  โดยวัดเป้าหมายจากการสั่งซื้อถุงพลาสติกของห้างร้านต่างๆ ซึ่งปีนี้ตั้งเป้าอย่างก้าวกระโดด  หลังจากที่ทำโครงการนี้ครั้งแรกปีที่แล้วปรากฏว่าได้ผลการลดการใช้ถุงพลาสติกกว่า 4 ล้านใบ
 

 

ฟังยังไงก็น่าเข้าร่วม  และเมื่อไหร่ก็ตามที่มีการพูดถึงการลดถุงพลาสติก ภาพของถุงผ้าก็จะลอยเข้ามาสู่ห้วงคิดคำนึง  เรื่องนี้มีข้อมูล 2 ชุดที่น่าสนใจซึ่งน่าเอาไปคิดต่อตามไลฟ์สไตล์หรือความสะดวกของแต่ละท่าน

ข้อมูลแรกก็คือข้อมูลของถุงพลาสติก

ถุงพลาสติกเป็นสารประกอบจำพวกไฮโดรคาร์บอนที่สังเคราะห์ขึ้นจากกระบวนการทางเคมี  ภาษาวิทยาศาสตร์เรียกว่า โพลิเมอร์สังเคราะห์ ซึ่งผลิตจาก วัตถุดิบปิโตรเลียม น้ำมันเชื้อเพลิง ถ่านหิน ก๊าซธรรมชาติ จากการสำรวจทางวิชาการพบว่าพฤติกรรมคนไทยเวลาจับจ่ายใช้สอยจะได้รับถุงพลาสติกโดยเฉลี่ยวันละ 3 ใบต่อคน  ในปีหนึ่งๆ ประเทศไทยจะมีขยะจากถุงพลาสติก 73,036.5 ล้านใบต่อปี  คิดเป็นคาร์บอนไดออกไซด์ที่ปล่อยออกไปก็มากกว่า 14 ตันครึ่ง   และเมื่อถุงพลาสติกกลายเป็นขยะก็จะใช้เวลาราว 450 – 500 ปีในการย่อยสลายเพื่อกลับไปเป็นธาตุเดิมของมัน  อย่างไรก็ตาม ที่เราเห็นว่ามันผุกรอบหรือแตกเปื่อยเป็นผง นั่นไม่ใช่การย่อยสลาย  แต่เป็นการแตกสลาย  เพราะมันยังคงสภาพของความเป็นพลาสติกอยู่  แถมด้วยโลหะหนักและสารเคมีที่ประกอบเข้าด้วยกันในกระบวนการผลิตกจึงกลายเป็นมลสารปนเปื้อนในสิ่งแวดล้อม  ไม่ว่าในน้ำ  ดิน  และอากาศที่เราหายใจ 

แต่...ถุงพลาสติกใช้ซ้ำได้  รีไซเคิลได้  ซึ่งยังไม่ค่อยมีคนรู้  ทำให้เวลาแยกขยะขายซาเล้งจึงมักมีแต่กระดาษ  ขวดพลาสติก แต่ไม่มีถุงพลาสติก

ข้อมูลที่ 2 ก็คือข้อมูลของถุงผ้า

ถุงผ้ามี 2 ชนิด คือที่ผลิตจากฝ้าย และโพลีเอสเตอร์ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์จากปิโตรเลียม โดยทั้ง 2 ชนิด มีข้อดีข้อด้อยต่างกัน  ข้อเสียของถุงผ้าจากฝ้ายก็คือ ใช้ทรัพยากรสูง  ในขั้นตอนการปลูกฝ้ายเพื่อผลิตเป็นใยฝ้าย 1 กิโลกรัมจะต้องใช้น้ำ 7,000-23,000 ลิตร  ใช้ปุ๋ย 457 กรัม  ใช้ยาฆ่าแมลงอีก 16 กรัม  ในขณะที่ถุงโพลีเอสเตอร์จะใช้น้ำมันดิบ 1.5 กิโลกรัม  เพื่อผลิตเส้นใยได้ 1 กิโลกรัม  ในส่วนขั้นตอนการผลิตเป็นถุง  ถุงผ้าจะใช้พลังงานในการผลิตมากกว่าถุงโพลีเอสเตอร์ 1.2 เท่า ใช้น้ำมากกว่า 3 เท่า  และปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์มากกว่าถึง 1.5 เท่า  แต่แน่นอนว่าเมื่อกลายเป็นขยะ  มันสามารถย่อยสลายคืนสู่ธรรมชาติได้ 100% ต่างจากโพลีเอสเตอร์ที่ไม่สามารถย่อยสลายได้โดยง่าย  มีการศึกษาว่าถ้าจะใช้ถุงผ้าฝ้ายให้คุ้มกับทรัพยากรที่เสียไปก็คือต้องใช้ถุงนั้นถึง 500 ครั้ง 

คนที่ไปงานต่างๆ คงต้องเคยได้รับแจกถุงผ้าไม่ต่ำกว่า 5-10 ถุงแน่ๆ เพราะแทบทุกหน่วยงานราชการ  บริษัทห้างร้าน  ก็ผลิตถุงผ้าที่เป็นเอกลักษณ์ขององค์กรตัวเองออกมาแจก  รวมทั้งงานรณรงค์ลดถุงพลาสติกของกทม.ที่จัดขึ้นวันที่ 15 พฤษภาคม ที่สวนจตุจักร ก็จะมีถุงผ้าเพิ่มขึ้นมาอีกจำนวนมาก  ในขณะที่ตลาดถุงผ้าก็นับว่าเป็นโอกาสใหม่ของผู้มีฝีมือในการออกแบบและผลิต  ทำให้เอาเข้าจริงจะกลายเป็นว่าถุงผ้าเพิ่มโลกร้อนเสียมากกว่า

การมีจิตสำนึกรักษาโลก  รักษาสิ่งแวดล้อมเป็นเรื่องดี  แต่การตั้งสติใคร่ครวญน่าจะเป็นเรื่องสำคัญกว่า  คิดดี ๆ การเข้าร่วมกิจกรรมลดถุงพลาสติกก็อาจจะไม่ได้มีทางเลือกอยู่ที่ถุงผ้าแต่เพียงหนทางเดียว  ในขณะเดียวกัน  ถ้าจะใช้ถุงผ้า  ตะกร้า หรือภาชนะอื่น  ก็อาจจะมองข้อมูลลักษณะนี้เป็นพื้นฐานได้ว่า  ใช้ภาชนะทดแทนอย่างไรถึงจะคุ้มค่ากับทรัพยากรและลดโลกร้อนได้จริง ๆ