จดหมายถึงอาสาฯ ดาดฟ้าสีเขียว ตอนเก็บกินผักที่บ้านพี่ปริ้นซ์ (1)

  • warning: array_map(): Argument #2 should be an array in /home/greenwor/domains/greenworld.or.th/public_html/web/modules/system/system.module on line 1050.
  • warning: array_keys() expects parameter 1 to be array, null given in /home/greenwor/domains/greenworld.or.th/public_html/web/includes/theme.inc on line 1845.
  • warning: Invalid argument supplied for foreach() in /home/greenwor/domains/greenworld.or.th/public_html/web/includes/theme.inc on line 1845.

 

ถึงอาสาสมัครปลูกผักครับ
 
วันที่ 12 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา พวกเราหลายคนที่มามูลนิธิฯ นอกจากจะได้ชื่นชมกับความงามของแปลงผักที่ร่วมสร้างกันมา ก็ยังลงมือปลูกถั่วฝักยาวกับถั่วพูลงในแปลงผักแปลงที่ 4 กันแล้วครับ โดยมีพี่ปริ้นซ์ใจดีช่วยชี้แนะพวกเราอีกเช่นเคยครับ
 
ครั้งนี้เป็นเรื่องของการเก็บเกี่ยวผลผลิตครับ  ขออนุญาตเล่าให้ฟังอีกเช่นเคยนะครับ
 
ผักทั่วๆ ไปโดยเฉพาะผักคะน้าที่พวกเราเก็บกันในวันนั้น ควรจะตัดเก็บในช่วงเช้า คือตั้งแต่เช้ามืดจนถึงประมาณเก้าโมงเช้า เพราะช่วงนี้เป็นช่วงที่ผักได้ดูดซึมน้ำไว้ในปริมาณที่มากที่สุด  ถ้าตัดช่วงที่ผักมีน้ำอยู่ในต้นเยอะจะทำให้ผักสดอยู่นาน ไม่เหี่ยวเร็ว
 
สำหรับเจ้าคะน้า เวลาเก็บเกี่ยวไม่จำเป็นต้องตัดทั้งต้น  เราสามารถเหลือใบล่างๆ ไว้อย่างน้อยสักหนึ่งคู่ เพื่อให้มันโตใหม่ได้อีก  คะน้าต้นหนึ่งจะตัดกินได้ประมาณ 2-3 ครั้ง ขึ้นอยู่กับการดูแลครับ
 
อุปกรณ์สำหรับตัด ควรจะใช้มีดที่ค่อนข้างคม เพื่อลดการช้ำของต้นผัก และควรตัดขวางในแนวเฉียงเพราะตัดง่ายกว่า จึงทำให้แผลสวยที่สุด  ผักจะมีโอกาสฟื้นตัวได้เร็วขึ้น ดูรูปพี่ฟ้าเป็นตัวอย่างนะครับ ^^
 
 
เชื่อไหมว่า แค่เราดูใบของคะน้าก็สามารถบอกถึงประวัติการดูแลผักได้เลยนะครับ ว่ามีการใส่ปุ๋ยสม่ำเสมอหรือไม่ โดยสังเกตจากความสม่ำเสมอของสีใบครับ  ถ้ามีหลายเฉดเหมือนในรูปล่ะก็…
 
 
แสดงว่ามีการใส่ปุ๋ยไม่สม่ำเสมอครับ  ผักได้รับสารอาหารเป็นช่วงๆ  แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น อาสาสมัครบางคน รวมทั้งผมด้วยก็ตั้งข้อสังเกตว่า คะน้าที่เรากินในราดหน้ายอดผักเจ้าอร่อยทั้งหลายสีมันออกเขียวมากกว่านี้เยอะ ผักของเราไม่ค่อยเขียวสดเท่าไหร่  พี่ปริ้นซ์ชี้แจงว่า นั่นเป็นเพราะเราไม่ได้ใส่ปุ๋ยเคมี สีเขียวเทานี้เป็นสีของคะน้าอินทรีย์ครับ ^^   ได้ฟังแล้วก็ชื่นใจ (กินราดหน้าครั้งต่อไป ลองสังเกตสีผักดูนะครับ)
 
ส่วนคะน้าแก่หรือไม่แก่นั้น สามารถสังเกตได้จากเวลาตัด  ถ้าตัดง่าย ขาดชัวะๆ แสดงว่ายังอ่อนอยู่ครับ  ถ้าแก่แล้วใยเสี้ยนที่อยู่รอบนอกของลำต้นจะแข็ง ตัดยาก เคี้ยวก็ยาก ขมก็ขม จริงไหมครับ
สำหรับหัวไชเท้า การเก็บเกี่ยวดูไม่ยากครับ เมื่อเขาโตเต็มที่ เราจะเห็นหัวขาวๆ ดันตัวเองขึ้นพ้นขอบดิน ขาวอวบพอดูน่ากินก็ใช้ได้แล้วครับ ถอนขึ้นมาเลยครับ
 
 
เวลาถอนหัวไชเท้า ต้องถอนทั้งต้นนะครับ ไม่เหมือนกับคะน้าที่ตัดใบแล้วเดี๋ยวก็งอกใหม่  คนไทยเราคุ้นเคยกับการกินหัวไชเท้าเฉพาะส่วนหัว (ราก) แต่สำหรับคนญี่ปุ่นนอกจากเอาหัวทำน้ำซุบแล้ว ก็ยังนำใบไปทำไส้เกี้ยวซ่าหรืออาหารอื่นๆ อีกมากมายครับ   เรียกว่าใช้ประโยชน์จากทุกส่วนเลยครับ
 
 
หัวไชเท้าของมูลนิธิฯ อวบอ้วนสวย แต่สั้นไปหน่อย สร้างรอยยิ้มและความประหลาดใจให้กับอาสาฯ ทุกคน  นี่แหละหนา เขาว่าอย่าตัดสินหัวไชเท้าจากภายนอก ต้องมองให้ลึกถึงรากถึงโคน 
 
เหตุที่หัวไชเท้าของเราสั้นอย่างนี้ (ปกติที่ขายกันตามท้องตลาด ความยาวประมาณท่อนแขน) กูรูเจ้าชายผักคาดว่าเป็นเพราะแปลงดินของเราที่ไม่ลึกเท่าไหร่ บวกกับสภาพอากาศที่เปลี่ยนไปเปลี่ยนมา หัวจึงออกมาสั้นไปหน่อย แต่ดูอวบแน่น น่าจะให้รสชาติน้ำซุปที่ดี ---> เริ่มจินตนาการถึงน้ำซุปร้อนๆ แล้วครับ
 
สำหรับมะเขือเทศที่ปลูกที่นี่เป็นพันธุ์สีดา  พันธุ์นี้นิยมใช้ตำส้มตำครับ  เคล็ดลับของการปลูกให้ได้ต้นมะเขือเทศทรงสวยก็คือต้องเด็ดแขนงที่งอกมาระหว่างกิ่งกับยอดออกสัก 2-3 แขนง จะทำให้ต้นไม่เตี้ยมากและมีโอกาสติดผลได้มากขึ้นครับเมื่อไหร่ที่ผลสีอมชมพูสวยน่ากินก็ถึงเวลาเด็ดกินได้แล้วครับ  ถ้าเด็ดแล้วขั้วหลุดง่ายก็แปลว่าสุกดีแล้วครับ 
 
 
 
 
พอเก็บผักเสร็จแล้ว ก็ปลูกเพิ่มครับ สวนผักของเราจะได้มีพืชผักกินกันไปตลอด
  
 
ถ้าเริ่มปลูกตอนนี้ ก็คงต้องคิดเผื่อไว้รับมือกับฤดูร้อนที่กำลังมาถึงครับ เราจึงเลือกปลูกถั่วฝักยาวกับถั่วพู  ดังนั้นเจอกันครั้งต่อไปคงต้องมาช่วยกันทำ “ค้าง” เพื่อให้ถั่วเลื้อยไต่ขึ้นไปได้ครับ  พวกนี้โตเร็วซะด้วยสิ  อีกไม่กี่วันคงได้เจอกันอีกแล้วละครับ
ทุกครั้งที่ตั้งใจเขียนจดหมาย พยายามเสมอที่จะให้สั้นกระชับนะครับ แต่ไปๆ มาๆ มักจะออกมายาวทุกทีเลย -*-  สงสัยคงต้องขอเก็บตอนเยี่ยมชมสวนของเจ้าชายผักไว้เล่าต่อในฉบับหน้าแล้วกันนะครับ ฉบับนี้ขอปิดท้ายด้วยรูปนี้ครับ 
 
 
---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
* อธิบายเพิ่มเติมสำหรับผู้ที่บังเอิญหลงเข้ามาอ่าน  :)
โครงการดาดฟ้าสีเขียว ของมูลนิธิโลกสีเขียว ได้เริ่มดำเนินการมาตั้งแต่กลางเดือนตุลาคมปีที่แล้ว (2553)
จนถึงวันนี้ (กุมภาพันธ์ 2554) รวบเป็นระยะเวลากว่า 4 เดือน ที่พวกเราได้รู้จักกันผ่านห้องเรียนปลูกผักบนพื้นที่ดาดฟ้าของมูลนิธิฯโดยมีอาจารย์ประจำชั้น นคร ลิมปคุปตถาวร หรือ พี่ปริ้นซ์ เจ้าชายผักของเรา ช่วยถ่ายทอดวิทยายุทธให้พวกเราตั้งแต่ระดับแรกสุด ก่อนจะเริ่มปลูกผัก วางแผน ทำแปลง เตรียมดิน เพาะย้ายกล้า ทำปุ๋ย น้ำหมัก ยาป้องกันแมลง วิธีไล่นก ฯลฯ ตลอดจนมาถึงการเก็บเกี่ยว 
 ถึงตอนนี้ แม้ว่าผลที่ออกมาเมื่อเทียบกับค่ารถราและเวลาที่เสียไปแล้ว ยังห่างไกลจากคำว่า “คุ้มทุน” แม้ว่าผลผลิตที่พวกเราปลูกและเฝ้าดูแล อาจยังไม่งอกงามดังที่ควรจะเป็น แต่อย่างน้อย เราทุกคนก็ไม่ได้ยืนอยู่ที่ศูนย์อีกต่อไป มือของเราได้เปื้อนดิน ได้ลงมือทำ ทำได้บ้าง ไม่ได้บ้าง แต่อย่างน้อยก็คุ้นเคยกับชีวิตของพืชผักมากขึ้น และผมเชื่อว่านี่เป็นจุดเริ่มต้นที่ดี เพราะเราได้ผ่านอุปสรรคที่สำคัญที่สุดไปแล้วครับ สิ่งนั้นคือ “การเริ่มต้น”
 
“หนทางยาวไกลหมื่นลี้ ต้องเริ่มที่ก้าวแรก” พวกเรามารวมกันในห้องเรียนนี้ ต่างคนอาจมาด้วยต่างเหตุผล แต่มีเป้าหมายหนึ่งร่วมกัน  การส่งมอบผักอินทรีย์แทนความห่วงใยไปถึงเด็กๆ ในบ้านปรานี ด้วยความตั้งใจดีนี้ อีกไม่นานดอกผลจะผลิบานในเร็ววันครับ