จดหมายถึงอาสาฯ ดาดฟ้าสีเขียว ตอนเก็บกินผักที่บ้านพี่ปริ้นซ์ (2)

  • warning: array_map(): Argument #2 should be an array in /home/greenwor/domains/greenworld.or.th/public_html/web/modules/system/system.module on line 1050.
  • warning: array_keys() expects parameter 1 to be array, null given in /home/greenwor/domains/greenworld.or.th/public_html/web/includes/theme.inc on line 1845.
  • warning: Invalid argument supplied for foreach() in /home/greenwor/domains/greenworld.or.th/public_html/web/includes/theme.inc on line 1845.

 

ขอเล่าต่อจากฉบับที่แล้วนะครับ  ฉบับที่แล้วได้พูดถึงการเก็บเกี่ยวผลผลิตไปครับ  ฉบับนี้จะเล่าต่อว่าผักที่เก็บได้ในวันนั้นเดินทางไปไหน

ตามความตั้งใจเดิม ผักที่ได้จากการปลูกบนดาดฟ้าทั้งหมดจะเอาไปมอบให้เด็กๆ ที่บ้านปรานีครับ แต่สำหรับผักที่เก็บได้ในครั้งนี้ ถือเป็นข้อยกเว้นพิเศษ เพราะว่าก่อนที่เราจะเอาผักไปให้น้องๆ ได้ อย่างน้อยที่สุดเราต้องมั่นใจว่าผักเรานั้นเป็นของดีมีคุณภาพจริง ดังนั้นการพิสูจน์ที่ดีที่สุดก็คือการลอง “ชิม” ดูครับ (มีเหตุ มีผล ไหมล่ะ :P)

ดังนั้น พออาสาสมัครได้เรียนรู้เรื่องการเก็บเกี่ยวผักจากดาดฟ้ามูลนิธิฯ เรียบร้อยแล้ว เราจึงเดินทางไปบ้านพี่ปริ้นซ์ หรือ ศูนย์เรียนรู้เกษตรในเมือง สาขาเจ้าชายผัก (ลาดพร้าว 71)กัน  นอกจากมาขอตั้งหม้อสุกี้ทดลองชิมผักอินทรีย์ที่เราปลูกกันเองแล้ว ก็ตั้งใจมาเยี่ยมชมแปลงผักอินทรีย์บนดินตามคำชวนของแกด้วย แกอยากให้เราลองมาดูการปลูกผักหลายๆ แบบครับ เผื่อใครจะเกิดแรงบันดาลใจกลับไปขุดดินปลูกผักที่บ้านกันต่อ แต่ก่อนไปสร้างแรงบันดาลใจ ขอพักชิมผักให้อิ่มท้องก่อนล่ะ..............

 

ผักที่ปลูกเองเก็บเอง อร่อยกว่าหรือเปล่า?

สำหรับตัวผม มันอร่อยกว่าผักทั่วไปหรือเปล่าไม่รู้ แต่กินเพลินๆ  หันไปหันมา กองผักจานโตก็อันตรธานหายไปก่อนที่จะอิ่มเสียด้วยซ้ำ ^^  อาสาฯ บางคนบอกว่าผักอินทรีย์ กินสดๆ แล้วรู้สึกกรอบกว่า มีรสชาติที่แตกต่างจากผักเคมี  ที่เห็นได้ชัดคือไม่เหม็นเขียว  ความรู้สึกของคนลิ้นจระเข้อย่างผม แม้จะสัมผัสความละเอียดอ่อนที่ว่าไม่ค่อยได้ แต่การที่เราปลูกเองกับมือ ทำให้เกิดความมั่นใจว่าทุกคำที่เคี้ยวไปนั้น ปลอดภัยจากสารพิษตกค้าง  และความมั่นใจนี้ส่งผลให้ผมรู้สึกว่าอาหารมันอร่อยขึ้นจริงๆ ครับ  คุณสามารถเคี้ยวผักเต็มปากเต็มคำ อย่างสะใจ ทั้งจานมีแต่ผัก เห็ด ที่เพาะเองปลูกเอง ลองคิดดูนะครับ ว่านานแค่ไหนแล้วที่เราไม่ได้กินผักเยอะแยะอย่างนี้ โดยไม่กังวลถึงความสะอาดหรือสารพิษตกค้าง

ถ้าคิดว่า “ไม่กังวลเลยกับการกินผักตามท้องตลาดทั่วไป” ผมว่ารีบกังวลเสียดีกว่าครับ เพราะโรงพยาบาลบางโพเคยไปตรวจเลือดของคนที่มาเที่ยวงานกรีนแฟร์’53เพื่อหาสารพิษตกค้างจากผัก ผลออกมาดังนี้ครับ

ขอบอกก่อนว่า นี่คือผลเลือดของกลุ่มคนที่มีแนวโน้มใส่ใจต่อสุขภาพนะครับ ประมาณครึ่งหนึ่งของคนกลุ่มนี้บริโภคผักที่มีสารพิษตกค้างในระดับที่มีความเสี่ยงที่จะกระทบต่อสุขภาพ  ข้อมูลเท่านี้ยังไม่พอครับ ผมมีอีกข้อมูลหนึ่งจากโรงพยาบาลบางโพเช่นกัน เป็นผลการตรวจเลือดของสื่อมวลชนที่มางานแถลงข่าวกรีนแฟร์’53ในเดือนเดียวกัน 33 คน ผลออกมาดังนี้ครับ

- ปลอดภัย 6 คน, 18%

- มีความเสี่ยง 18 คน, 55%

- ไม่ปลอดภัย 9 คน, 27%

 

แม้ตัวอย่างเลือดจะน้อยเกินกว่าที่จะด่วนสรุปว่า กลุ่มนักข่าวคือตัวแทนของคนทั่วไปที่ไม่ได้พิถีพิถันกับอาหารการกิน แต่ก็พอจะเชื่อได้ว่าผักผลไม้ในท้องตลาดที่เราบริโภคกันอยู่ น่ากังวลขนาดไหนนะครับ…TT

..

..

..

ว่าแล้วก็ขอแว๊บไปหม่ำผักปลูกเองต่อนะครับ

..

..

..

เมื่ออิ่มท้องอย่างปลอดภัยแล้ว ก็ได้เวลาลงสำรวจสวนหลังบ้านของเจ้าชายผักแล้วครับ

 

พื้นที่สวนของเจ้าชายผักมีประมาณ 60ตารางวาครับ ปลูกผักไว้ กว่า 10ชนิด เน้นปลูกพืชตามฤดูกาล  ตอนที่เราไปกันเป็นช่วงเดือนกุมภาพันธ์ปลายฤดูหนาวครับ เลยได้เห็นผักสลัดนานาพันธุ์เบิกบานอยู่เต็มแปลง มีทั้ง กรีนโอ๊ก เร้ดโอ๊ก เบบี้คอส นอกจากนั้นก็มีผักพื้นบ้านอย่างผักโขม มะเขือเทศ 3-4ชนิดทั้งพันธุ์ไทยและพันธุ์เทศ มะเขือเทศสีดา แบบเดียวกับที่ปลูกบนดาดฟ้ามูลนิธิฯ ก็มี พริกขี้หนูที่ดกมากจนเหี่ยวเพราะเก็บกินไม่ทัน กล้วยนาก กล้วยที่มีเครือสีแดงเป็นเอกลักษณ์ หาดูได้ยากก็มีอยู่ในสวนผักของแก

มาที่นี่ นอกจากจะได้ชมผักหลากหลายชนิดแล้ว ยังได้เห็นนวัตกรรมต่างๆ สำหรับการปลูกผักอีกด้วย

ที่เห็นในภาพนี้เป็นแปลงผักบนโต๊ะครับ ออกแบบเพื่อความสะดวกในการดูแลผัก เหมาะสำหรับผู้สูงวัย เพราะไม่ต้องลุกๆ นั่งๆ บ่อยๆ หรือให้คนพิการนั่งรถเข็นใช้ ก็จะทำให้เขาสามารถปลูกผักกินเองได้  ในต่างประเทศการให้คนป่วยหรือคนพิการได้ลงมือปลูกผักเองถือเป็นการบำบัดอาการเจ็บป่วยที่ดีด้วยนะครับ  โต๊ะปลูกผักนี้ตั้งอยู่บนพื้นดินหรือพื้นดาดฟ้าก็ได้ ไม่ต้องกังวลเรื่องการรั่วซึมหรือความสะอาด เพราะพื้นแปลงที่ยกสูงทำให้ทำความสะอาดได้ทั่วถึงครับ

ในภาพนี้เป็นแปลงผักกันแดด ด้านบนของแปลงจะมีผ้าใยกรองแสง คลุม สามารถเลื่อนเปิดปิดได้ตามสะดวก ทำให้เราสามารถคุมแสงแดดในแปลงผักได้  เหมาะสำหรับผักใบใหญ่ๆ โดยเฉพาะตอนกลางวันแดดจัดๆ ใบมักจะเหี่ยวเสมอ การมีผ้าใยกรองแสงคลุมก็จะทำให้ผักยังเริงร่าอยู่ได้แม้ตอนแดดจัด

 

นวัตกรรมสุดท้ายที่ขอเอามาเล่า คือ “กระถาง ลืม!!รดน้ำ” หลักการคล้ายๆ กับกระถางต้นไม้ออมน้ำที่ผมเขียนเล่าไปก่อนหน้านี้แล้วครับ คือ มีส่วนที่เก็บออมน้ำอยู่ด้านล่างของกระถาง ซึ่งน้ำจะถูกดูดขึ้นไปใช้ในชั้นดินข้างบนทีละน้อย ทำให้ดินรักษาความชุ่มชื้นได้ยาวนานขึ้น แม้ไม่ได้รดน้ำเลยก็ตาม แต่ “กระถาง ลืม!! รดน้ำ” นี้วิธีประดิษฐ์แสนง่ายและรักษ์โลก เพียงใช้ขวดน้ำพลาสติกเหลือใช้เพียงขวดเดียวก็ทำได้ และไม่จำเป็นต้องใช้เศษผ้าเป็นตัวดูดน้ำขึ้นไปด้วย แต่ใช้วิธีให้ดินบริเวณฝาขวดทำหน้าที่ดูดน้ำแทน  ดังนั้นเราต้องคอยสังเกตไม่ให้ระดับน้ำลดต่ำกว่าระดับฝาขวด   (ดูวิธีการทำกระถางต้นไม้ออมน้ำ เพิ่มเติม คลิ้กที่นี้)

หวังว่าเมื่ออ่านมาถึงบรรทัดนี้ อาสาฯ ที่ไม่มีโอกาสมากับพวกเราหนนี้ คงจะได้แรงบันดาลใจลุกขึ้นมาปลูกผักกินเองไว้หลังบ้านบ้างนะครับ  เริ่มต้นจากผักที่ดูแลง่ายๆ อย่างกะเพรา โหระพา พริก ก่อนก็ได้ครับ  อาจลองประดิษฐ์ “กระถาง ลืม!! รดน้ำ” ตามอย่างพี่ปริ้นซ์ก็น่าจะดีนะครับ  ใครที่เริ่มลงมือแล้วอย่าลืมส่งภาพมาอวดกันบ้างนะครับ

 สำหรับการเดินทางมาเยี่ยมชมสวนของเจ้าชายผักในครั้งนี้ พวกเราอาสาสมัครต้องขอขอบคุณพี่ปริ้นซ์และพี่จิ๊ก(ภรรยา)จากใจเลยนะครับ  และไว้โอกาสหน้า จะพาอาสาสมัครรุ่นต่อๆ ไปมาเยี่ยมเยียนสวนเจ้าชายผักอีกนะครับ…

ซันชิโร่