"เอเย่นต์ ออเร้นจ์" ที่บ่อฝ้าย มรดกพิษจากสหรัฐฯ

  • warning: array_map(): Argument #2 should be an array in /home/greenwor/domains/greenworld.or.th/public_html/web/modules/system/system.module on line 1050.
  • warning: array_keys() expects parameter 1 to be array, null given in /home/greenwor/domains/greenworld.or.th/public_html/web/includes/theme.inc on line 1845.
  • warning: Invalid argument supplied for foreach() in /home/greenwor/domains/greenworld.or.th/public_html/web/includes/theme.inc on line 1845.

เรื่อง เกื้อเมธา ฤกษ์พรพิพัฒน์ 

19 มีนาคม 2542 ในระหว่างการปรับพื้นที่เพื่อขยายทางรันเวย์ของสนามบินบ่อฝ้าย อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ จู่ๆ รถแบ็กโฮก็ขุดกระทบถังบรรจุสารเคมีที่ฝังอยู่ใต้ดินลึก 1.5 เมตร จนเกิดการรั่วไหล ส่งกลิ่นฉุนคลุ้งกระจาย จนคนงานไม่สามารถทำงานต่อไปได้ และชาวบ้านที่อาศัยอยู่ในบริเวณใกล้เคียงเกิดความแตกตื่น เมื่อมีข่าวแพร่สะพัดว่า สารเคมีที่อยู่ในถังนั้นคือเอเย่นต์ ออเร้นจ์ (Agent Orange)

เอเย่นต์ ออเร้นจ์ เป็นสารพิษระดับตำนานที่ทหารอเมริกันใช้ในการศึกสมัยสมรภูมิรบที่สงครามเวียดนามในช่วงปี 2504 – 2518 โดยใช้เครื่องบินฉีดพ่นป่ารกทึบให้ใบไม้ร่วง เพื่อทหารเวียดกงจะได้ปราศจากที่หลบซ่อน ฝนเหลืองไม่เพียงแต่ทำลายสภาพป่าในตอนนั้น ซึ่งธนาคารโลกเคยประเมินว่ากินบริเวณกว้างประมาณ 625,000 ไร่ ถึง 12,500,000 ไร่ แต่ยังส่งผลกระทบสุขภาพต่อคนเวียดนามใต้ตราบจนปัจจุบัน โดยเฉพาะประชาชนที่เคยสัมผัสและบรรดาทหารผ่านศึก เนื่องจากเอเย่นต์ ออเร้นจ์มีส่วนประกอบของสารไดออกซิน ซึ่งเป็นสารก่อมะเร็ง มีผลกระทบต่อระบบสืบพันธุ์ และทำลายระบบประสาทส่วนกลาง อีกทั้งสารเคมีชนิดนี้ยังเป็นสารที่ย่อยสลายได้ยากในธรรมชาติ ทำให้สามารถสะสมในห่วงโซ่อาหารเมื่อเกิดการปนเปื้อนในสิ่งแวดล้อม

สำหรับเหตุการณ์ที่สนามบินบ่อฝ้าย ได้ขุดพบภาชนะเหล็กสภาพผุกร่อนขนาด 200 ลิตร ภายในว่างเปล่า 1 ถัง และถังบรรจุสารเคมีขนาด 15 ลิตร 5 ถัง มีข้อความและหมายเลขกำกับว่า “Delaware Barrel PAT NO 2842282, Tri-sure, American lange, NY” ซึ่งคำว่า Delaware (เดลาแวร์) นั้น เป็นชื่อเมืองหนึ่งในสหรัฐอเมริกา ในตอนแรกหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นกรมควบคุมมลพิษ กรมวิชาการเกษตร กรมการบินพาณิชย์ในฐานะเจ้าของพื้นที่ ต่างพากันออกมาปฏิเสธว่าไม่ใช่เอเย่นต์ ออเร้นจ์ และตรวจไม่พบสารไดออกซิน

อย่างไรก็ตาม ชาวบ้านที่อยู่ในละแวกนั้นมาตั้งแต่ครั้งยังเป็นสนามบินของทหารอากาศ รวมทั้งอดีตเจ้าหน้าที่ของศูนย์ฝึกการบินเอง กลับยืนยันว่า สารที่พบโดยบังเอิญนี้ เป็นสารเคมีที่ทหารอเมริกันใช้ในการทำสงครามอย่างแน่นอน พร้อมกับทยอยนำข้อมูลและภาพถ่ายการทดลองใช้เมื่อปี 2506 มาแสดงแก่สื่อมวลชน

ท่ามกลางความเคลือบแคลงของสังคม บวกกับแรงกดดันขององค์กรพัฒนาเอกชนทั้งไทยและต่างประเทศ ตลอดจนสื่อมวลชนที่ขุดคุ้ยอย่างต่อเนื่อง ในที่สุดโฆษกสถานทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทยได้ออกมายอมรับกับสำนักข่าวเอพีว่า กองทัพสหรัฐฯ เคยเข้ามาปฏิบัติการทดลองในประเทศไทยที่บริเวณค่ายทหารธนรัชต์ อำเภอปราณบุรี ในช่วงปี 2507 – 2508 ภายใต้ชื่อ โครงการปฏิบัติการทดลองใบไม้ร่วงในประเทศไทย (Thailand Defoliation Program) นอกจากนี้ ในเอกสารที่สถานทูตสหรัฐฯ ส่งให้ประเทศไทยในเวลาต่อมา ยังระบุด้วยว่า นอกจากเอเย่นต์ ออเร้นจ์แล้ว ยังมีการทดลองสารเคมีตัวอื่นๆ ด้วย เพื่อเปรียบเทียบกับสารสีส้ม เช่น สารสีม่วง สารสีชมพู เป็นต้น อย่างไรก็ดี ยังคงปฏิเสธว่าสารเคมีที่ขุดพบใช่เอเย่นต์ ออเร้นจ์

ภายหลังการออกมาเปิดเผยของทางสหรัฐฯ กรมควบคุมมลพิษได้ยอมรับว่าประเทศไทยยังไม่มีเครื่องมือในการตรวจหาสารไดออกซิน พร้อมกันนั้นได้ลงพื้นที่เก็บตัวอย่างดินมาตรวจสอบอีกครั้ง โดยส่วนหนึ่งส่งไปตรวจสอบที่ห้องปฏิบัติการเอกชนของสหรัฐฯ และแคนาดา ผลการตรวจสอบจากห้องปฏิบัติการในต่างประเทศปรากฏชัดเจนว่า พบสารไดออกซินในตัวอย่างทั้งหมด โดยมี 1 ตัวอย่างที่ผลการตรวจมีค่าสูงกว่าเกณฑ์มาตรฐานสากลถึง 50 เท่า ซึ่งมีค่าสูงถึง 2,002 พีพีที (ส่วนในพันส่วน)

ถึงแม้ความจริงจะปรากฏ แต่เรื่องราวหาได้จบลงง่ายๆ เพราะเมื่อกรมควบคุมมลพิษออกแบบหลุมฝังกลบเสร็จเรียบร้อย แต่ไม่ว่าพื้นที่ใดที่ถูกเลือกให้เป็นที่ฝังกากสารพิษ ก็ได้รับการคัดค้านจากประชาชนในพื้นที่ทุกแห่ง แม้กระทั่งในบริเวณสนามบินบ่อฝ้ายเองก็ตาม ก็ได้รับการคัดค้านจากองค์การบริหารส่วนจังหวัด จนในที่สุดรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ ในสมัยนั้น ต้องสั่งเดินหน้าการฝังกลบในพื้นที่ของสนามบินเอง หากทว่ากรมควบคุมมลพิษก็ไม่สามารถดำเนินการได้ เนื่องจากในระหว่างนั้นกรมการบินพาณิชย์ได้ลักลอบนำดินปนเปื้อนไปทิ้งในที่ดินเอกชนโดยไม่ได้บอกกล่าวใครเสียก่อนแล้ว ต่อเมื่อเจ้าของที่ดินทราบเรื่องจึงไม่ยอมให้มีการขนดินกลับออกไป จนกว่าจะชดใช้ค่าเสียหาย 8 ล้านบาท สุดท้ายหน่วยงานรัฐต้องแจ้งความดำเนินคดีกับเจ้าของที่ดินในข้อหาครอบครองวัตถุอันตราย และใช้อำนาจตามพระราชบัญญัติวัตถุอันตราย พ.ศ. 2535 สั่งการให้เจ้าของที่ดินยินยอมนำดินปนเปื้อนออกมากำจัด

ภาคต่อของสงครามเวียดนามเรื่องนี้ ปิดฉากลงด้วยการฝังกลบกากสารพิษในบริเวณของสนามบินบ่อฝ้าย โดยเจ้าหน้าที่กรมควบคุมมลพิษชี้แจงว่า จะมีการเก็บตัวอย่างดินบริเวณใกล้เคียงมาตรวจสอบปีละ 2 ครั้ง เป็นเวลาติดต่อกัน 10 ปี แล้วถ้าหากมีการรั่วซึม ก็จะแก้ปัญหาด้วยการรื้อขึ้นมาฝังกลบใหม่

...แต่ใครจะรู้เล่า หากมีการรั่วซึมของไดออกซินเกิดขึ้น นั่นเพราะประเทศไทยยังไม่มีห้องปฏิบัติการที่สามารถตรวจหาสารไดออกซินได้

ส่วนสหรัฐอเมริกาในฐานะเจ้าของสารพิษ ยังคงลอยนวลเหนือความรับผิดชอบ

 

หมายเหตุ ในช่วงที่มีการขุดพบถังบรรจุสารเคมีที่สนามบินบ่อฝ้าย สื่อมวลชนและหลายหน่วยงานได้เรียกสารเคมีชนิดนี้ว่า "ฝนเหลือง" ซึ่งในข้อเท็จจริงแล้ว "ฝนเหลือง" หรือ "yellow rain" กับ "เอเย่นต์ ออเร้นจ์" (Agent Orange) เป็นสารเคมีคนละชนิดกัน กล่าวคือ ฝนเหลืองเป็นสารพิษ T-2 toxin ในกลุ่มสารพิษจากเชื้อราตระกูล Trichothesene ซึ่งรัสเซียใช้ในช่วงสงครามที่บุกประเทศอัฟกานิสถาน ส่วน เอเย่นต์ ออเร้นจ์ เป็นสาร 2,4-D ผสม 2,4,5-T โดยมีไดออกซินปนเปื้อนอยู่ด้วย ซึ่งสารเคมีชนิดนี้เป็นสารเคมีที่สหรัฐฯ ใช้ในสงครามเวียดนาม...ขอขอบคุณ รศ.ดร.แก้ว กังสดาลอำไพ ที่ชี้แจงข้อมูลที่ถูกต้องมาให้