“สมัน” ...เรื่องราวของสัตว์ในความทรงจำ

  • warning: array_map(): Argument #2 should be an array in /home/greenwor/domains/greenworld.or.th/public_html/web/modules/system/system.module on line 1050.
  • warning: array_keys() expects parameter 1 to be array, null given in /home/greenwor/domains/greenworld.or.th/public_html/web/includes/theme.inc on line 1845.
  • warning: Invalid argument supplied for foreach() in /home/greenwor/domains/greenworld.or.th/public_html/web/includes/theme.inc on line 1845.

เรื่อง อุบลวรรณ กระปุกทอง, เสมอชน ธนพัธ

เมื่อเอ่ยถึงสมัน คนรุ่นนี้คงไม่มีใครเคยเห็น นอกจากภาพเก่าและการเรียนเขียนอ่านในตำรา เพราะว่ามันได้สูญพันธุ์ไปแล้ว

สมัน หรือ เนื้อสมัน (Schomburgk’s Deer) เป็นสัตว์เฉพาะถิ่นที่พบเพียงในประเทศไทย เดิมทีอาศัยอยู่ชุกชุมตามที่ราบลุ่มเจ้าพระยา รวมถึงแถวทุ่งบางปะกง สุพรรณบุรี นครสวรรค์ ฯลฯ

ความที่สมันเป็นกวางชนิดหนึ่งที่ตัวผู้มีเขาขนาดใหญ่ แตกกิ่งก้านออกหลายแขนง โค้งงอนสวยงาม อาจเรียกได้ว่าเป็นกวางที่มีเขาสวยงามมากที่สุดชนิดหนึ่งของโลกก็ว่าได้ ด้วยเหตุนี้ มันจึงมักอาศัยหากินอยู่ตามทุ่งโล่ง แทนที่จะอยู่ในป่ารกชัฏ มีเถาวัลย์และกิ่งไม้ที่จะพันเกี่ยวเขาของมัน ซึ่งเป็นอุปสรรคในการหากินและหลบซ่อนตัว

ครั้นเมื่อไทยเปิดประเทศและค้าขายกับต่างชาติ ซึ่งมีข้าวเป็นสินค้าส่งออกที่สำคัญ ทำให้มีการบุกเบิกพื้นที่เพื่อตั้งถิ่นฐานและทำเกษตร จนสภาพพื้นที่เดิมที่เคยเป็นทุ่งหญ้าแปรเปลี่ยนเป็นนาข้าว พร้อมๆ กับการหดหายไปของแหล่งที่อยู่อาศัยของสมัน

นอกจากนี้ การล่าที่นิยมกันในสมัยนั้น ก็เป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่เป็นตัวเร่งให้สัตว์ชนิดนี้ที่เคยมีอยู่เป็นจำนวนมาก หายไปตลอดกาล

จากบันทึกเรื่องเล่าในหนังสือเที่ยวป่า ของนายแพทย์บุญส่ง เลขะกุล ระบุว่า หากเป็นฤดูฝนน้ำมาก สมันจะหนีขึ้นไปอาศัยอยู่ตามที่ดอน ชาวบ้านก็จะพากันขี่ควายเข้าไปล้อมแทง สมันลุยน้ำไม่เก่งอย่างควาย หากลุยน้ำหนี ไม่ช้าคนก็มักไล่ทัน ส่วนในฤดูหนาว ซึ่งเป็นฤดูที่สมันติดสัด ตัวผู้จะพยายามกีดกันไม่ให้ตัวผู้อื่นเข้าใกล้ฝูงตัวเมีย หากเห็นตัวผู้อื่นเข้ามาใกล้ ก็จะเข้าไปต่อสู้ ขวิดไล่ ชาวบ้านจึงเอาเขาของมันมาผูกติดกับศีรษะ แล้วค่อยๆ คลานเข้าไป เมื่อตัวผู้เข้าใจผิด มาขับไล่ คนก็จะเอาหอกแทง

ไม่มีใครทราบแน่ชัดว่า สมันตัวสุดท้ายสูญพันธุ์ไปจากประเทศไทยเมื่อไร แต่ในปี 2481 เมื่อสมันเพศผู้ตัวหนึ่งที่สมภารวัดในมหาชัยเลี้ยงไว้ ถูกชายขี้เมาตีจนตาย นั่นก็กลายเป็นบทสุดท้ายเท่าที่มีการบันทึกถึงสัตว์ที่ได้ชื่อว่า “สมัน”

แม้ขณะนั้นเชื่อกันว่ายังพอมีสมันอาศัยในทุ่งสมุทรสาครและสมุทรสงครามอยู่บ้าง แต่ก็ไม่มีใครสนใจ แล้วในเวลาต่อมาเมื่อพื้นที่เหล่านั้นถูกนำมาทำเป็นนาเกลือ นาข้าว รวมทั้งนากุ้ง สมันจึงเป็นสัตว์ที่สูญพันธุ์ไปอย่างแท้จริง

ถึงในพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2535 จะระบุให้สมันเป็นหนึ่งในสัตว์ป่าสงวน 15 ชนิด โดยให้ความคุ้มครองไปถึงซากสัตว์ แต่สถานภาพนั้นก็ดูจะเกิดขึ้นล่าช้าเกินไปมาก เพราะไม่อาจคุ้มครองชีวิตสมันให้เหลือรอดอยู่บนโลกนี้ได้

สิ่งที่เหลือรอดคงมีเพียงซากเขาสวยงามที่ไร้ลมหายใจ

 

ภาพจาก : http://th.wikipedia.org/wiki/