อดีตต้นลำพู สัญลักษณ์ที่เคยมีชีวิต ณ บางลำพู

  • warning: array_map(): Argument #2 should be an array in /home/greenwor/domains/greenworld.or.th/public_html/web/modules/system/system.module on line 1050.
  • warning: array_keys() expects parameter 1 to be array, null given in /home/greenwor/domains/greenworld.or.th/public_html/web/includes/theme.inc on line 1845.
  • warning: Invalid argument supplied for foreach() in /home/greenwor/domains/greenworld.or.th/public_html/web/includes/theme.inc on line 1845.

เรื่อง อุบลวรรณ กระปุกทอง

วันนี้ หากใครได้แวะไปสวนสันติชัยปราการ สวนสาธารณะที่ตั้งอยู่บนถนนพระอาทิตย์ริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา สำหรับคนคุ้ยเคยอาจพบว่า ไม่ไกลจากพระที่นั่งสันติชัยปราการนั้นมีบางสิ่งหายไป แต่ถ้าใครไม่คุ้นเคยและไม่เคยได้ยินเรื่องราว ก็อาจเห็นเพียงตอไม้...ตอของอดีตลำพูต้นเก่าแก่ที่หลายคนยกให้เป็นสัญลักษณ์ทางประวัติศาสตร์ของชุมชนบางลำพู

บางลำพูในอดีต จากคำบอกเล่าของคนเฒ่าคนแก่ว่ากันว่า นอกจากจะมีต้นลำพูขึ้นอยู่มากแล้ว ยังมีหิ่งห้อยคอยส่องแสงให้เห็นอยู่แถวต้นลำพูอีกด้วย แต่ก็เหมือนว่าความทรงจำเหล่านั้นค่อยๆ เลือนหายไปพร้อมๆ กับต้นลำพูที่ถูกตัดถูกโค่นทิ้ง

ประวัติศาสตร์ที่เลือนหาย ทำให้แม้แต่ชื่อที่ใช้เรียกชุมชนก็ยังสับสน บ้างว่าที่นี่คือ “บางลำพู” แต่บ้างก็ว่า “บางลำภู” ทั้งป้ายร้าน อาคาร ถนน ต่างเขียนชื่อบางนี้ไปกันคนละแบบทั้งที่อยู่ในถิ่นเดียวกัน

จนในปี 2540 ธวัช เซ็นสว่าง ผู้นำชุมชนบางลำพู ณ ขณะนั้น ได้พาคณะครูนักเรียนโรงเรียนวัดสังเวชกลุ่มหนึ่งที่ร่วมทำโครงการสืบค้นประวัติศาสตร์ท้องถิ่นบางลำพูที่ริเริ่มโดยองค์กรพัฒนาเอกชนบางกอกฟอรั่ม ไปดูต้นลำพูต้นสุดท้ายของย่านนี้ที่ยังยืนหยัดอยู่ริมฝั่งน้ำเจ้าพระยา บริเวณสำนักงานกลางโรงงานน้ำตาล (เดิม) ซึ่งจากการสำรวจของผู้เชี่ยวชาญด้านป่าชายเลนในเวลาต่อมา พบว่าลำพูต้นดังกล่าว วัดเส้นรอบวงที่โคนต้นได้ 452.5 เซนติเมตร ทำให้คำนวณได้ว่า ไม้ต้นนี้น่าจะมีอายุกว่า 100 ปีขึ้นไป

ลำพู หรือที่มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Sonnerratia caseolaris เป็นพันธุ์ไม้ป่าชายเลน ชอบขึ้นอยู่ในเลนที่น้ำท่วมถึง ไม่มีรากแก้วแต่มีรากแขนงกระจายออกมาเป็นแนวรัศมีขนานไปกับผิวดินไว้ดูดน้ำและธาตุอาหาร และมีรากหายใจชูตั้งงอกเหนือพื้นดิน

การค้นพบลำพูต้นนี้ไม่เพียงเป็นสิ่งยืนยันถึงที่มาของชื่อชุมชน ว่าที่แห่งนี้ได้ชื่อว่าบางลำพูเนื่องจากเคยมีต้นลำพูขึ้นอยู่มาก แต่ยังสะท้อนว่าบางลำพูเคยมีระบบนิเวศเหมาะสมสำหรับการดำรงอยู่ของต้นลำพูอีกด้วย แม้ปัจจุบันจะแปรสภาพกลายเป็นบ้านเรือน ที่อยู่อาศัย และอาคารสำนักงานไปเกือบหมดสิ้นแล้วก็ตาม

แต่แล้วปลายปี 2554 ประเทศไทยประสบอุทกภัยครั้งใหญ่ น้ำท่วมเป็นเวลาหลายเดือน ไม่เว้นแม้แต่กรุงเทพฯ โดยในปลายเดือนกันยายนถึงธันวาคม น้ำเจ้าพระยาสูงจนท่วมมิดรากอากาศของต้นลำพู พอน้ำลด ลำพูที่ยืนต้นท้าแดดฝนมากว่าร้อยปีกลับมีใบซีดเหลืองและร่วงหล่นจนหมด คล้ายวาระสุดท้ายกำลังจะมาถึง

ครั้นเมื่อผู้เฝ้าดูต้นไม้ต้นนี้ด้วยความห่วงใยพบว่า กิ่งด้านขวานั้นมีใบผลิออกมาให้ได้เห็น เสียงร้องขอให้ยื้อและช่วยชีวิตลำพูเก่าแก่ก็ดังขึ้น

การริดกิ่งเพื่อหวังให้มีการแตกใบใหม่ ความพยายามตอนกิ่ง รวมทั้งการเก็บใบไปเพาะเนื้อเยื่อ นับเป็นความพยายามสุดท้ายที่เกิดขึ้น ก่อนลำพูจะค่อยๆ แห้งตายไป

6 กรกฎาคม 2555 เกิดเรื่องเกินคาดหมายอีกครั้ง เมื่อสำนักงานเขตพระนครส่งเจ้าหน้าที่มาโค่นต้นลำพูทิ้งเหลือเพียงตอ โดยที่ชุมชนไม่มีโอกาสได้รับรู้ล่วงหน้า หรือมีส่วนคิดและแสดงความเห็นใดๆ

ถึงจะรู้ว่าความตายไม่ใช่สิ่งที่จะยื้อยุด หรือเอาชนะได้ อีกทั้งความตายของไม้ต้นหนึ่งอาจดูเป็นเรื่องปกติธรรมดาในสายตาคนทั่วไป แต่สำหรับคนบางลำพูส่วนหนึ่งที่ผูกพัน ยามเดินผ่านซากตอไม้แห้งนี้ อาจทำให้ระลึกถึงประวัติศาสตร์ของพื้นที่ และอาลัยกับการจากไปของสัญลักษณ์ที่ครั้งหนึ่งเคยมีชีวิต

แม้วันนี้ไม่มีลำพูต้นนั้นแล้ว แต่รอบๆ ก็มีลำพูต้นเล็กๆ ขึ้นอยู่ นั่นอาจเป็นความหวังสำหรับชาวบางลำพูที่จะได้เห็นต้นอ่อนเหล่านั้นเติบโตไปพร้อมกับชุมชน เพื่อทำหน้าที่เป็นตัวแทนสัญลักษณ์ทางประวัติศาสตร์บทต่อไป