“อาเซียนสึนามิ” มฤตยูจากท้องทะเล

  • warning: array_map(): Argument #2 should be an array in /home/greenwor/domains/greenworld.or.th/public_html/web/modules/system/system.module on line 1050.
  • warning: array_keys() expects parameter 1 to be array, null given in /home/greenwor/domains/greenworld.or.th/public_html/web/includes/theme.inc on line 1845.
  • warning: Invalid argument supplied for foreach() in /home/greenwor/domains/greenworld.or.th/public_html/web/includes/theme.inc on line 1845.

เรื่อง: ถิรนันท์ เลิศวิจิตรจรัส

26 ธันวาคม 2547 เช้าวันใหม่หลังคืนแห่งการเฉลิมฉลองคริสต์มาสอย่างสนุกสนาน และเต็มไปด้วยรอยยิ้ม ถูกแทนที่ด้วยรอยน้ำตาและแผลใจแห่งความสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่ จากมฤตยูใต้น้ำที่ไม่มีใครคาดคิด

เช้าตรู่ของวันดังกล่าว สถานีวิทยุกระจายเสียงบีบีซี ของอังกฤษ โทรทัศน์และสื่อทุกประเภทได้แจ้งข่าวการเกิดแผ่นดินไหว 9.0 ริกเตอร์ มีศูนย์กลางอยู่ในมหาสมุทรอินเดีย บริเวณเกาะสุมาตรา อินโดนีเซีย เมื่อเวลา 07.58 น. (ตามเวลาในประเทศไทย) อิทธิพลจากแรงของแผ่นดินไหว ทำให้เกิดคลื่นยักษ์สึนามิแผ่กระจายออกไปยังชายฝั่งมหาสมุทรอินเดีย นับแต่ศรีลังกา อินเดีย บังคลาเทศ พม่า ไทย มาเลเซีย อินโดนีเซีย และหมู่เกาะน้อยใหญ่ในมหาสมุทรอินเดีย เช่น มัลดีฟส์  หมู่เกาะอันดามัน และนิโคบาร์ เป็นต้น และเป็นแผ่นดินไหวที่รุนแรงมากที่สุดเป็นอันดับ 4 ของโลก นับแต่ปี ค.ศ.1900 เป็นต้นมา

แผ่นดินไหวนี้มีศูนย์กลางอยู่ที่ละติจูด 3.316 องศาเหนือ และลองจิจูด 95.854 องศาตะวันออก ห่างจากปลายด้านเหนือของบริเวณเกาะสุมาตราไปทางทิศตะวันตกประมาณ 25 กิโลเมตร ประเมินกันว่าพลังงานของคลื่นเปรียบทียบได้มากกว่า 5 ล้านตันของระเบิดทีเอ็นที (ซึ่งมากกว่าแรงระเบิดปรมาณู 2 ลูกรวมกันในสงครามโลกครั้งที่ 2) แรงคลื่นแผ่ออกไปเป็นวงรี ไกลกว่า 1,200 กม. ออกไปทั่วมหาสมุทรอินเดียด้วยความเร็วประมาณ 600-700 กม./ชม.และความยาวคลื่นประมาณ 100 กม.

ซึ่งในขณะที่เคลื่อนกลางทะเลลึก คลื่นมีความสูงประมาณ 0.50 เมตรเท่านั้น แต่เมื่อเข้าใกล้ชายฝั่ง คลื่นจะก่อตัวสูงขึ้นจนมีขนาดสูงถึง 15-35 เมตร เข้าถล่มชายฝั่งอย่างรุนแรง โดยใช้เวลาเดินทางประมาณ 2 ชั่วโมงถึงชายฝั่งศรีลังกา อินเดีย บังคลาเทศ พม่า และไทย

สิ่งที่น่าสนใจคือ ไม่มีหน่วยงานใดที่เตือนภัยล่วงหน้าได้เลย เนื่องจากไม่มีการติดตั้งเครื่องเตือนภัยที่สมบูรณ์แบบ

แผ่นดินไหวครั้งนี้เกิดจากการมุดตัวของแผ่นเปลือกโลกอินเดียนเพลท(Indian plate) ซึ่งอยู่ใต้มหาสมุทรอินเดียเข้าไปข้างใต้แผ่นเปลือกโลกเบอร์มิสเพลท(Burmese plate) บริเวณสุมาตรา เกิดรอยแยกยาวประมาณ 960 กม. ออกไปบนพื้นมหาสมุทร ทำให้น้ำทะเลหลายล้านตันทะลักเข้าแทนที่ตามรอยแยกนี้ และเป็นสาเหตุที่น้ำทะเลริมฝั่งลดลงผิดปกติ ซึ่งเรียกทำให้ผู้คนที่อยู่บริเวณชายฝั่งทะเลตื่นตาตื่นใจจนต้องออกมาดู โดยไม่เฉลียวใจว่าหายนะกำลังจะมาถึง
เป็นที่มาของสิ่งที่น่าตื่นตาตื่นใจ จนเรียกผู้คนบริเวณริมชายฝั่งออกมาดูกัน เพราะอยู๋ๆ น้ำทะเลก็ลดลงอย่างผิดปกติ ทันใดนั้นเอง น้ำที่ลดลงไปก็วิ่งกลับขึ้นมาพร้อมกับคลื่นลูกยักษ์และพลังงานทำลายมหาศาล กวาดชีวิตผู้คน บ้านเรือน และสิ่งต่างๆ บริเวณนั้นลงไปอย่างรวดเร็ว

ทันใดนั้น น้ำที่เข้าไปแทนที่ตามรอยแยกก็ถูกดันขึ้นสู่ผิวมหาสมุทรอย่างรวดเร็วและกระจายออกไปโดยรอบในรูปของลูกคลื่น ถาโถมท่วมเข้ามาในแผ่นดินไกลกว่า 300 เมตร ก่อนจะเปลี่ยนเป็นกระแสน้ำที่ไหลคืนกลับทะเลอย่างรวดเร็วและรุนแรงพอๆ กันกับสึนามิที่ขึ้นฝั่ง กวาดชีวิตผู้คนและทรัพย์สินลงทะเลอย่างรวดเร็วชั่วพริบตา!

ผู้คนหนีตายกันอลหม่าน วิ่งหนีคลื่นยักษ์สุดชีวิต บ้างตะโกนขอความช่วยเหลือ บ้างหาของยึดเหนี่ยวและพยุงตนเองไม่ให้ไหลไปกับกระแสน้ำ บ้างพยายามช่วยชีวิตคนที่ตนรักอย่างเต็มที่ และภาพที่เห็นเมื่อคลื่นยักษ์สงบลง คือ ความสวยงามริมทะเลที่เคยมี กลายเป็นภาพการทับถมกันของสิ่งต่างๆ ริมทะเล ทั้งตึกรามบ้านช่อง เรือ และต้นไม้ ทุกอย่างพังทลายในระยะเวลาไม่กี่นาทีเท่านั้นเอง

สิ่งที่น่าปวดใจที่สุด คือ คลื่นสึนามิคร่าชีวิตผู้คนในเอเชียใต้และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ไปเกินกว่า 2 แสนคน

สำหรับประเทศไทย มหันตภัยคลื่นยักษ์สึนามิถล่ม สร้างความเสียหายมหาศาลแก่ 6 จังหวัดภาคใต้ของไทย อันได้แก่ พังงา กระบี่ ภูเก็ต ตรัง สตูล และระนอง ทำให้มีผู้เสียชีวิตราว 5 พันคน สูญหายอีกราว 3 พันกว่าคน ทรัพย์สินเสียหายไม่น้อยกว่า 6 หมื่นล้านบาท และความเสียหายทางด้านการท่องเที่ยว การลงทุน การฟื้นฟูสภาพธรรมชาติ ตลอดจนอสังหาริมทรัพย์ต่างๆ ซึ่งไม่ต่ำกว่า 3 แสนล้านบาท

สึนามิจบลงพร้อมกับทิ้งร่องรอยความบอบช้ำที่ยากแก่การฟื้นฟูเอาไว้ ทั้งปัญหาด้านทรัพยากร เช่น แหล่งที่ทำมาหากินของประชาชนริมฝั่งทะเล แหล่งที่อยู่อาศัยและอาหารของสัตว์น้ำ พืชพันธุ์ธรรมชาติที่ถูกทำลาย การยุบและทรุดตัวของแผ่นดินในพื้นที่ดังกล่าว และสิ่งที่ดูจะเป็นปัญหาที่สุดคือ น้ำทะเลรุกล้ำเข้าไปในพื้นที่การดำรงชีวิตของมนุษย์ ทำให้เกิดปัญหาดินเค็มและการขาดแคลนน้ำจืด ทำให้เกิดการขาดแคลนอาหาร ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่มนุษย์ต้องใช้เพื่อการอยู่รอด

นอกจากนี้ เหตุการณ์ธรณีพิบัติยังนำมาซึ่งปัญหาสังคมที่รอการเยียวยา เช่น การไร้ที่อยู่อาศัย การว่างงาน อาชญากรรมและโจรกรรม เด็กกำพร้า และ ปัญหาด้านสุขภาพจิตที่ต้องได้รับการฟื้นฟูอย่างเร่งด่วน เป็นต้น

จริงๆ แล้ว คำเตือนเรื่องสึนามิเริ่มผ่านหูคนไทยในช่วงปี 2541 และเงียบหายไปจนกระทั่งเกิดขึ้นในปลายปี 2547 ล่าสุด นายรุ่งวิทย์ สุวรรณอภิชน นักธรณีวิทยาคาดการณ์ว่า สึนามิในอันดามันอาจเกิดขึ้นในทะเลอันดามันอีกครั้งในปี 2556 (บทสัมภาษณ์ใน นสพ.กรุงเทพธุรกิจ ฉบับวันที่ 6 มกราคม 2548)

ประเทศไทย พร้อมหรือยังกับการรับมือคลื่นยักษ์สึนามิในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า หรือจะเพิกเฉยต่อคำเตือนเหมือนครั้งก่อน...

หมายเหตุ: สึนามิ (Tsunami) เป็นคำในภาษาญี่ปุ่น “TSU” แปลว่า ท่าเรือ  “NAMI” แปลว่า คลื่น เมื่อนำมารวมกันจะมีความหมายว่า คลื่นในท่าเรือ ซึ่งตั้งชื่อจากการสังเกตประสบการณ์ที่เกิดขึ้นจริง