การลอบสังหารครูประเวียน บุญหนัก

  • warning: array_map(): Argument #2 should be an array in /home/greenwor/domains/greenworld.or.th/public_html/web/modules/system/system.module on line 1050.
  • warning: array_keys() expects parameter 1 to be array, null given in /home/greenwor/domains/greenworld.or.th/public_html/web/includes/theme.inc on line 1845.
  • warning: Invalid argument supplied for foreach() in /home/greenwor/domains/greenworld.or.th/public_html/web/includes/theme.inc on line 1845.

เรื่อง อวยพร แต้ชูตระกูล

กรณีโรงโม่หินเคยได้รับการระบุจากคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติว่า เป็นสาเหตุแห่งความตายของผู้นำชาวบ้านที่ลุกขึ้นมาต่อสู้ขัดขวางความ เถื่อน จากการดำเนินธุรกิจประเภทนี้สูงที่สุด และแน่นอนว่าความตายของผู้นำชาวบ้านชื่อ ครูประเวียน บุญหนัก อดีตนายกสมาคมครูจังหวัดเลย ก็เปิดศักราชให้สาธารณชนได้รับรู้เป็นลำดับต้นๆ ตั้งแต่ปี 2538

11 กรกฎาคม 2538 บริเวณรั้วที่ใช้ร่วมกันระหว่างสถานีตำรวจ สภ.อ.วังสะพุง กับที่ว่าการอำเภอวังสะพุง จังหวัดเลย กลายเป็นสถานที่เกิดเหตุ เมื่อกระสุน 3 นัดของปืน .357 พุ่งเข้าใส่บริเวณลำคอและหัวครูประเวียน ขณะกำลังถอยรถออกจากสถานีตำรวจ ภายหลังเสร็จภารกิจให้ปากคำต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ กรณีถูกกลุ่มอันธพาลโรงโม่หินคุกคามด้วยการทุบรถ หลังเกิดเหตุร้าย อาวุธที่ใช้สังหารและมือปืนซึ่งเป็นผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านแห่งบ้านขอนแก่น อำเภอวังสะพุง จังหวัดเลย ชื่อว่า เลข กัตติยะ ถูกชาวบ้านช่วยจับส่งตัวให้เจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินคดี

ไม่มีสาเหตุการตายอื่นใด นอกจากการเป็นแกนนำเคลื่อนไหวให้ยกเลือกสัมปทานโรงโม่หิน 3 แห่ง คือโรงโม่หินบริษัทสุรัตน์การศิลา จำกัด โรงโม่หินบริษัทสหศิลาเลย จำกัด และโรงโม่หินห้างหุ้นส่วนจำกัด บุญยงค์กิจ เนื่องจากมีการระเบิดหินนอกเขตสัมปทาน ทำลายแหล่งต้นน้ำลำธาร ก่อมลพิษทางอากาศและมลภาวะทางเสียง

การเคลื่อนไหวของครูประเวียนในฐานะผู้ประสานงานสมัชชาเกษตรกรรายย่อยภาคอีสาน (สกย.อ.) และนางอำภาพร วงษ์ชมพู ในฐานะประธานชมรมอนุรักษ์ธรรมชาติ ภูเขา ป่าไม้ แหล่งน้ำ ตำบลผาน้อย อำเภอวังสะพุง จังหวัดเลย เริ่มขึ้นในเดือนมกราคม 2538 โดยมีชาวบ้านที่ต้องการให้หน่วยงานของรัฐจัดการปัญหาโรงโม่หินทำผิดเงื่อนไขของสัมปทานเข้าร่วมด้วย แน่นอนว่าการเรียกร้องไม่ได้หยุดเพียงแค่ระดับจังหวัด และไม่ได้หยุดเพียงแค่การออกคำสั่งระงับการย่อยหินและระเบิดหินของโรงโม่ทั้ง 3 แห่ง ทั้งนี้เพราะชาวบ้านเห็นร่วมกันว่าต้องการมาตรการที่แก้ไขปัญหาโรงโม่หินได้อย่างถาวร

ระหว่างการร่วมเคลื่อนไหวของขาวบ้านเพื่อยกเลิกสัมปทานโรงโม่หิน ก็ปรากฏกลุ่มสนับสนุนโรงโม่หินที่นำโดยบรรดาผู้ใหญ่บ้านและสมาชิกสภาจังหวัด โดยมีการแจกอาหาร เครื่องดื่มให้ผู้มาสนับสนุน กระทั่งตามมาด้วยการเผชิญหน้าระหว่างฝ่ายสนับสนุนและคัดค้าน แน่นอนว่าเหตุการณ์ที่แกนนำคัดค้านการให้สัมปทานโรงโม่หินล้วนแต่ประสบตรงกันก็คือ การข่มขู่ คุกคาม ทำร้ายร่างกาย จนถึงการสาดกระสุนเพื่อเตือนให้หยุด

อย่างไรก็ดี เหตุการที่บ่งชี้ถึงความ ป่าเถื่อนอย่างเปิดเผย ก็เกิดขึ้นเมื่อ 24 เมษายน 2538 ครูประเวียนและนางอำภาพรเข้าพบ พล.ต. สนั่น ขจรประศาสน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยในตอนนั้น ที่สนามม้านางเลิ้ง เพื่อยื่นข้อเสนอ 3 ข้อ คือ 1. ต้องการปิดโรงโม่เป็นการถาวร 2. ให้ส่งเจ้าหน้าที่ตำรวจจากส่วนกลางไปรักษาความปลอดภัย 3. ให้ส่งเจ้าหน้าที่สาธารณสุขไปรักษาชาวบ้านที่ป่วยจากฝุ่นโรงโม่ โดย พล.ต. สนั่นรับปากว่าจะดำเนินการให้ด้วยเกียรติของทหารม้า ระหว่างการเดินทางกลับบ้านนั้นเอง กลุ่มผู้สนับสนุนให้เปิดโรงโม่หิน นำโดยกำนันและผู้ใหญ่บ้าน ก็ใช้รถ 10 ล้อออกมาปิดถนนบริเวณสี่แยกอุดร อำเภอวังสะพุง พร้อมกับทุบทำลายรถยนต์ของครูประเวียน และรถของกลุ่มคัดค้านโรงโม่หินที่กำลังมุ่งหน้ากลับบ้าน โดยทางตำรวจได้เชิญตัวผู้เสียหายมาสอบปากคำ และในขณะที่กำลังจะเดินทางออกจากสถานีตำรวจ ครูประเวียนก็ถูกลั่นไกสังหารจนเสียชีวิต

แม้ต่อมาอธิบดีกรมที่ดินมีคำสั่งเพิกถอนใบอนุญาตโรงหินทั้ง 3 แห่ง แต่หลังจากนั้นไม่นาน เมื่อกระแสข่าวเบาบางลง โรงโม่หินก็ถูกเปิดขึ้นใหม่อีกครั้ง ขณะที่คดีลอบสังหารครูประเวียนก็ไม่ปรากฏความคืบหน้าที่มากไปกว่าการจับมือปืนเพียงแค่ 1 คน โดยข่าวระบุว่า ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์มีคำพิพากษาให้ประหารชีวิต แต่ก็ไม่สามารถสาวไปถึงผู้บงการที่อยู่เบื้องหลังได้ พร้อมๆ กันนั้น บรรดากิจการโรงโม่หินที่อำเภอวังสะพุงก็เบ่งบานจนภูเขาทยอยหายไปลูกแล้วลูกเล่า

ที่มา นิตยสารโลกสีเขียว ปีที่ 13 ฉบับที่ 4 เดือนกันยายน ตุลาคม 2547