3 สิ่งดีๆ ในอาทิตย์ที่ผ่านมา

  • 29 ต.ค. 2555
    ชลันดา ฉายบ้านใหม่
    เจ้าหน้าที่งานบุคลากรต่างชาติ โรงเรียนอัสสัมชัญ

     คัตเตอร์ กรรไกร เธอลองเลือกดู 
    ในการทำงานหรือการใช้ชีวิตประจำวัน เราคงได้พึ่งพาคัตเตอร์หรือกรรไกรอยู่บ้าง ไม่มากก็น้อย ฉันเป็นคนหนึ่งที่เคยชินกับการใช้กรรไกรมาแต่ไหนแต่ไร ด้วยเหตุที่ว่าเมื่อใช้คัตเตอร์ตัดอะไรสักอย่าง ผลลัพธ์ที่ได้ไม่น่าพอใจเป็นส่วนใหญ่

    กรรไกร เวลาใช้เรามักจะไม่ใจร้อน ค่อยๆ ตัด เมื่อยมือก็พัก แล้วค่อยตัดต่อ จึงทำให้กรรไกรดูจะมีความถ้อยทีถ้อยอาศัยมากกว่าคัตเตอร์ ที่เหมือนบังคับเรากลายๆ ว่าจะตัดครึ่งๆ กลางๆ ไม่ได้นะโดยเฉพาะเมื่อต้องการความตรง และบางครั้งอาจจะต้องใช้แรงกรีดที่มากกว่าเดิม เพื่อให้วัตถุนั้นๆ ขาดภายในครั้งเดียว เรายังถนัดใช้กรรไกรตัดอะไรที่มีส่วนเว้า ส่วนโค้ง ชีวิตของคนเราก็เป็นเช่นนั้น ที่ไม่ได้ดำเนินเป็นเส้นตรงไปเสียทั้งหมด ส่วนหนึ่งสามารถเห็นได้จากการปฏิสัมพันธ์กับผู้คนรอบข้างที่เหมือนจะเป็นองค์ประกอบส่วนใหญ่ของชีวิตในแต่ละวัน ผ่านการสื่อสารทั้งคำพูดและการกระทำ            

    รอบข้างฉันมีทั้งคนที่พยายามใช้กรรไกรให้มากที่สุดเท่าที่เธอจะทำได้ และคนที่ใช้คัตเตอร์อยู่เป็นนิจ ด้วยความเร็วและแรงของคัตเตอร์ ความขุ่นข้องหมองใจย่อมเกิดขึ้นได้ง่ายกว่า  บางทีก็อาจจะต้องทบทวนว่าจะใช้กรรไกรหรือ คัตเตอร์สะสางสิ่งที่เกิดขึ้นนั้นด้วย

    หากสิ่งที่จะสะสางนั้นไม่ได้มีเส้นหรือขอบกำหนดมาให้ เราจึงต้องพึ่งพาไม้บรรทัดในการวัด ใช้ดินสอหรือปากกาขีดเส้น วาดกรอบขึ้นมา เพื่อให้ตัดได้ตามต้องการ จากนั้นจึงใช้กรรไกรตัด ถ้าจะเลือกใช้คัตเตอร์ ฉันคงต้องพึ่งไม้บรรทัดอยู่ดี เพื่อให้ได้เส้นตรงที่อยู่กับร่องกับรอย แต่ก็บ่อยครั้งที่ฉันมักจะแฉลบใบมีดพาลให้ไม้บรรทัดแหว่งวิ่นเล็กๆ น้อยๆ  นานๆ เข้า ถ้ายังใช้ไม้บรรทัดอันเก่า เส้นที่ตัดได้ก็อาจจะไม่ตรงเหมือนเดิม

    ดังนั้นเราคงต้องตัดสินใจให้ถี่ถ้วน ว่าจะใช้อะไร ถ้าความขุ่นมัวมีมาก อารมณ์อยู่เหนือเหตุผล คงไม่แปลกที่จะคว้าคัตเตอร์ ก่อนคิดที่จะฉวยกรรไกร เมื่อตัดไปแล้ว บางคนอาจจะมานึกเสียใจที่ไม่ทันยั้งคิด ทำให้ความสัมพันธ์อาจจะต่อไม่ติดได้เช่นที่ผ่านมา หรือบางคนอาจจะสะใจ ช่างมัน ฉันไม่แคร์ ก็สุดแล้วแต่ ถ้าใครคนนั้นมีคุณค่าทางจิตใจต่อเรามากพอ คงได้รู้สึกอะไรกันบ้าง แต่ถ้าใช้คัตเตอร์อย่างมีศิลปะ แถมไม่ต้องพึ่งไม้บรรทัด ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง

    อย่างน้อยกรรไกร ก็ทำให้ฉันรู้สึกมั่นคง เพราะนิ้วมือเราต้องสอดเข้าไปในหู 2 ข้าง ไม่ต้องกลัวว่าจะกรีดนิ้วตัวเอง แถมไม่ต้องลำบากตอนหักใบมีด เพราะมันอาจจะกระเด็นใส่ตัวเอง หรือแฉลบโดนคนอื่น เจ็บตัวกันเปล่าๆ

    คัตเตอร์ ใบมีดไม่คม ใช้หัก (หักไม่ดีก็แหว่ง ถ้าไม่ทนใช้ไป ก็ต้องหักใหม่)

    กรรไกร ใบมีดไม่คม ใช้ลับ (ลับไม่ดี แต่ถ้าลับไปเรื่อยๆ อย่างน้อยก็รู้ว่าจะคมเหมือนเดิม)

     โปสการ์ด สะพายตัวหนังสือ  ไว้บนหลัง 
    โปสการ์ดใบล่าสุดที่ได้รับถูกส่งมาจากเกาะภูเก็ต เป็นการได้รับโปสการ์ดอีกครั้งนับตั้งแต่จบมหาวิทยาลัย แล้วย้ายกลับมาอยู่บ้าน เป็นความรู้สึกดีใจทุกครั้งที่ได้รับ แม้เนื้อความหลังโปสการ์ดบางใบจะทำให้หน้ามู่ทู่ไปบ้าง

    โปสการ์ด ทำให้ความรู้สึกต่างๆ นานาผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันทำงาน ทั้งในยามที่เราเป็นผู้รับหรือว่าผู้ส่ง ไม่ว่าจะเป็นสุข เศร้า เหงา ซึ้ง รวมไปถึงมีความหวัง และการรอคอยเป็นส่วนประกอบ เช่นคราวที่ฉันส่งโปสการ์ดถึงตัวเองตอนไปตลาดเล็กๆ ริมแม่น้ำโขงในฝั่งประเทศเพื่อนบ้าน ฉันหย่อนโปสการ์ดใบนั้นลงในตู้ไปรษณีย์ที่สภาพชวนทำให้ไม่แน่ใจว่ายังถูกใช้งานอยู่หรือไม่ หลังจากที่กลับมาถึงหอ ฉันก็แวะเวียนไปดูที่เสียบจดหมายอยู่เสมอว่าโปสการ์ดแผ่นนั้นจะเดินทางมาถึงหรือยัง เป็นการรอคอยอย่างมีความหวัง นานวันเข้า หนึ่งอาทิตย์ผ่านไป สองอาทิตย์ผ่านไป สามอาทิตย์ก็แล้ว ความหวังเริ่มริบหรี่ เปลี่ยนเป็นการทำใจแทน แถมคิดไปว่าบุรุษไปรษณีย์จะมาไขตู้ไหม จะตกหล่นกลางทางหรือเปล่า และแกล้งทำเป็นลืมๆ ไป สุดท้ายเรื่องอัศจรรย์เล็กๆ ก็เกิดขึ้น เมื่อโปสการ์ดแผ่นนั้นมาอยู่ในมือฉันก่อนครบเดือนเพียงหนึ่งวัน ดีใจมาก การรอคอยสิ้นสุดลงเสียที

    หลายครั้งที่รู้ล่วงหน้าว่าจะมีคนส่งโปสการ์ดมาให้ อาจจะทำให้ความตื่นเต้นลดลงไปบ้าง แต่ไม่ว่าจะอย่างไร ก็ยังดีใจอยู่ดี เช่นเดียวกับโปสการ์ดรูปตึกเก่าบนถนนภูเก็ตแผ่นนั้นด้วย ที่เปียกฝนเสียเกือบครึ่ง

     ถ่าย ถ่าย ถ่าย 
    ช่วงอาทิตย์ที่ผ่านมามีโอกาสได้กดชัตเตอร์ไปหลายร้อยรูป เพราะเป็นส่วนหนึ่งของการทำงาน แน่นอนว่ารูปที่ถ่ายไม่ได้ดีทุกรูป และก็คงไม่ได้ใช้ทุกรูปเช่นกัน ฉันก็แค่ถ่ายรูปได้ แต่ไม่ถึงขั้นถ่ายรูปเป็น เวลาถ่ายไม่ได้มีทฤษฎีอะไรอยู่ในหัว ไม่ได้ตั้งค่าสารพันแบบที่เขาทำๆ กัน จนทำให้อดนึกเสียดายไม่ได้ว่าทำไมไม่เรียนรู้ให้มากกว่านี้ จะได้ใช้ประโยชน์จากกล้องได้เท่าที่ควรจะเป็น

    ในช่วงพัก การได้ถ่ายรูปเล่น ทำให้ความรู้สึกเมื่อย่อหน้าที่แล้วหายไปทันที มันกลับสร้างความสุขเล็กๆ ได้ จะทำท่าบ้าบอ กระโดดดึ๊งๆ เหมือนทิกเกอร์ หรืออะไรก็สุดแล้วแต่ แม้ว่าบางครั้งอิริยาบถของคนถ่ายจะไม่ปกตินักก็ตาม นึกสภาพที่ต้องนั่งยองๆ หรือลงไปเกลือกกลิ้งกับพื้น แต่รูปที่ได้ออกมาถูกใจก็สนุกสนาน สุขใจกันไป รูปที่ฉันถ่าย อาจเป็นเพียงรูปธรรมดาๆ ในจำนวนรูปภาพมากมายที่ถูกสร้างขึ้นในแต่ละวัน อย่างน้อยก็ทำให้เรายิ้มกับตัวเองได้ แม้ว่าจะไม่มีใครเห็น เมื่อมาย้อนดูบางรูป ก็คิดว่าได้ทำอะไรแบบนี้บ้างก็ดี ชีวิตจะได้ไม่จืดชืดเกินไป : )
     

    Share this

    4,476 reads
 

creative-commonsแสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน 3.0 ประเทศไทย
พัฒนาเว็บไซต์โดย โอเพ่นดรีม