3 สิ่งดีๆ ในอาทิตย์ที่ผ่านมา

  • 5 พ.ย. 2555
    สมปอง ดวงไสว
    นักเขียน นักประวัติศาสตร์ท้องถิ่นบางลำพู อดีตครูโรงเรียนวัดสังเวช

    เพื่อนดีชีวีเป็นสุข 
    ๑. ลาบเจลาภใจลาภปาก

    ๒๕๕๔ ปีที่ผ่านมา ใครไม่รู้จักน้องน้ำต้องถือว่าเชย  บ้านผมอยู่ในหมู่บ้านน้ำปรารถนา  โซนที่ยังไม่มีใครมาอยู่  เป็นบ้านหลังเดียวไกลจากบ้านอื่นๆ ที่เข้ามาอยู่ก่อน สงบดี  หลังจากน้องน้ำจากไป เพื่อนบ้านก็ทยอยเข้ามาอยู่ ก็ดีมีความหวังว่าจะได้มีเพื่อนบ้านที่ดี โดยเฉพาะบ้านตรงข้าม พอถึงวันที่เข้ามาอยู่บ้านใหม่ มาจริงๆ ไม่มาเปล่า พาหมาตัวโปรดมาอยู่ด้วย เราเดินเข้าบ้านเห็นก็เห่า ออกนอกบ้านก็เห่า  เรียกได้ว่า ลูกช่างเห่า  น่ารำคาญ แต่นึกอีกที เรื่องของหมาคนไม่เกี่ยว ช่างหัวมัน  หมาช่างเห่าแต่กับเจ้าของหมา ช่างยิ้มแย้มแจ่มใสอัธยาศัยดี   เช้าเราปั่นจักรยานออกกำลังกาย  เพื่อนบ้านรดน้ำต้นไม้และใส่บาตร  คุยกันสารพัด ถึงเรื่องออกกำลังกาย อาหารการกิน ชอบกินอาหารชีวจิต ส่วนผมไม่กินเนื้อสัตว์ใหญ่เหลือเพียงปลา แล้วก็เงียบงันหายกันไปหลายวัน  วันนั้นขณะกำลังเขียนเรื่องอยู่เพลินๆ ใกล้ๆ เพลท้องกำลังอุทธรณ์ เสียงออดหน้าบ้านดัง ในใจคิดใครมา ไปรษณีย์มาเรียกให้เซ็นรับหนังสือ หรือคนส่งหนังสือพิมพ์มาเก็บสตางค์ค่าหนังสือพิมพ์ที่ยังค้างชำระ โผล่หน้าออกไปดูจึงเปิดประตูออกไปพบ

    สวัสดีค่ะ  ลาบเจทำเองค่ะ  ปันกันทานนะคะ   อึ้งทึ่งตกใจเล็กๆ ได้แต่ยกมือไหว้ขอบพระคุณในน้ำใจไมตรี  กำลังจะออกไปหาอะไรกินเหมือนกัน  จู่ๆ มีลาบเจ ลาภใจ ลาภปาก  ขอบพระคุณครับ 

    อิ่มเจอิ่มใจ มื้อนี้รอดตายเพราะลาบเจเพื่อนบ้าน   รู้ได้อย่างไรน้ากำลังโซพอดี

    ๒.ไปไหนไปด้วยช่วยระวัง
    เมื่อตอนน้ำท่วมเดินวิ่งออกกำลังกายไม่ได้  เลยปั่นจักรยานน้ำบานสนุกดี  แต่เป็นจักรยานบ้านๆ ปั่นไกลๆ ก็เมื่อยและปวดขา ทำท่าจะไม่ดีกับหัวเข่าเท่าใด  ฟังหมอปัญญา ไข่มุกด์ ทางวิทยุอสมท. คลื่นความคิด ก็ชวนปั่นจักรยาน  วันหนึ่งได้เจอตัวหมอเป็นๆ ได้พบได้คุยที่สถานี หมอบอกปั่นจักรยานเพื่อสุขภาพดีที่สุดแล้ว  ในที่สุดถอยเทรคมาหนึ่งคัน  แรกๆ เก้ๆ กังๆ ยังไม่ชิน  ต้องปั่นในหมู่บ้านเอาแรง และฝึกฝนการใช้เกียร์ ช่วงแรกปั่นไปไม่ได้ไกล ต่อมาพอคุ้นๆ ก็ออกไปไกลขึ้นๆ  จนในที่สุดไปถึงหอภาพยนต์ที่ศาลายาได้มั่นใจเพิ่มขึ้น  ในเวลาเช้าๆ จะปั่นชั่วโมงถึงสองชั่วโมง ส่วนตอนเย็นๆ จะปั่นเพียงคลายกล้ามเนื้อไม่เกินครึ่งชั่วโมง

    ผู้พันทหารเพื่อนบ้านที่ยังรับราชการอยู่  วิ่งออกกำลังกายเป็นประจำทั้งเช้าและเย็น ส่วนใหญ่ได้คุยกันในตอนเย็น  สวัสดีครับ กี่รอบแล้วครับ  สามรอบเองครับ ปกติกี่รอบ ก็สิบรอบ  เหอ สิบรอบก็เกือบสิบกิโลนะครับ  ครับปกติผมต้องฟิตร่างกายออกกำลังเช้าเย็นทุกวัน เพราะต้องตรวจสภาพความฟิตให้ผ่านครับ  แกร่งอย่างนี้ผ่านอยู่แล้ว  ผู้พันถามจักรยานคันนี้เท่าไหร่  หมื่นต้นๆ  ผมว่าจะถอยมาสักคัน    ดีเลยครับจะได้เป็นเพื่อนกัน  เจอกันอีกทีคราวนี้มีราเล่มาปั่นด้วยกันแล้วครับ  เย็นวันนี้ไปตลาดไหมครับ ตกลง   ใช้เวลารู้จักกันบนอานไปกลับหนึ่งชั่วโมง ก่อนลาจากกัน พรุ่งนี้วันอาทิตย์ไปไหนดีครับ  ไปตลาดน้ำบางคูลัดดีไหม 

    หกโมงเช้าวันอาทิตย์พบกันตรงเวลามุ่งหน้าปั่นไปตลาดน้ำบางคูลัด สบายๆ ไม่เร่ง ขยันดูซ้ายขวาระมัดระวัง เวลาจะเปลี่ยนเลน จะปั่นข้ามถนนจะเลี้ยว จะมีสัญญาณมือและส่งเสียงบอกให้รู้จากผู้พัน มือเท้าใหม่ป้ายแดงหัดขี่เช่นเราพลอยสบาย เพราะมีผู้พันที่ระมัดระวังดูแลให้เป็นอย่างดี ไปนั่งกินก๋วยเตี๋ยวริมคลอง ดูวังมัจฉาปลาแขยง พอหายเหนื่อยก็อำลาตลาด  ใช้เวลาปั่นไปกลับครึ่งวัน แต่เป็นครึ่งวันที่มีความหมาย สุขใจได้ออกกำลัง ได้เพื่อนดี   ยิ่งไปไหนกับผู้พันสบายใจได้  ทำไม ???

    ถ้าไปกับคุณชวน ก็หลีกภัย  เมื่อไปกับคุณเกริก ก็ระวังภัย และถ้าไปกับผู้พันล่ะ  ผู้พันระวังทั้งชีวิต  ผู้พันชื่ออุดม  นามสกุลระวัง  แล้วจะไม่ปั่นไปกับผู้พันได้อย่างไร จริงไหม ?  

    ๓. ยังดียังได้มีฝีมือเพื่อน
    ชีวิตคือการเดินทาง จู่ๆ กัลยาณมิตรก็ชวนให้ไปอุตรดิตถ์ ลับแล  ลับแลใช่แลลับ ไปแล้วหวนกลับมาลับแล  กัลยาณมิตรบอกให้เอาจักรยานขึ้นรถไปด้วย ลับแลมีเส้นทางจักรยาน น่าปั่นมาก ร่มรื่นแลรื่นรมย์ ฟังดูชวนรื่นเริง  เชื่อเลย หอบจักรยานไปเป็นเพื่อนร่วมทางสู่ลับแล จะได้รื่นรมย์ชมเมืองให้เริงรื่น 

    เพื่อนร่วมเดินทางมีพี่เจน นักเขียน มีช่างภาพไปด้วยสองคน หนุ่ย แน่นหนัก มุ่งมั่นกับการถ่ายภาพ อีกคนพี่เจนเรียกแอ๊ด อินทรีย์  ทำไมรึ  แอ๊ดเป็นตากล้องชื่นชอบภาพมุมสูง แบบตานกมอง ต้องขึ้นเครน ขึ้นปีนที่สูงถ่ายภาพ ไม่น่าจะเป็นแอ๊ด อินทรีย์นะ  น่าเป็นแอ๊ดฤทธิ์ ศิษย์ครูสมพรมากกว่า  ถึงลับแลที่นัดหมายห่างจากที่พักเฮือนลับแลสิบกิโลเมตรได้ ว่าแล้วก็ประกอบรถปั่นจักรยานไปที่พัก ปั่นเหมือนอยู่บนทางราบแต่ทำไมหนืดและฝืดหนักกว่าปกติ  ปั่นเท่าไหร่ก็ยังไม่ถึงสักทีจนเหงื่อท่วม  ครั้นพอเลยโค้งวัดหัวดงหัวรถตรงถนนก็ดิ่งลิ่วปรู๊ดลงไปไม่ต้องปั่น  ถึงได้รู้ว่าที่ปั่นๆมาขึ้นเขาขึ้นเนินทั้งนั้น  มิน่าอืดฝืดหนัก

    ระหว่างดินเนอร์ บิ๊กแอ๊ดบอก  พรุ่งนี้ใส่เสื้อสีแดงนะ ทุ่งนาหน้าม่อนเขียวขจีงดงามมาก  ปั่นจักรยานใส่เสื้อสีแดงจะเป็นจุดเด่นของภาพสวย  ตกลงครับพี่  เจ็ดโมงครึ่งพบกันที่ม่อนลับแล  พี่แอ๊ดว่าเอารถขึ้นรถไปดีกว่าไหม ไม่อยากให้เหนื่อย  ไม่เป็นไร ออกกำลังปั่นไปเองดีกว่า ถึงเวลาแล้วค่อยพบกัน 

    ถึงเวลานัดพร้อม  ปั่นใกล้ๆ เส้นเหลืองนะครับ หนุ่ยบอก ส่วนพี่แอ๊ดบอกให้ปั่นริมเส้นขาวใกล้ๆกล้อง แล้วจะเอายังไงละนี่  เอาริมถนนก่อนแล้วก็ไปหาเส้นเหลืองของหนุ่ย  เทคแรกไม่ผ่านตาเหลือบมองกล้อง  ขออีกเทคครับ อีกเทคหลายหน ตั้งหลักใหม่หลายเที่ยว สองคนบรรจงถ่ายพี่เจนนั่งดูอยู่ข้างทาง  คงรำพึงจะเป็นดาราได้ยังไงไม่รู้กี่เทค   ผ่านครับเสียงพี่แอ๊ดบอก  ตั้งท่าจบจะไปกินข้าวแล้วแต่เมื่อกี้ไม่มีป้ายเส้นทางจักรยาน ขออีกครั้งครับ  เริ่มได้  ตามองตรงหน้า ตรงร้านก๋วยเตี๋ยวรักไอติมเจ้าอร่อยพอดี   ผ่าน!!! จบเทคนี้จะได้ไปเบรคฟัดเสียที 

    ดีใจที่ได้เป็นแบบให้สองช่างภาพมือดีถ่ายภาพ นับเป็นประวัติศาสตร์ชีวิต  พี่แอ๊ดยิ้มๆ แล้วหันมาบอก  อย่าเสียใจนะ ที่ถ่ายมาทั้งหมด  เน้นเอาวิวฉากหลังและป้ายจักรยานข้างหน้าเป็นพระเอกของภาพ  ส่วนคนปั่นจักรยานเป็นตัวประกอบนิดเดียวไม่ว่ากันนะครับ  แล้วก็หัวเราะรื่นเริง  แถมสำทับ  มาลับแลไม่พูดโกหก 

    สู้ปั่นมาเหงื่อหยด เป็นตัวประกอบ นี่นะภาพประวัติศาสตร์ชีวิต  ฝีมือเพื่อนแอ๊ด อินทรีย์ กับหนุ่ย แน่นหนัก    ปลอบใจตนเองมองโลกแง่ดี   ก็ยังดีนะที่ยังมีภาพถ่ายฝีมือเพื่อน             

     

    Share this

    4,594 reads
 

creative-commonsแสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน 3.0 ประเทศไทย
พัฒนาเว็บไซต์โดย โอเพ่นดรีม