3 สิ่งดีๆ ในอาทิตย์ที่ผ่านมา

  • 26 พ.ย. 2555
    ขจรรักษ์ พู่พัฒนศิลป์
    นักวิชาการเกษตร มหาวิทยาลัยแม่โจ้ – ชุมพร

    วันผ่าน คืนเปลี่ยน วนเวียนไปอย่างไม่รู้จบ พาชีวิตหมุนไปตามเวลา คุณ ผม และคนอื่นๆ ไม่ต่างกัน ตราบที่ยังอยู่ใต้เงาของอาทิตย์และแสงจันทร์ แต่ทว่าสิ่งที่เราท่านต่างกันคือ ความทรงจำดีๆ หากไม่ทบทวนนึกถึงแต่ละวันก็ผ่านไปอย่างธรรมดา ในทางกลับกันหากทบทวนนึกถึงเหตุการณ์ที่ผ่านมาแค่ 3 สิ่งดีๆ ในอาทิตย์ที่ผ่าน ทุกวันก็จะไม่ธรรมดา !


    ทะเลคือชีวิต

    ชายหาดแห่งหนึ่งอยู่ไม่ไกลจากตัวอำเภอละแม จังหวัดชุมพร ทำหน้าเป็นอ้อมแขนโอบกอดทะเล หาดแห่งนี้เป็น “ห้องรับแขก” ต้อนรับทุกคนสู่โลกของทะเล ผู้ใหญ่บางคนกลายเป็นเด็กอีกครั้งเมื่อได้เล่นทะเล โกยทรายสร้างปราสาท วาดรูปหัวใจใส่อักษร นอน นั่งเล่น กระโจนใส่ฟองคลื่น ขณะที่บางส่วนของหาดแห่งนี้ทำหน้าที่เป็น “ครัว” พี่น้องชาวประมงชายฝั่ง ขยันขันแข็งกับการหาปู หาปลา หาเคย (กุ้งตัวเล็กๆใช้ทำกะปิ) และหอยเสียบ หรือเรียกอีกชื่อว่าหอยเสียบทราย เพราะมันจะฝังตัวอยู่ใต้พื้นทรายริมทะเล แค่เอามือกวาดทรายหรือใช้มือขุดลงไปในทรายตื้นๆ ก็จะพบตัวหอย

    พื้นที่แห่งนี้นอกจากจะเลี้ยงปากท้อง ยังเป็นสถานสร้างสุข แต่ทว่าอีกไม่ช้าต้องพบเจอกับความเปลี่ยนแปลงโดยธรรมชาติ หาดทรายบางส่วนอาจต้องเปลี่ยนรูปไปเพราะแรงคลื่นจากช่วงมรสุม ซึ่งจะเป็นอย่างนั้นทุกๆ ปี และไม่กระทบต่อการทำหน้าที่หลังมรสุมผ่านพ้นไปแต่อย่างใด มันจะยังเป็นห้องรับแขก เป็นครัว เหมือนเช่นเดิม แต่มันจะไม่เป็นดังเดิมได้อีกหากมีโรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์เกิดขึ้นในพื้นที่แห่งนี้ หรืออยู่ในบริเวณใกล้เคียง ! ผมเห็นภาพชีวิตของทะเล เห็นผู้คนใช้ทะเลอย่างมีความสุข ความปีติเกิดขึ้นในตัวผม เป็นสุขที่เห็นผู้อื่นมีความสุข

    ริมหาดแห่งนี้ใกล้มากกับสถานที่ที่ผมทำงาน แค่เดินไปประมาณสามร้อยก้าวก็ถึง !


    มองดาว

    ค่ำคืนของวันหนึ่ง…ทอดสายตามองดาวเด่นประกายวับวาวพราวพรายทั่วท้องฟ้าเหนือทะเลไกลลิบตา จ้องมองเต็มตาจนอิ่มหนำใจ นั่งบนทรายริมชาดหาดมองดาว อารมณ์พาไปนึกถึงโคลงสี่สุภาพที่เคยเขียนไว้…

                                             “ดาว”
                               มองดูดาวเด่นเย้า            ยวนใจ
                               คิดต่อเติมเสริมไป           ไขว่คว้า
                               ดาวดวงเด่นพราวใส        เลอค่า
                               ดาวส่องแสงแรงจ้า          คู่ฟ้าแดนไกล

    “ดาว”สัญญะโดดเด่นตลอดกาล ใครๆก็หลงใหลดวงดาว เรียนอนุบาลยังได้ดาวบนกระดาษในสมุดตอบการบ้าน ดาวเป็นชื่อคน มีเพื่อชื่อดาว มีดาวเป็นเพื่อน ดาวเป็นตัวแสดงออกบนแผ่นโปสเตอร์ประกาศรับสมัครประกวดร้องเพลง ทหารตำรวจชอบสอยดาวมาร้อยบ่า ดาวเต้น ดาวยั่ว ดาวดารา …ดาวเกลื่อนนภา


    “ออกเล”

    เย็นวันศุกร์ คนอยู่เมืองเห็นจะสุขสมชื่อ ยามค่ำคืนได้ตระเวนเที่ยวท่ามกลางแสงสี โยกย้ายส่ายเอวในผับ-บาร์ หรือเดินตากแอร์แลสาวในห้างใหญ่กลางใจเมือง โชคดีที่ผมไม่ได้เกิดในเมืองและไม่ติดความศิวิไลซ์เพราะเคยชินกับความเหงา เงียบ และเรียบง่ายอย่างชนบท… ศุกร์ของผมคือสุขที่ได้อยู่ใกล้ชิดกับธรรมชาติ (ทะเล)

    เย็นวันเสาร์ผมออกกำลังกายด้วยการวิ่งช้าๆ และเร็วสลับกันไป เพื่อให้เลือดในตัวไหลฉีดเข้าหัวใจอย่างแรง วัตถุประสงค์คือต้องการให้หัวใจแข็งแรงและทำงานได้นานๆ และเคยเห็นโฆษณาทีวีบอกว่า “การออกกำลังกายทำให้คุณดูดี” คราวนี้เลยวิ่งไปยิ้มไป…

    ผมวิ่งตามแนวถนนเลียบชายหาด แล้ววิ่งเลาะตัดเข้าสู่หาดทราย วิ่งบนทรายนุ่มๆ ได้กำลังมาก ใจเต้นแรง ถี่ และเร็ว ต้องหยุดหอบหายใจลึกและยาว พักจากวิ่งจึงเดินทอดน่องตามริมหาด หยุดยืนอยู่ตรงเรือเก่าขนาดเล็กลำหนึ่ง ซึ่งทอดสมอลอยลำอยู่ริมคลองน้ำจืดสายเล็กๆ ที่เชื่อมต่อกับทะเล ผมมองเรือลำนั้นด้วยความสงสัยอยากรู้ เท่าที่ตาเห็นมันไม่น่าใช้การได้ มีแค่เชือกผูกติดกับลำไม้ไผ่เพียงลำเดียวปักไว้บนฝั่ง คิดต่อไปว่าหากคลื่นจัดตอนกลางคืนเรือลำนี้จะยังอยู่ได้อย่างไร

    ไม่นานชายวัยกลางคนเดินตรงมายังเรือ เราได้คุยกันจึงทำให้รู้ว่าที่จริงเรือลำนี้มีเจ้าของ เจ้าของคืนคนที่คุยกับผม และมันใช้งานได้ หน้าที่ของมันในวันพรุ่งนี้คือออกไปเก็บอวนกลางทะเล ด้วยความเป็นคนชนบทผสมกับความอยากรู้อยากลอง จึงขออนุญาตเจ้าของเรือติดตามอาสาเป็นลูกเรือสมัครเล่นสักครั้ง เรานัดเจอกันพรุ่งนี้ตอนเช้าตรู่ซึ่งเป็นวันอาทิตย์

    “ออกเล”ครั้งนี้ของผมเมามายไม่เป็นท่า ไม่กินเหล้าแต่เมาคลื่น เก็บอวนหมดไป 2 ปาก เหลืออีกปากที่ยังไม่ได้เก็บ ลุงเจ้าของเรือต้องแล่นเข้าฝั่งเพื่อส่งคนเมากลับ ก่อนลงเรือแกจะแบ่งปูให้ผม ผมบอกปฏิเสธโดยดี และเผยคารมตอบกลับไปว่า “ผมต้องการแค่ประสบการณ์ ขอบคุณครับที่ให้ผมรบกวน” เสียงตอบมาว่า ไม่พรือ” (ไม่เป็นไร) ปนเสียงหัวเราะชอบใจ

    งานทะเลไม่ง่ายเลย ต้องตากแดดตากลมห่มฝน พฤศจิกายนของจังหวัดชุมพร เข้าช่วงหน้ามรสุม หลังจากส่งผมขึ้นฝั่งไม่นาน สองผัวเมียก็ต้องเจอกับลมและฝนที่กระหน่ำอย่างไม่ลืมหูลืมตา ผมยืนตากฝนบนฝั่งจ้องมองเรือลำเล็กลำนั้นอย่างไม่วางตา กังวลไปต่างๆ นานา เพราะทะเลเบื้องหน้าเต็มไปด้วยลม หมอก และฝน ผมภาวนาขอให้เขาปลอดภัย ไม่นานเรือล้ำน้อยฝ่าฝน แหวกคลื่น
    แหกหมอกเข้าฝั่ง…

    “คนใต้ใจเต็ม”คำพูดที่บอกถึงความมีน้ำใจของคนใต้
    “คนทะเลใจกว้างอย่างทะเล”ผมซาบซึ้ง…
                  

    Share this

    4,324 reads
 

creative-commonsแสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน 3.0 ประเทศไทย
พัฒนาเว็บไซต์โดย โอเพ่นดรีม