3 สิ่งดีๆ ในอาทิตย์ที่ผ่านมา

  • 3 ม.ค. 2556
    ฐาปนา บุณยประวิตร
    กรรมการโครงการก่อตั้งสถาบันการเติบโตอย่างชาญฉลาด (Smart Growth Thailand Institute)

    แสงสว่างปลายอุโมงค์ของเมืองเขียวในประเทศไทย

    ผมขอใช้เวทีมูลนิธิโลกสีเขียวเล่าสิ่งดีสามอย่างในปี พ.ศ.2555  ที่จัดเป็นปัจจัยกระตุ้นให้เกิดเมืองเขียวในประเทศไทย 

    อย่างแรกครับ ผู้บริหารระดับนโยบายจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเริ่มขยับตัวรับเอาการเติบโตอย่างชาญฉลาดหรือ Smart Growth ซึ่งมีเกณฑ์และนโยบายในการพัฒนาสู่ความเป็นเมืองเขียวเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งในกระบวนการวางผังพัฒนาเมือง 

    อย่างที่สอง  การเพิ่มขึ้นอย่างมากของสมาชิก Smart Growth Thailand  จากกลุ่มวิชาชีพการพัฒนาเมืองและผู้บริหารเมืองโดยเฉพาะอย่างยิ่งการเพิ่มจำนวนของผู้ที่เกี่ยวข้องกับการจัดวางยุทธศาสตร์และการบริหารจัดการกายภาพเมืองจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 

    อย่างที่สามครับ ผลจากการทำงานอย่างหนักได้ทำให้คณะผู้บริหารและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียขององค์ปกครองส่วนท้องถิ่นแห่งหนึ่งยอมรับกลยุทธ์การใช้การขนส่งมวลชนระบบรางและการพัฒนาพื้นที่รอบสถานีขนส่งมวลชนเข้าเป็นส่วนหนึ่งในนโยบายการปรับปรุงผังเมืองรวมและการปรับปรุงฟื้นฟูเมือง  ทั้งนี้  สิ่งดีทั้งสามอย่างถือเป็นแนวโน้มที่สดใสและนับเป็นโอกาสใหม่ของประเทศไทยในการปรับเปลี่ยนไปสู่การพัฒนาเป็นเมืองเขียวและเมืองที่ยั่งยืนในอนาคต

    ก่อนที่จะกล่าวถึงสิ่งดีทั้งสามอย่าง  ผมขอสรุปประวัติการนำการเติบโตอย่างชาญฉลาดสู่ประเทศไทยและเกณฑ์พร้อมนโยบายที่สนับสนุนให้เกิดการวางผังพัฒนาให้เป็นเมืองเขียว  โดยการเผยแพร่เริ่มขึ้นในปี พ.ศ.2552 นับตั้งแต่บทความฉบับแรกได้นำลงในเว็บไซท์ www.asiamuseum.co.th  พร้อมๆ กับการจัดสัมมนาวิชาการเรื่อง แนวทางการใช้การเติบโตอย่างชาญฉลาดเพื่อลดการกระจัดกระจายของกรุงเทพมหานคร ที่จัดขึ้น ณ.คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์  ซึ่งนับจากนั้นเป็นต้นมา คำว่า “การเติบโตอย่างชาญฉลาด” ได้กลายเป็นส่วนหนึ่งในบริบทการวางผังพัฒนาเมืองของไทย  อย่างไรก็ตาม  ความสนใจได้เกิดขึ้นอย่างเด่นชัดมากในปี พ.ศ. 2555 หลังจากการเปิดแฟนเพจ Smart Growth Thailand ซึ่งแฟนเพจนี้ได้เป็นช่องทางสำคัญในการถ่ายทอดข้อมูลการผังของการเติบโตอย่างชาญฉลาดแก่สมาชิก  ในปีเดียวกันนี้ ผมและทีมงานวิชาการได้เข้าร่วมบรรยายแนวทางของการเติบโตอย่างชาญฉลาดที่ใช้ในการวางผังพัฒนาเมืองให้กับหน่วยงานระดับต่างๆ จำนวนไม่น้อยกว่า 20 ครั้งไม่นับรวมการบรรยายในสถาบันการศึกษาและการบรรยายให้กับองค์กรภาคประชาชน  ซึ่งในการบรรยายแต่ละครั้งจะมีสมาชิกจากแฟนเพจติดตามเข้าร่วมเป็นจำนวนมาก

    การเติบโตอย่างชาญฉลาดประกอบด้วยกรอบแนวคิดและความมุ่งหวังจำนวน 5 ข้อ  เกณฑ์จำนวน 10 ข้อและนโยบายจำนวน 100 ข้อซึ่งเกณฑ์ทั้งหมดได้บรรจุมาตรการด้านต่างๆ ที่ใช้ในการปรับปรุงฟื้นฟูโครงสร้างพื้นฐานและกายภาพเมืองให้เกิดความเป็นเมืองเขียว  ทั้งนี้  กรอบแนวคิดที่ได้สร้างจุดเปลี่ยนในการเกิดเป็นเมืองเขียวได้แก่  การวางแผนปรับปรุงฟื้นฟูเมืองให้กายภาพเป็นตัวกระตุ้น จูงใจ และบังคับให้ประชาชนมีพฤติกรรมและกิจกรรมที่ลดเหตุปัจจัยที่ต้องใช้พลังงาน  ลดความจำเป็นในการบริโภคทรัพยากร  ลดการรุกล้ำพื้นที่ผลิตอาหารและพื้นที่สงวนรักษาทางธรรมชาติ ในขณะเดียวกันได้ช่วยสร้างเสริมคุณภาพชีวิต  สร้างเมืองให้น่าอยู่  เพิ่มโอกาสในการปรับเปลี่ยนให้เป็นเมืองสุขภาวะ  พร้อมการเพิ่มงาน เพิ่มรายได้ และเพิ่มโอกาสทางเศรษฐกิจแก่ประชาชน โดยเกณฑ์และนโยบายสำคัญๆ ที่การเติบโตอย่างชาญฉลาดนำมาใช้ได้แก่  การใช้ประโยชน์ที่ดินให้เกิดความประหยัด ผสมผสานกิจกรรมการใช้ประโยชน์  การใช้ที่ดินให้หนาแน่นและกระชับ  นำที่ดินซึ่งเหลือจากกิจกรรมการอยู่อาศัยและกิจกรรมทางเศรษฐกิจเป็นพื้นที่สาธารณะ พื้นที่สีเขียว และที่โล่งรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม  การกระชับอาคารและกลุ่มอาคาร  การปรับปรุงให้เป็นอาคารเขียว  การส่งเสริมการลงทุนระบบโครงสร้างพื้นฐานเขียว  ได้แก่  โครงสร้างพื้นฐานทางเดิน ทางจักรยาน ระบบขนส่งมวลชน ระบบการระบายน้ำที่อนุรักษ์ดินและลดการไหลบ่าของน้ำฝน การสร้างโอกาสให้ประชาชนมีโอกาสในการเข้าถึงที่อยู่อาศัยซึ่งสร้างตามเกณฑ์ของอาคารเขียว และกำหนดให้ระบบการวางผังพัฒนาเมืองเริ่มต้นจากชุมชนและประชาชนมีส่วนร่วมในการกำหนดอนาคตของพื้นที่ เป็นต้น

    แสงสว่างแรกที่ผมรับรู้ได้จากการบรรยายในแต่ละครั้งคือ  ความสนใจของผู้บริหารระดับนโยบายที่ต้องการนำการเติบโตอย่างชาญฉลาดลงสู่การปฏิบัติทั้งการปรับปรุงยุทธศาสตร์ระดับประเทศ  การปรับปรุงกฏหมายและบทบัญญัติที่เกี่ยวข้อง  การสร้างกรอบการวางผังพัฒนาเมืองซึ่งจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการ  สำหรับความสนใจในระดับท้องถิ่นที่เห็นได้ชัดในขณะนี้ได้แก่  เทศบาลนครระยองได้บรรจุการเติบโตอย่างชาญฉลาดในแผนยุทธศาสตร์การพัฒนา (พ.ศ.2556-2560) ซึ่งใช้เป็นแนวทางหลักในการพัฒนาและการปรับปรุงฟื้นฟูเมือง  ส่วนเทศบาลนครเกาะสมุยได้ใช้การเติบโตอย่างชาญฉลาดในการปรับปรุงผังเมืองรวมซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการดำเนินการ  ไม่นับรวมเทศบาลอื่นๆ ที่อยู่ระหว่างการเตรียมการในรายละเอียด  แสงสว่างในข้อนี้ได้ชี้ให้เห็นว่า  แม้ความเปลี่ยนแปลงทิศทางการบริหารจัดการเมืองของระดับนโยบายและระดับท้องถิ่นจะเกิดขึ้นแบบค่อยเป็นค่อยไป แต่เชื่อว่าโอกาสอันใกล้นี้เราจะได้พบเห็นวิธีปฏิบัติใหม่ๆ ที่เกิดขึ้นจากมาตรการและกลยุทธ์การเติบโตอย่างชาญฉลาดที่ช่วยกระตุ้นให้เกิดความเป็นเมืองเขียวที่เป็นตัวอย่างที่ดีสำหรับประเทศไทยอย่างแน่นอน

    แสงสว่างที่สองได้แก่  การเพิ่มขึ้นอย่างมากของสมาชิก  Smart Growth Thailand  จากการรวบรวมข้อมูลในเดือนธันวาคม พ.ศ.2555  พบว่ามากกว่าร้อยละ 60  จากสมาชิกจำนวนทั้งหมดเป็นผู้อยู่ในกลุ่มวิชาชีพสถาปัตยกรรมและการผังเมือง  โดยร้อยละ 36  คิดจากจำนวนผู้อยู่ในวิชาชีพสถาปัตยกรรมและการผังเมืองทำงานอยู่ในกลุ่มบริษัทที่ปรึกษาการออกแบบและวางผัง  ร้อยละ 32  ทำงานในหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการวางผังเมือง  และส่วนที่เหลือเป็นกลุ่มวิชาชีพที่ทำงานให้กับองค์การปกครองส่วนท้องถิ่นและหน่วยราชการที่เกี่ยวข้อง   โดยสมาชิกเข้าอ่านข่าวสารในกระดานเฉลี่ยที่ร้อยละ 45  สำหรับสาระวิชาการที่ทีมงานคัดเลือกออกเผยแพร่ส่วนใหญ่ได้จากข่าวสารการพัฒนาเมืองจากนิตสารออนไลน์ทั่วโลกเน้นรายงานเชิงวิชาการผสมผสานแนวทางการวางผังตามเกณฑ์ของการเติบโตอย่างชาญฉลาด  หากบทความใดมีรายงานข่าวสารนวตกรรมซึ่งเป็นของใหม่สำหรับประเทศไทย  ทีมงานจะสรุปวิธีปฏิบัติที่ดี (Best Practice)เป็นภาษาไทยเพื่อให้สมาชิกเข้าถึงรายละเอียดได้มากขึ้น  หลังจากดำเนินงานครบ 1 ปีได้พบว่ามีสมาชิกเป็นจำนวนมากนำกระบวนการวางผังและวิธีปฏิบัติที่ดีลงสู่การปฏิบัติทั้งในรูปของการปรับปรุงยุทธศาสตร์และการบริหารจัดการกายภาพเมือง  แม้เป็นการประเมินอย่างหยาบแต่ก็ได้แสดงให้เห็นแนวโน้มที่สำคัญในความเปลี่ยนแปลงที่นำไปสู่ความเป็นเมืองเขียวในอนาคตจากท้องถิ่นเอง

    แสงสว่างที่สามได้แก่  ความสำเร็จในการผลักดันโครงการขนส่งมวลชนทางรางด้วยรถไฟฟ้า Streetcar แห่งแรกของประเทศไทยบนพื้นที่เทศบาลนครเกาะสมุย  แม้โครงการนี้จะต้องใช้เวลาในการศึกษาและออกแบบรายละเอียดพร้อมการก่อสร้างอีกหลายปี  แต่ปัจจัยสู่ความสำเร็จที่สามารถกล่าวอ้างได้ก็คือ  ความเห็นร่วมของทุกภาคส่วนทั้งในระดับของท้องถิ่น  ระดับจังหวัดและจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง  ทั้งนี้กล่าวได้ว่า  โครงการขนส่งมวลชนทางรางด้วยรถไฟฟ้าStreetcar จะก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางกายภาพของเกาะสมุยอย่างขนานใหญ่  ผลลัพท์ที่จะเกิดในอนาคตคือ  การลดจำนวนรถยนต์ส่วนบุคคลที่เดินทางเข้าสู่เกาะสมุยได้ไม่น้อยกว่าร้อยละ 40 ต่อวัน  การลดความจำเป็นในการเดินทางของประชาชนภายในเกาะสมุยด้วยรถยนต์ส่วนบุคคลประมาณร้อยละ 35  การปรับปรุงพื้นที่รอบสถานีขนส่งมวลชนให้เป็นศูนย์พาณิชยกรรมที่เพียบพร้อมไปด้วยกลุ่มอาคารเขียว  ทางเดินและทางจักรยานพร้อมสถานที่สาธารณะ (Public Spaces) ที่ได้มาตรฐานจำนวน 7 จุด  และการปรับปรุงฟื้นฟูถนนสายรอบเกาะให้กายภาพเป็นถนนแบบสมบูรณ์ (Complete Streets)  กล่าวคือ  การสร้างถนนที่ให้ความสำคัญกับคนเดิน เป็นอันดับแรก  ผู้ใช้จักรยานอันดับที่สอง  รถไฟฟ้ารางเบา Streetcar  อันดับที่สาม  และรถยนต์เป็นอันดับสุดท้าย  ซึ่งผลที่ได้จะทำให้เกาะสมุยเป็นเมืองที่ประหยัดการใช้พลังงาน  ลดปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์สู่ชั้นบรรยากาศ  และเป็นเมืองที่โครงสร้างพื้นฐานเป็นเครื่องกระตุ้นให้เกิดกิจกรรมทางกายกาย (Physical Activities)  ส่งเสริมการมีสุขภาพและคุณภาพชีวิตที่ดี  และทำให้สมุยเป็นเมืองเขียวแห่งแรกของประเทศ

    กล่าวโดยสรุป  จากความเห็นพ้องของหน่วยงานระดับนโยบายที่ใช้การเติบโตอย่างชาญฉลาดเพื่อการปรับปรุงยุทธศาสตร์การวางผังพัฒนาเมืองซึ่งเป็นแสงสว่างแรก  และแสงสว่างที่สองที่ได้จากการนำองค์ความรู้ลงสู่การปฏิบัติโดยสมาชิก Smart Growth Thailand  รวมทั้งแสงสว่างที่สาม  ความสำเร็จในการผลักดันการปรับเปลี่ยนโครงสร้างการคมนาคมขนส่งในพื้นที่เทศบาลนครเกาะสมุยนั้น กล่าวได้ว่า  แสงสว่างปลายอุโมงค์สำหรับเมืองเขียวในประเทศไทยได้เกิดขึ้นแล้ว และหากได้ดำเนินการตามแผนไปจนประสบผลสำเร็จ  ทั้งในส่วนของนโยบายและยุทธศาสตร์การวางผังพัฒนาเมือง  และมาตรการพร้อมกลยุทธ์ด้านต่างๆ ที่นำมาประยุกต์ใช้  ผลลัพท์จากสิ่งดีทั้งสามอย่างจะเป็นแบบอย่างที่ดีในการพัฒนาเมืองเขียวให้กับเมืองและประเทศอื่นๆ ในภูมิภาคนี้ต่อไป

    Share this

    4,218 reads
 

creative-commonsแสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน 3.0 ประเทศไทย
พัฒนาเว็บไซต์โดย โอเพ่นดรีม