3 สิ่งดีๆ ในอาทิตย์ที่ผ่านมา

  • 28 ม.ค. 2556
    สุภาพร อ่อนดี สถาพรอานนท์
    Copy Writer

    เรื่องธรรมดาๆ ที่น่ามหัศจรรย์ใจ กับ 3 สิ่งใหม่ๆ ที่ได้ค้นพบ
    เริ่มต้นศักราชใหม่ กับอะไรใหม่ๆ ในชีวิต ที่แทบเปลี่ยนทุกมิติของการดำเนินชีวิตอย่างสิ้นเชิงของฉัน นั้นคือการเริ่มต้นทำงานในที่ใหม่ กับเส้นทางใหม่ พาหนะใหม่ สถานที่ใหม่ เพื่อนใหม่ และอะไรใหม่ๆ อีกมากมาย ทำให้ได้มุมมองที่แตกต่างจากวิถีที่เคยเป็น เนื่องจากย้ายเข้ามาทำงานในเมือง เรียกว่าใจกลางเมืองก็เกือบจะว่าได้ ความวุ่นวาย ความโกลาหลจึงบังเกิด เพราะเคยทำงานแต่นอกเมืองมาตลอด ก็บ้านอยู่ไกลสินะ ไปกลับก็ต้องใช้รถยนต์ส่วนตัวตลอด ไม่มีรถไฟฟ้าใต้ดินผ่านบ้านเหมือนใครเค้า มาคราวนี้ขยับเข้าเมือง จะขับรถฟันฝ่าคาราวานคนกรุงเพื่อแทรกตัวเข้าไปในเมืองดูจะไม่ใช่แนวทางที่ดี สิ่งที่กลัวและหลีกเหลี่ยงมาตลอดคงหนีไม่พ้นแล้ว
     
    1. เป็นมนุษย์รถไฟฟ้าเต็มขั้น มันส์กว่าที่คิด
    เมื่อก่อนเคยกลัวการขึ้นรถไฟฟ้ามาก เพราะไม่อยากเป็นปลาอัดกระป๋องที่คลุ้งไปด้วยกลิ่นสารพัดสิ่ง จึงหลีกเหลี่ยงการเข้าเมืองและการใช้รถไฟฟ้ามาโดยตลอด แต่วันนี้มันทำให้เปลี่ยนความคิดใหม่ เพราะนอกจากประหยัดเวลาได้มากแล้ว การขึ้นรถไฟฟ้าเหมือนได้เข้าเรียนบทเรียนอะไรใหม่ๆ ท่ามกลางการเบียดเสียดยัดเยียดของฝูงมนุษย์ทำงาน จนแทบจะไม่เหลือช่องว่างบนพื้นที่รถไฟฟ้า มีบางสิ่งที่คนอื่นไม่สังเกตแต่ฉันสังเกตได้ คือลัทธิการเอาตัวรอด นั่นคือพยายามทำอย่างไรก็ได้ให้สามารถจับจองพื้นที่ได้สำเร็จ เหมือนได้รื้อฟื้นทักษะการเล่นเก้าอี้ดนตรีในวัยเด็ก และยังต้องพยายามเพิกเฉยต่อสิ่งรอบข้างเพื่อรักษาที่ไว้ให้มั่นด้วยการเล่นโทรศัพท์หรือหาอะไรอ่านนั่นเอง ซึ่งมั่นใจว่าประเทศไหนไม่มีแน่นอนนอกจากเมืองไทย แล้วฉันยังได้เห็นความแข็งแกร่งของผู้หญิงไทยแม้ในขณะตั้งครรภ์ ถึงไม่มีใครลุกให้นั่ง ก็ยังยื่นอยู่บนลำแข้งของตัวเองได้ไม่ต้องง้อใคร กับคำพูดที่ว่าคนท้องไม่ใช่คนพิการ รวมไปถึงสาวออฟฟิศที่ทรงตัวอยู่บนรองเท้าส้นเข็มอย่างมั่นคง แม้รถจะเบรค จะชุดกระชากเพียงใด ไม่เว้นแม้แต่เด็กน้อยนักเรียน นักศึกษาวัยก่อนอนุบาลไปจนถึงมหาลัย ที่ท่องหนังสือพร้อมเป้ใบใหญ่ที่แบกบนหลัง กับสิ่งที่หายไปคือป้ายเอื้อเฟื้อ เด็ก สตรี และคนชราถูกแทนที่ด้วยโฆษณาสินค้าต่างๆ แต่คงไม่จำเป็นเพราะกลุ่มคนเหล่านี้ บัดนี้สามารถดูแลช่วยเหลือตัวเองได้ และนี่คือสังคมเมืองศิวิไลในมุมมองใหม่ที่เปลี่ยนไปตามยุคสมัย และคงมีอะไรใหม่ๆ ที่น่าสนใจระหว่างการเดินทางที่จะเกิดขึ้นในอนาคตของฉันอย่างแน่นอน
     
    2. งดละคร นอนตื่นเช้า เข้างานไว เพิ่มเวลาค้นหาสิ่งใหม่ๆ สมองสดใสได้มากกว่า
    จากที่บ้านไกล และเพื่อหลีกเหลี่ยงการจราจรช่วงแออัด เพื่อไปให้ถึงที่ทำงานได้ทันเวลา ต้องปรับเปลี่ยนการนอนใหม่ จากที่เคยนอนดึกดูละคร ดูหนัง เล่นเกมส์ กว่าจะครบก็ล่วงไปเกือบเที่ยงคืน แล้วตื่นสบายๆ 7 โมงเช้า กลับกลายเป็นต้องนอนตั้งแต่หัวค่ำ (ที่จริงไม่ได้ฝืนนอน แต่เพราะเพลียจากการฟันฝ่าชีวิตในเมืองมา หัวถึงหมอนก็สลบ) เพื่อให้ตื่นตั้งแต่ตีห้า ออกจากบ้านฟ้ายังไม่สว่าง แต่ในความงัวเงียนั้นกับพบความสงบ และได้ยินเสียงนกร้อง กับอากาศที่ค่อนข้างจะเย็นสบาย (สบายกว่าตอนกลางวันในเมืองแน่ๆ) รถที่ค่อยๆ แล่นไป อย่างยังดูไม่รีบเร่ง และมันเป็นเรื่องที่น่าแปลก เพราะเรากลับไม่ง่วงเหมือนคนอดนอนมาสามวันอย่างเช่นที่ผ่านมาในช่วงกลางวัน การที่เรามาถึงที่ทำงานไวกว่าคนอื่น ทำให้เรามีเวลาจัดระเบียบความคิดในการทำงานในแต่ละวัน มีเวลาทานอาหารเช้าอย่างเต็มอิ่ม และยังมีเวลาเหลือในการท่องโลกอินเตอร์เน็ตเพื่อหาความรู้ใหม่ๆ  อีกด้วย
     
    3. โลกมีอีกหลายอย่างที่น่าค้นหา เมื่อเรามีเวลามากขึ้น
    การที่เรามีเวลามากขึ้น (ที่จริงก็เท่าเดิมนั้นแหละ เพียงแต่เราตื่นให้เช้าขึ้น) ทำให้เรามีเวลาค้นหาสิ่งใหม่ๆ และจากการที่ได้มาเริ่มงานใหม่ ทำให้ต้องขวนขวายหาความรู้อย่างไม่ได้ตั้งใจ เพื่อให้ได้ข้อมูลมาประกอบการทำงาน จากเป็นคนที่อ่านเยอะอยู่แล้ว ก็ได้มีเวลาอ่านให้มากขึ้น อ่านในสิ่งที่ไม่เคยอ่าน รู้ในสิ่งที่ไม่เคยรู้ แลกเปลี่ยนประสบการณ์ที่น่าสนใจกับเพื่อนร่วมงานใหม่ ทำให้รู้ว่าเรารู้จักโลกได้ไม่ถึงเ้สี้ยวพระจันทร์เลย ก็เลยท่องโลกกว้างผ่านอินเตอร์เน็ต ที่นอกจากเว็บเสื้อผ้า เครื่องสำอางค์ มันยังมีอีกหลายสิ่งที่รอเราค้นหาอยู่ รวมทั้งเว็บนี้ด้วย มูลนิธิโลกสีเขียว

    Share this

    4,165 reads
 

creative-commonsแสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน 3.0 ประเทศไทย
พัฒนาเว็บไซต์โดย โอเพ่นดรีม