3 สิ่งดีๆ ในอาทิตย์ที่ผ่านมา

  • 18 ก.พ. 2556
    ธนา เศรษฐพานิช
    นักเขียนอิสระ

    ชำระจาน ชำระใจ

    1. ล้างจาน รื้ออดีต

    ผมเป็นคนชอบล้างจานชาม…ไม่รู้ว่าความรู้สึกนี้มันก่อขึ้นมาในตัวตั้งแต่เมื่อไหร่กันแน่ แต่มารู้ตัวอีกทีก็ชอบยืนอยู่ตรงหน้าซิงค์เสียแล้วล่ะ งานล้างชามเป็นงานทำความสะอาดที่ดูไม่สะอาดหรอกนะครับ แต่เวลาที่ต้องไปเที่ยวกันเป็นกลุ่มงานล้างชามกลับเป็นสิ่งที่ผมชอบอาสาทำมากกว่าการงานอื่นๆ ไม่รู้สินะ ผมมักทึกทักเอาเองว่าผมล้างชามเกลี้ยงเกลากว่าใคร

    เรื่องล้างชามนี่มันคงสะสมไว้ในดีเอ็นเอของผมตั้งแต่เด็กแล้วล่ะมั้ง ผมเติบโตมากับย่าและอาๆ ที่พยายามจะฝึกให้ผมเป็นคนระเบียบจัด จนบางครั้งทำให้ผมเองสวนกลับแหกคอกอยู่บ่อยๆ สิ่งหนึ่งที่เป็นกิจวัตรประจำวันยามเด็ก คือการได้รับคำสั่งที่ปฏิเสธมิได้ ให้รวบรวมจานชามข้าวทุกมื้อของผู้ใหญ่มาเก็บล้าง และระมัดระวังไม่ให้ตกมาแตก ซึ่งนั่นอาจหมายถึงเสียงบ่นหรือมะเหงกเขกกบาล

    สำหรับเด็กที่ไม่ได้อยู่กับพ่อแม่ เรามักรู้สึกอ้างว้างว่าใครๆ ก็ไม่รักอยู่เสมอ คิดแต่ว่าเราเด็กที่สุดในบ้านทำอะไรก็ผิด หายใจดังๆ ก็ยังผิดเสียแล้ว การล้างจานแม้จะไม่ใช่งานที่ชอบในตอนนั้น แต่มันก็เป็นมุมอันสงบของผมที่จะได้หลบตัวเองให้พ้นจากเงื้อมมือผู้ใหญ่

    การหอบจานชามไปที่ครัวหลังบ้านแล้วนั่งล้างเงียบๆ คนเดียวจึงเป็นความสุขเล็กๆ ของเรา นี่ถ้าสมัยนั้นมีเพลงอยากอยู่เงียบๆ คนเดียวของพี่เบิร์ดมาเปิดคลอไปด้วย ผมอาจจะเข้าใจอารมณ์ของซินเดอเรล่าที่อยู่ก้นครัวได้ดีกว่านี้มาก

    กระบวนการล้างจานนั้น จุดสำคัญอยู่ที่การจัดการกับเศษอาหารที่ติดชามนั่นแหละ ยิ่งเราลงมือทำมันบ่อยๆ เราจะได้เคล็ดวิชา และตำราก็คือสิ่งที่เขียนขึ้นมาเพื่อบันทึกการปฏิบัติ สมัยเด็กๆ ผมก็ล้างจานส่งๆ ไปอย่างนั้น แต่หลังจากถูกดุ ถูกดัด ถูกมะเหงก การจัดการเศษอาหารก็เริ่มละเอียดลออขึ้นตามลำดับ สมัยอยู่บ้านนอกผมจะเอาเศษอาหารไปสาดลงหลมแล้วฝังกลบเป็นปุ๋ย แต่พอย้ายมาอยู่เมืองกรุงฯ การจัดการกับเศษอาหารยิ่งเป็นเรื่องละเอียดมากขึ้นไปอีกระดับเพราะเมืองของเรามีแต่พื้นคอนกรีตไม่มีที่จะกลบฝัง เศษอาหารจากบ้านน้อยหลังนี้จะถูกจัดการด้วยรถขนขยะสองวันต่อครั้งเท่านั้น

    เศษอาหารจึงต้องถูกทำให้แห้งที่สุดเพื่อลดการบูดเน่าให้ช้าลง ระยะหลังผมมักจะกวาดเศษอาหารลงในตะแกรงก่อนแล้วเปิดให้น้ำให้ชะเอาคราบไขมันไปจนหมด ทิ้งไว้สักพักก็จะเหลือแต่กากอาหารแห้งจริงๆที่ต้องใส่ถุงดำ หลังจากนั้นจึงเอาแก้ว ถ้วย ชาม ช้อนที่เตรียมล้างมาจัดเรียงลำดับซ้อนกันเป็นชั้นๆ เหมือนการก่อเจดีย์ จานชามใบใหญ่อยู่ด้านล่าง แก้ว ช้อม ตะหลิวแยกเอาไว้ ไม่รู้สินะ ถ้าไม่ทำตามนี้ผมล้างชามไม่ได้เลย เหมือนเป็นพิธีกรรมส่วนตัวไปแล้วมั้ง

    เวลาเริ่มล้างผมจะบีบแชมพูล้างจานออกมาใส่ฟองน้ำก่อน ผมไม่ชอบตีฟองในอ่าง ผมว่ามันสิ้นเปลืองกว่านะ ไอเท็มแรกของการชำระล้างของผมคือของมีคมพวกมีดต่างๆ ที่ต้องล้างมีดก่อนเพราะเมื่อวางกองไว้ในฟองสบู่จะทำให้เรามองไม่เห็นและอาจจะลูบมือไปสะดุดคมโดนบาดเลือดสาดได้ ซึ่งในประเด็นนี้ผมเคยโดนมาแล้วเรียบร้อยตั้งแต่เป็นเยาวชน

    ล้างมีดกับช้อนส้อมให้จบ ด้วยน้ำสะอาดไหลผ่านแล้วเสียบเข้าที่เก็บทันที  เสร็จจากมีดช้อน ผมก็จะเปลี่ยนมาใช้ฟองน้ำอีกก้อนล้างแก้วจนหมด เพราะรู้สึกว่าแก้วไม่ควรปะปนกับของมีคาว แล้วจึงกลับมาล้างพวกจานชามตามลำดับจากเล็กไปหาใหญ่

    เคล็ดลับส่วนตัวในการพิสูจน์ว่าชามสะอาดแล้วหรือไม่ของผมคือ ในขั้นตอนการล้างน้ำสุดท้ายผมจะลูบถ้วยพวกนั้นด้วยนิ้วมือเปล่า ถ้ามันมีเสียงลั่นเอี๊ยดอ๊าดจากการเสียดสีนั่นแหละใช่เลย แปลว่าหมดแล้วซึ่งคราบไขมัน และถ้าจะลองใช้จมูกสูดดมได้ด้วยก็จะดีมาก ส่วน พวกหม้อ กะทะ ของใหญ่ๆ ผมจะแช่น้ำไว้สักพักแล้วจึงกลับมาล้าง ยิ่งหม้อหุงข้าวนี่แช่น้ำไว้สักพักจะล้างง่ายมากอย่างเหลือเชื่อ

    การใช้อุปกรณ์การล้างพวกฟองน้ำ สก๊อตไบรซ์ ใยขัด จำไว้ว่าเรากำลังล้างชามมิใช่ข่มขืนกระทำชำเราด้วยกำลัง ผมเรียงตามลำดับจากเบาไปหาหนัก เริ่มจากผ้าบางๆ ลูบก่อน บางทีคราบสกปรกก็หลุดร่อนออกมาแล้ว ตามด้วยฟองน้ำ สก็อตไบรซ์ ถ้าไม่ไหวจริงๆ ถึงใช้ลวดขัด เพราะต้องระวังพวกพาชนะบางประเภทที่มีผิวเคลือบจะหลุดร่อนตามมาด้วย

    2. ล้างจาน ร้าน...คน

    การชอบล้างชามอีกนั่นแหละทำให้ผมเป็นคนชอบสังเกตครัวคนอื่นอยู่เสมอผมชอบครัวโรงแรมที่ถูกออกแบบและปรับปรุงกันมาหลายเจเนอเรชั่น มันทำให้ส่วนชำระล้างของโรงแรมนั้นมีระบบใช้งานได้จริงในแบบอุตสาหกรรม ถ้าเราสังเกตพวกซิงค์ล้างชามในโรงแรมใหญ่ๆ ร้อยทั้งร้อยจะสั่งทำด้วยอะลูมิเนียมอย่างหนาไซด์พิเศษ ที่มีอ่างลึกและกว้างพอจะยัดพาชนะใหญ่ๆ ลงไปล้างได้โดยที่น้ำไม่กระเซ็นเลอะเปรอะเปื้อน ไม่เหมือนซิงค์ตามบ้านสองหลุมตื้นๆ ที่ใช้งานแล้วดูเขรอะขระ

    ซิงค์ของโรงแรมจะมีระบบน้ำร้อนและน้ำเย็น มีก๊อกสายยางคล้ายหัวฉีดชำระฉีดตูดไว้ฉีดน้ำร้อนชำระคราบไขมัน ทำให้จานชามสะอาดจนแทบจะไม่ต้องล้างด้วยน้ำยามากมาย บางแห่งก็ใช้เครื่องล้างอัตโนมัติพ่นน้ำร้อนไปเลย

    แต่สิ่งหนึ่งที่ชอบที่สุดของครัวโรงแรมคือการยืนทำงาน ทุกวันนี้ผมก็ยังไม่เข้าใจกับร้านอาหารที่ยังให้ลูกจ้างตักน้ำใส่กะละมังแล้วใช้เก้าอี้เตี้ยๆ นั่งยองๆ ล้างชามหลังขดหลังแข็ง เพราะนอกจากจะไม่สะอาด เลอะเทอะแล้วยังเมื่อยขบปวดหลังเอามากๆ ผมว่าที่งานล้างชามดูต้อยต่ำ เพราะเราทำให้มันต่ำต้อยและไม่ให้คุณค่าต่างหาก ทั้งที่มันเป็นหัวใจสำคัญไม่แพ้การปรุงอาหารจากเชฟมิชลินสามดาวเลยนะ

    คุณจะอิ่มอร่อยแค่ไหนละเมื่อรู้ว่าอาหารจานแพงๆของคุณถูกล้างด้วยน้ำในกะละมังเดียวกันกับลูกค้าทุกคนในร้าน และเป็นการล้างแบบจุ่มโยนๆ เพราะคนล้างก็เมื่อยอยากจะให้เสร็จไปไวๆ ถ้าหลายร้านจะลองนำหลักเออร์โกโนมิกส์มาใช้ออกแบบอุปกรณ์การล้างชามให้เข้ากับสรีระและสุขอนามัย อาหารจานต่อไปของเราก็จะปลอดภัยมากขึ้น

    ชุดเครื่องครัว หรือชุดล้างจานไม่จำเป็นว่าต้องแพงราคาเรือนแสนบาทหรอกครับ แค่เราสร้างโครงเหล็กขึ้นมาให้ได้ระดับที่ยืนทำงานได้พอดี มีร่องระบายน้ำไม่เจิ่งนอง จะใช้กาละมังมาเรียงต่อกันก็ยังได้ แต่ขอแนะนำให้เป็นกาละมังโลหะ เพราะพลาสติกนั้นขจัดคราบไขมันที่ผิววัสดุได้ยากกว่าเยอะ ไม่เชื่อก็ลองล้างชามก๋วยเตี๋ยวพลาสติกกับชามกระเบื้องดูว่าอะไรจะล้างง่ายกว่ากัน พลาสติกกับไม้เป็นอะไรที่คราบฝังแน่นได้ลึกกว่า และพอมีไขมัน มีโปรตีน ความชิ้นฝังอยู่ ก็แน่นอนว่าเชื้อโรคเล็กๆย่อมใช้มันเป็นแหล่งอาหารเจริญเติบโตได้ เขาถึงบอกว่าเขียงไม้นี่แหละที่สะสมเชื้อโรคไว้มากที่สุด

    3. ล้างตน ค้นใจ

    เล่ามาทั้งหมดพอจะเห็นความสำคัญของการล้างชามไหมครับ แต่ความสำคัญของการล้างชามสำหรับผมอีกอย่างที่สำคัญกว่าคือการได้ฝึกเจริญสติ การได้พิจารณาจานชามทุกใบที่เราใช้กิน ใช้ทาน และล้างมันให้สะอาดด้วยตัวเอง ติดตามดูตัวเองว่าเราเปิดน้ำจากก๊อกแรงไปไหม บีบแชมพูล้นไปหรือเปล่า หรือว่าวางจานชามกระทบกันแรงจนบิ่นแตกร้าว ทั้งหมดมาจากสติทั้งนั้น เรียกว่า ชำระทั้งจาน ชำระทั้งใจไปคราวเดียวกัน การยินดีที่ได้ทำหน้าที่ที่คนอื่นไม่อยากทำ ทำในสิ่งที่ไม่สวยงาม การล้างชามนั้นเหมือนเหรียญคนละด้านของการทำอาหารอย่างชัดเจน การทำอาหารนั้นสวยงามน่ารับประทาน มีแต่คนสนใจรอถ่ายรูป รอชิม รอดูว่าเป็นฝีมือของเชฟคนไหน แต่กลับการล้างชามนั้นทำเงียบๆ ลำพังไม่มีใครมาชื่นชมคุณหรอก ไม่มีใครมาสนใจหรอกว่าคนล้างชามชื่ออะไร มาจากประเทศไหน พม่า หรือเขมร มีแต่คุณเท่านั้นแหละที่บอกกับตัวเองได้ว่ากำลังทำอะไรอยู่ แต่หากลองไม่ล้างชามดูสักมื้อสิครับ จานชามมันจะทับถมพูนทวีจนคุณคร้านที่จะปรุงอาหารมื้อต่อไปเลยทีเดียว

    Share this

    3,729 reads
 

creative-commonsแสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน 3.0 ประเทศไทย
พัฒนาเว็บไซต์โดย โอเพ่นดรีม