3 สิ่งดีๆ ในอาทิตย์ที่ผ่านมา

  • 25 มี.ค. 2556
    วสุ ทัพพะรังสี
    เจ้าหน้าที่สถาบันธรรมรัฐเพื่อการพัฒนาสังคมและสิ่งแวดล้อม

    บางครั้งมันก็ยากที่จะแยกความต่างระหว่าง “พฤติกรรมตั้งใจทำงานกับพฤติกรรมบ้างาน” หลังจากผ่านประสบการณ์การทำงานประจำมา 3 ปี 3 เดือนแล้วนั้น พึ่งได้ตระหนักว่าสิ่งที่สำคัญพอๆ กันหรืออาจจะสำคัญมากกว่าด้วยซ้ำในเรื่องความก้าวหน้าและความสำเร็จในชีวิตการทำงาน ก็คือการใช้เวลาร่วมกับทั้งครอบครัว ญาติ เพื่อน และคนรัก อาจจะเร็วเกินไปกับระยะเวลา 3 ปีนิดๆ ที่จะกล่าวว่า “อิ่มตัว” กับชีวิตการทำงานในระบบหรือองค์กร และอาจจะสายเกินไปที่จะหันมาใส่ใจความเป็นไปของคนรอบตัว สิ่งดีๆ ธรรมดาที่เกิดขึ้นในสัปดาห์ที่ผ่านมาช่างเป็นสิ่งใกล้ตัวเสียจริงๆ

    1. ทำกิจกรรมกับหลานที่กำลังเข้าสู่ชีวิตเด็กมหาวิทยาลัย : นับวันช่องว่างระหว่างวัยบวกกับรูปแบบสังคมที่เปลี่ยนไป ทำให้ผู้ใหญ่หลายคนรู้สึกถึงความยากที่จะสื่อสารกับเด็กยุคเฟสบุ๊คและไอโฟนมากขึ้น การได้หาเวลาทำกิจกรรมร่วมกันช่วยให้เกิดการจูนและลดช่องว่างระหว่างวัยได้ ในขณะที่เด็กกำลังเติบโตและก้าวไปข้างหน้า เรากลับนั่งอมยิ้มนึกย้อนไปถึงสมัยพวกเด็กๆ ใส่ชุดนักเรียนอนุบาลและวิ่งเล่นอยู่ที่สนามหน้าบ้าน ช่างเป็นความคิดที่น่ากลัวจริงๆ เนื่องจากมีคำกล่าวไว้ว่า “คนแก่มักระลึกและพูดคุยถึงอดีต”

    2. ไปตลาดกับแม่ : ดูจะเป็นเรื่องธรรมดามากสำหรับใครหลายคน แต่กับบางคนอาจไม่ใช่ ยิ่งยุคที่ตลาดสดเปลี่ยนรูปแบบเป็นตลาดติดเครื่องปรับอากาศ ทำให้วิถีชีวิตคนไทยเปลี่ยนไปมาก การได้ไปตลาดสดยามเช้ากับแม่ทำให้รู้ว่าแม่มีเพื่อนมากมายอยู่ในตลาดซึ่งเราไม่เคยรู้มาก่อนเลย เพื่อนของแม่ก็คือพ่อค้าแม่ค้านั่นเอง นอกจากตลาดจะเป็นสถานที่ซื้อขายสินค้าแล้ว ตลาดแบบวิถีชาวไทยต่างจังหวัดยังเป็นเสมือนห้องสนทนา หรือกระดานสนทนา แบบไม่ต้องออนไลน์ผ่านเครื่องคอมพิวเตอร์หรือเครื่องมือสื่อสารทันสมัย ก็สามารถแลกเปลี่ยนความคิด ทัศนคติ ราคาสินค้า และสารพันบันเทิงอีกมากมายอย่างเสรี และเป็นการแสดงความห่วงใยต่อความเป็นไปซึ่งกันและกันโดยไม่ต้องกด Like

    3. อ่านหนังสือที่ซื้อมาเก็บไว้เมื่อหลายปีที่แล้ว : เป็นสิ่งที่น่าจะเกิดขึ้นกับหลายๆ คน เมื่อไปงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติทีไรก็จะซื้อหนังสือที่อยากอ่านกลับมาด้วยหลายเล่ม พอกลับมาถึงห้องก็เอามากองทับกับหนังสือที่ซื้อมาจากงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติปีก่อนๆ จนสุดท้ายต้องยั้งตัวเองด้วยการไม่ไปเดินงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติเสียเลย อาจไม่ใช่ทางออกที่ถูกต้องแต่ถูกจริตแล้วล่ะ พอได้หยิบหนังสือเล่มล่างสุดของกองมาปัดฝุ่นแล้วเปิดอ่าน ทำให้เกิดความรู้สึกว่าน่าจะอ่านตั้งแต่ปีที่ซื้อมาแล้ว หนังสือเป็นเพื่อนอมตะของมนุษย์มาช้านานและยังคงทำหน้าที่เพื่อนที่ดีต่อไป แม้ยุคสมัยนี้ตัวหนังสือเปลี่ยนไปถ่ายทอดผ่านทางอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์แล้วก็ตาม แต่สิ่งที่ทดแทนกันไม่ได้คือความรู้สึกของปลายนิ้วที่สัมผัสกระดาษ การพลิกหน้ากระดาษขณะตัวหนังสือแล่นผ่านสายตาไปสู่จินตนาการ ก็ยังคงให้ความรู้สึกดีมากกว่าการสัมผัสจอ Touch screen แล้ว slideเพื่อเปิดหน้าถัดไป

    “สงสัยว่าฉันจะแก่แล้วจริงๆ”

    Share this

    3,279 reads
 

creative-commonsแสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน 3.0 ประเทศไทย
พัฒนาเว็บไซต์โดย โอเพ่นดรีม